นอนครุ่นคิดอยู่นานเมื่อคืน (๒๒ ก.ค.๕๒) ว่าวันนี้ (๒๓ ก.ค.๕๒) จะออกไปช่วยศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเตรียมงานสัมมนาระหว่างฝึกสอน ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยในวันศุกร์นี้ (๒๔ ก.ค.๕๒) ดีไหม ? ...
เช้านี้ตัดสินใจไม่ไป ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนถือเงินยืมของมหาวิทยาลัยเพื่อใช้ดำเนินการโครงการนี้อยู่
สาเหตุที่ตัดสินใจไม่ไป ประการแรก คือ เตรียม PPT ไม่เสร็จ ต้องสอนนักศึกษาวันนี้ ๒ บท ก่อนสอบกลางภาค เวลา ๑๕.๐๐ น. ประการที่สอง คือ จะมีการขอดึงเงินโครงการไปเลี้ยงข้าวกลางวันผู้ไปเตรียมงาน ประเด็นนี้แหละ ประเด็นหนักใจ
ลองมาทำความเข้าใจวิธีการทำโครงการของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นดูครับ
ขั้นแรก ... เขียนโครงการไปให้มหาวิทยาลัยอนุมัติ
ขั้นที่สอง ... หาบุคลากรที่ไม่เป็นหนี้มหาวิทยาลัย (กรณีเงินยืม) ยืมเงินโครงการที่มหาวิทยาลัยอนุมัติ
ขั้นที่สาม ... นำไปใช้จ่ายตามระเบียบการเงินที่สามารถทำได้ (แต่ขั้นตอนนี้แหละมีปัญหา)
เวลาที่คนทำโครงการใช้จ่ายเงินไปในงานโครงการ มี 2 อย่างที่ต้องขอจากห้างร้านเวลาซื้อของจริง คือ
๑. ใบเสร็จรับเงินที่มีชื่อร้าน พร้อมหมายเลขผู้เสียภาษีของร้านค้า (ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗%)
๒. ใบสำคัญรับเงิน (แบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย) และขอสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของ หรือผู้ที่เราว่าจ้าง เช่น ขับรถ ฯลฯ
ทั้งนี้ทั้งนั้น หลวงต้องการหลักฐานที่คนทำโครงการใช้จ่ายจริง ๆ และอยู่ในระเบียบการเงินทุกประการ เพื่อป้องกันการโกงเงินหลวง แต่ ...
มันมีการโกงกันจนเคยชิน (ไม่แน่ใจว่า ที่หน่วยงานอื่นมีไหม)
๑. เวลาไปซื้อของที่ร้านค้า ขอใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง แต่ไม่ต้องลงวันที่ (เพราะบางครั้งมีการใช้จ่ายหลังโครงการนั้นจบลง เจ้าหน้าที่การเงินจะมาลงเอง) ... โกงไหม ?
๒. ใบสำคัญรับเงิน ใครเขียนก็ได้ แต่ลายเซ็น ต้องตรงกับเจ้าของสำเนาบัตรประชาชน (ซึ่งกรณีอาจมีการปลอมลายเซ็น หรือหาใครก็ได้ที่รู้จัก เพื่อขอสำเนาบัตรประชาชนมาใช้ก่อน) ... โกงไหม ?
๓. ผู้บริหารโครงการเก่ง ๆ จะรู้จักระเบียบการเงินเหล่านี้ จะใช้วิธีการคำนวณเงินที่ใช้ให้อยู่ในกรอบ เพียงแต่ว่า จะมีการคำนวณเงินให้มากกว่าใช้จริง ทำให้มีเงินโครงการเหลือเพื่อใช้จ่ายสิ่งที่ระเบียบไม่มี เช่น ข้าวกลางวัน ค่าวัสดุบางอย่าง เป็นต้น (ที่ต้องทำแบบนี้ เชิ่อว่า เป็นเพราะระบบและระเบียบของรัฐ เขียนไว้ไม่ครอบคลุมความจำเป็นจริง ๆ ทำให้ผู้บริหารโครงการพยายามหาช่องโหว่มาใช้ แต่ว่าหากเป็นผู้บริหารโครงการที่ขี้โกง กรณีนี้ เข้ากระเป๋าตัวเองแน่นอน) ... โกงไหม ?
