ข้าราชการครูส่วนใหญ่ที่ไม่ถนัดในการทำวิจัยมักจะเป็นครูที่จบการศึกษาตาม หลักสูตรการผลิตครูแบบเก่า ที่การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีไม่มีการสอนเรื่องการทำวิจัย

คุรุสภาแก้ครูทำวิจัยไม่เป็น พบอ่อนหัด-ผ่านประเมินแค่ร้อยกว่า
นาย องค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภากำหนดจัดการประชุมทางวิชาการของคุรุสภาประจำปี 2552 เป็นครั้งที่ 5
ในหัวข้อการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา โดยให้ความสำคัญไปที่งานวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกกลุ่มจาก ทั่วประเทศ โดยในการประชุมครั้งนี้มีผู้ส่งผลงานวิจัยเข้าร่วมคัดสรรเพื่อนำเสนอในเวที ประชุมทางวิชาการ จำนวน 566 เรื่อง มีผลงานวิจัยที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ จำนวน 132 เรื่อง และคุรุสภาจะนำผลงานวิจัยเหล่านี้เสนอในการประชุมวิชาการซึ่งจะจัดสัญจรครอบ คลุม 5 ภูมิภาค โดยที่กรุงเทพมหานครไปแล้ว จากนี้จึงจะจัดประชุมในภูมิภาคต่างๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่บุคลากรทางการศึกษาส่งงานวิจัยเข้ามาร่วมคัดสรรจำนวนมาก แต่มีเรื่องที่ผ่านเกณฑ์เพียง 132 เรื่องนั้น เป็นเพราะข้าราชการครูส่วนมากไม่มีความถนัดในการทำงานวิจัย ซึ่งเป็นข้อด้อยที่ต้องปรับปรุง ดังนั้น ในการประชุมวิชาการดังกล่าวคุรุสภาจะรวบรวมปัญหาที่พบจากงานวิจัยที่ส่งเข้า มา พร้อมทั้งข้อเสนอแนะในการทำวิจัยให้มีคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิจัดพิมพ์แจกให้ กับผู้เข้าร่วมประชุมด้วย

"ข้าราชการครูส่วนใหญ่ที่ไม่ถนัดในการทำวิจัยมักจะเป็นครูที่จบการศึกษาตาม หลักสูตรการผลิตครูแบบเก่า ที่การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีไม่มีการสอนเรื่องการทำวิจัย เมื่อมีการปรับเปลี่ยนหลัก สูตรการผลิตครูเป็น 5 ปี จึงได้เสริมเรื่องการทำวิจัยเข้าไป ส่วนครูที่จบตามหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี ก็มีการจัดอบรมความรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยเพิ่มเติมให้ในภายหลัง ทั้งนี้ เป็นที่น่ายินดีว่าผลงานวิจัยที่ถูกส่งเข้ามาให้คุรุสภาคัดสรร งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการส อน สะท้อนว่าครูให้ความใส่ใจกับคุณภาพเด็กอย่างแท้จริง" นายองค์กรกล่าว



ที่มา - ข่าวสดรายวัน หน้า 29 - วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6810
อ้างอิงจาก
http://www.kruthai.info/board03_/show.php?Category=news&No=378

ทุกท่านคิดอย่างไรครับ