พยาบาลห้องคลอดไม่ว่าโรงพยาบาลไหนต้องมีลักษณะเฉพาะ เสียงดัง แข็งแรง คล่องแคล่ว สายตาต้องไว มือต้องเร็ว ในเวรบ่ายวันหนึ่งเวลา 16.30 น. มีพยาบาลประจำ 2 คน กำลังดูความพร้อมใช้ของเครื่องมือประจำตึก เพื่อรอรับผู้มาคลอด เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นจากพยาบาลงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน
หน่องหยิบโทรศัพท์ขึ้นและพูดว่า “สวัสดีค่ะ ห้องคลอดชุลีพรค่ะ”
“มีผู้มาคลอดท้องแรก 39 wk. เจ็บท้อง มีน้ำเดิน”
“ค่ะ” วางหูแล้วรีบเดินไปงานอุบัติเหตุฉุกเฉินทันที
“สวัสดีค่ะ เจ็บท้องตั้งแต่กี่โมงค่ะ”
“บ่าย 3 โมงค่ะ”
“มีมูก เลือด น้ำเดินไหมค๊ะ”
“มีน้ำเดินเล็กน้อยเปื้อนกางเกง”
“เจาะเลือดดูความเข้มข้นของเลือดก่อนนะค๊ะ เจ็บนิดหนึ่ง”
“ความเข้มข้นของเลือด 40%”
“เข้าไปตรวจที่ห้องรอคลอดก่อนนะค่ะ สงสัยต้องนอนโรงพยาบาล”
พยาบาล 2 คนช่วยกันตรวจภายใน พบว่าปากมดลูกเปิด 3 cms. ปากมดลูกบาง 50% สูง -2 ถุงน้ำ ML, ท่า ORA, FHS = 144 I5 30 “D=35” และดูแลความสะอาด ตัดขนให้สั้นลง ใส่ผ้าอนามัยเพื่อดูว่าน้ำเดินออกมากหรือไม่ และให้ผู้มาคลอดนอนพัก รอคลอดได้ตามปกติ ความก้าวหน้าของการคลอดไม่พบภาวะแทรกซ้อน ขณะรอคลอดปากมดลูกเปิดหมดเวลา 22.15 น. เบ่งคลอดนาน 1 ชั่วโมง รายงานแพทย์ใช้หัตถการในการช่วยคลอดด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ ทารกเพศชาย น้ำหนัก 3,440 g. ร้องเสียงดัง มือเท้าแดงดี ปลอดภัยทั้งมารดาและทารก พยาบาลและหมอมองหน้ากันและยิ้มให้กันด้วยแววตามีความสุขที่ได้ช่วยให้ทั้งครอบครัวสมหวังในสิ่งที่ทุกคนรอคอยมา 10 เดือน ญาติทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขและชื่นชมลูกหลานกันถ้วนหน้า แล้วเราก็ย้ายทั้งมารดาและทารกไปยังตึกหลังคลอดเวลา 02.30 น.
“เฮ้อ! บุญมาหาเราเสียค่อนคืน”
“เรามาเก็บอุปกรณ์ ทำความสะอาด และปูเตียงไว้รอรับบุญครั้งต่อไปดีกว่า”
ขณะที่หน่องไปส่งทั้งมารดาและทารกที่ตึกหลังคลอด ฉันอยู่เก็บดูความเรียบร้อยได้ยินเสียงผู้ชายเรียก
“หมอครับเมียผมเจ็บท้องคลอดครับ” หน้าตาตื่นกระหืดกระหอบ”
“ค่ะ วางมือจากรถเลยค่ะ เดี๋ยวฉันเข็นคนไข้เอง แล้วคุณไปแจ้งที่ห้องบัตรก่อนนะค่ะว่ามานอนอยู่ห้องคลอดแล้ว ขอบคุณค่ะ”
“ณามีอาการอย่างไรบ้างค่ะ”
“เจ็บท้องนาน ๆ ครั้ง มีมูกขาวเล็กน้อยค่ะ”
“เดี๋ยวฉันตรวจดูก่อนนะว่าปากมดลูกเปิดหรือยัง”
หน่องกลับมาจากส่งมารดาและทารกที่ตึกหลังคลอด
“พี่หนูมีรับใหม่เหรอค่ะ”
“จ๊ะพี่กำลัง PV. อยู่ปากมดลูกยังไม่เปิด Station -2 FHS 144/m I>10’ D15” ท่า OLA
“หมอครับยาที่หมอบัวบอกว่าให้กินตอนเจ็บท้องคลอด ผมให้กินมาตอนตี 1 ครั้งหนึ่งแล้วต้องกินทุก 3 ชั่วโมง แล้วส่งซองสีน้ำตาลให้เปิดดูพบว่าเป็นยาปลอกสีฟ้าเข้มกับฟ้าอ่อน”
“ครบกินยาอีกครั้งตอนตี 4 นะ แต่ถ้าหายปวดท้องก็ไม่ต้องกิน”
“พี่หนู ณาท้องที่ 2 แล้วก็ผลเลือดบวกนี้ถ้าจะคลอดง่ายนะพี่หนูนะ” หน่องกล่าว
“อึ่ม แต่ตอนนี้ปากมดลูกยังไม่เปิดเลยอาจจะยังไม่คลอดเพราะเจ็บนาน ๆ ครั้ง”