ยกตัวอย่างที่พบประสบเจอมา ๓ กรณีครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเจตนาและสิ่งที่ทำไปว่า เหมาะ หรือ ควรหรือไม่ ... บางทีไม่ทำ ผู้ทำโครงการอาจจะต้องควักเนื้อเอง แล้วต่อไปคงไม่มีใครอยากทำโครงการที่ถูกต้องอีก เพราะเสียเงินตัวเอง ...
มันเป็นระบบการเงินที่ไม่ได้เอื้ออำนวยให้คนทำงานโครงการ ซึ่งผมคิดว่า นอกจากระเบียบของสำนักนายกฯ แล้วยังขึ้นอยู่กับวิธีการคิดขององค์กรนั้นอีก
ผมยกตัวอย่างเช่น การทำโครงการวิจัยที่เป็นงบแผ่นดิน เงินวิจัยจะเข้ามาที่มหาวิทยาลัย ผู้วิจัยสามารถทำเรื่องนำเงินออกมาใช้ได้ โดยการทำตามระเบียบการเงินที่กล่าวมา เพียงแต่ว่าบางครั้งขั้นตอนการวิจัยของโครงการยังไปไม่ถึงขั้นตอนนั้นเลย แต่ต้องรีบนำเงินออกมา เพราะหากเบิกช้า อาจจะต้องรอไปอีก 4 เดือน หรือไม่หากเป็นงวดสุดท้าย มหาวิทยาลัยจะเคลียร์และอาจคืนแหล่งทุนไป เพราะเบิกไม่ทัน
ทำไงล่ะ ... ก็วิธีต่าง ๆ ที่กล่าวมา ผมเข้าใจเจตนาดีของทีมวิจัยครับ แต่ผมว่า ระบบมันสอนให้นักวิจัยโกง จากระบบเอกสาร แปลงโน้น เปลี่ยนนี้ ทำไมมหาวิทยาลัยไม่จัดการระบบอะไรให้มันง่ายกว่านี้ ผมเคยมหาวิทยาลัยเขาทำได้ และไม่สอนให้คนโกงด้วย
ย้อนกลับมาวันนี้ ผมถือเงินยืมโครงการฯ ไว้ เหมือนกับผมเป็นการเงินโครงการ แต่ไม่อยากให้พี่ ๆ คิดใช้วิธีนี้ไปทานข้าวกลางวัน ซึ่งผมเข้าใจครับว่า ทำงานแล้วก็ต้องทานข้าวขอบคุณกัน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินโครงการ หรือจะไม่เลี้ยงข้าวเลยก็ยังได้ มันเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ดี ควรยกเลิกเสีย
เพราะหลังจากโครงการเสร็จ ก็จะมีการวิ่งหาใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องกันสนุก แต่ไม่ได้ใช้จ่ายจริงเกิดขึ้น
"ระบบการแปลงใบเสร็จรับเงิน" ต่างอะไรไปจาก "การคอรัปชั่น" ?
ผมนึกไม่ออกจริง ๆ
ขอบคุณครับที่รับฟัง :)
จริงอย่างนั้นครับ คุณบรรณารักษ์ Wanpen ;)...
ถึงระบบจะเป็นแบบนี้ ทำผิด แต่อาศัยความเคยชิน เนียนไปเรื่อย ๆ แล้วคนที่คิดดีก็จะถูกกลืน ประเทศเราก็ไม่เดินหน้ามีแต่ถอยหลัง และติดอันดับประเทศที่มีคอรัปชั่นมากที่สุดในโลกไปด้วยความภูมิใจ
"ความชั่ว พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า อย่าเข้าไปข้องเกี่ยว"
"รู้ว่าเป็นความชั่ว ทำความผิด แล้วเราอยากจะทำชั่วอีกหรือ"
ผมเลือกเดินหนีดีกว่า หากอนาคตถ้าสามารถแก้ไขได้ ผมจะทำ
ขอบคุณมากครับ ;)
ขอบพระคุณมากๆครับพี่Was ที่เล่าให้ฟัง ^^
เออ...เนาะ พอเห็นภาพครับพี่ ผมก็คนนึงที่เคยเป็นลูกมือเจ้าหน้าที่เหล่านี้โดยไม่รู้ตัว ไอ้เราก็คิดดี ไม่สงสัย คิดว่าเค้าทำถูกตามขั้นตอนแล้ว
อืม...เห็นด้วยครับ...จะภูมิใจมั้ยเนี่ยที่ได้เป็นประเทศอันดับต้นๆในเรื่องคอรัปชั่น T_T
ขอบคุณเช่นกันครับ น้องเดย์ adayday ที่เข้ามารับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นครับ
เรานิ่งเฉยจนกลายเป็นความเคยชิน ทำผิดทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด
ไม่ปรับระบบให้สอดรับการทำงานในอนาคตกันเลย
คงเหนื่อยไปอีกนาน ... คนโกงคงขึ้นมารุ่นต่อรุ่น ;(
สวัสดีค่ะอาจารย์
ร้อนแรงตามอุณหภมิโลกรึเปล่าค่ะ ;)
ใจเย็นนะค่ะ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ ปัญหาบางอย่างสะสมมายาวนานเกินไปค่ะ เวลาจะแก้ก็ต้องใจเย็นลงนิด
เราไม่สามารถแก้ภายในวันเดียวได้หรอกนะค่ะในบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของคน หากพี่พยายามจะหักดิบแบบทันทีทันใด อาจมีผลสะท้อนที่ค่อนข้างรุนแรงมากได้ค่ะ
สี่รู้ว่าพี่นะรับไหว แต่พี่น้องเพื่อนฝูงหัวใจจะวายนะเจ้าค่ะ
ไปดีกว่าเด๋วโดนเฉ่ง!
ปล.ไหนเพื่อนซี้บอกพี่มีความสุขดีนะ??
ขอบคุณมากครับ น้อง สี่ซี่ ... สำหรับการเตือนจิตเตือนใจ ... ยืดหยุ่น และคงต้องใช้เวลาครับ ;)
สวัสดีค่ะ พี่อาจารย์ Wasawat Deemarn
ดูเหมือน ศึกครั้งนี้ ใหญ่หลวงนัก... อิ อิ
เพราะดูเหมือนว่าจะแวดล้อมด้วยสิ่งที่ได้รับการปฎิบัติต่อๆ มาจนคล้ายๆ กับเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้ว...
เห็นด้วยค่ะ ...ยืดหยุ่น และ คงต้องใช้เวลา ครับ... ขอเอาใจช่วยนะคะ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพี่อาจารย์จะช่วยแก้ปัญหาได้บ้างไม่ทั้งหมด ก็อย่าเสียใจนะคะ ถือว่าได้พยายามทำเต็มที่แล้ว ถนอมตัว และ ถนอมใจ ไว้ก่อน ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ...
ขออนุญาตฝากภาพชุด Plant life By Steph.F's photostream ค่ะ ดูแล้วจะได้สบายใจ อิ อิ
ขอบคุณมากครับ น้อง นีนานันท์ ;) ... สู้ สู้ ครับ
ขอบคุณข้อมูลแลกเปลี่ยนของท่าน ตาเหลิม ครับ ;)
โกงกันทุกระดับประทับใจจ๊อดจริง ๆ ครับ
ตำแหน่งโตหน่อยก็ได้เงินเก็บเยอะ ตำแหน่งเล็ก ๆ ก็น้อยหน่อย