แล้วณาก็หลับได้ สีหน้าไม่แสดงอาการเจ็บปวด ขณะที่ฉันกำลังเขียนประวัติลงใน Chart และหน่องรายงานแพทย์เรื่องความเข้มข้นของเลือดต่ำ แพทย์เวรตัดสินใจ Refer ไปคลอดโรงพยาบาลทั่วไป แต่แพทย์เวรกับแพทย์เวรต้องปรึกษาและส่ง Caseกันก่อน Refer ตามแนวทางการส่งต่อผู้ป่วย แพทย์เวรโรงพยาบาลทั่วไปไม่รับส่งต่อให้คลอดที่โรงพยาบาลบ้านลาด เราสองคนแยกกันอีกคนเขียน Chart อีกคนลงประวัติใน Computer ตามระบบกว่าจะเสร็จประมาณ 04.00 น. ณาเริ่มเจ็บครรภ์ฉันได้ตรวจปากมดลูกอีกครั้งปากมดลูกเริ่มเปิดเล็กน้อย ครบเวลาทานยา AZT พอดี เป็นครั้งที่ 2 หลังจากณารับประทานยาก็หลับต่อได้เนื่องจากเจ็บครรภ์นาน ๆ ครั้ง ฉันสอนสามีให้นวดบรรเทาอากรเจ็บปวดให้ณาโดยใช้ Arothma ทุกครั้งที่ณาเจ็บครรภ์แต่ถ้าระยะพักก็ให้หลับ ไม่ต้องนวด ด้วยความที่นาน ๆ มี Case สักครั้งฉันลืมให้ Navirapine Stat ก่อนคลอด ½ ชั่วโมง
แล้วณาก็คลอดเวลา 07.15 น. ซึ่งเร็วกว่าเวลาที่เราคาดการณ์ไว้ เพราะจากปากมดลูกเริ่มเปิดถึงเปิดหมดใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นการคลอดที่เรียกว่า Precipitate labour ทารกเพศชาย น้ำหนัก 3,200 g. Active ดี ร้องเสียงดัง Apgar 9-10-10 สามีณาดีใจมาก ได้ลูกชายที่น่ารักแข็งแรงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หอมแก้มลูก และอุ้มลูกชื่นชมสิ่งที่ทุกคนรอคอยมา 9 เดือน ทารกเริ่มยา Nevivapine Stat และ AZT Stat ตามน้ำหนัก งดนมมารดาณาหลังจากเย็บแผลเสร็จ มดลูกหดรัดตัวดี ลอยอยู่เหนือ SP 5’ การเสียเลือดขณะคลอด = 200 ml. ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เจาะความเข้มข้นของเลือดหลังคลอด 2 ชั่วโมงได้ 25% รายงานแพทย์เวรให้ Refer ไปให้เลือดที่โรงพยาบาลทั่วไป 1ū แล้วก็กลับบ้าน ด้วยความวิตกกังวลและเป็นห่วงผู้ป่วยมันติดอยู่ในใจว่าฉันไม่ได้ให้ยา NevirapineStat ก่อนคลอดได้โทรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลและสาธารณสุขจังหวัด ก็ได้รับคำแนะนำว่าไม่เป็นไร เพราะรู้ว่าฉันเครียด และพี่เขาก็บอกว่าคิดเสียว่าดีแล้วจะได้ไม่เสี่ยงต่อการดื้อยาในอนาคต ทารกได้รับยา AZT ต่อครบ 1 สัปดาห์ ทั้งมารดาและทารก ณามาตรวจแผลหลังคลอด 7 วัน ที่ห้องคลอดเพราะเป็นแนวทางที่เราแก้ปัญหาติดเชื้อที่แผล Perineum และการเกิดสะดือติดเชื้อ Omphalitis หลังคลอดทุกรายมารดาและทารกมาให้ฉันดูที่ห้องคลอด เป็นการดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์เป็นห่วงในความปลอดภัยของทั้งมารดาและทารกทุกรายของการตั้งครรภ์และคลอด และ Perineum ติดดีและสะดือทารกแห้งเกือบหลุดไม่บวมแดง ไม่พบ sing การติดเชื้อ
“ณาอยู่บ้านใครช่วยเลี้ยงลูกจ๊ะ”
“แม่สามี เพราะแม่หนูและน้องสาวรังเกียจที่หนูเป็นโรคนี้ไม่ยอมให้อยู่ที่บ้านเธอพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าและไม่ช่วยเลี้ยงลูก หนูเสียใจมากเลยคิดว่าแม่เราไม่รังเกียจ แต่ตรงกันข้ามแม่สามีกลับดีกับหนู และลูกมากช่วยดูแลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารดูแลให้หนูกินอย่างดี หลานก็ช่วยเลี้ยง ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจเลยสักนิด ตอนนี้หนูก็เลยย้ายไปอยู่บ้านสามีทั้งครอบครัว”
ฉันได้ยินณาเล่าเรื่องญาติแสดงความรังเกียจณาก็น่าสงสารและต้องการให้ความรู้ญาติที่ถูกต้องจะได้ไม่รังเกียจณา ณาจะได้สบายใจในการอยู่ในสังคมอย่างคนปกติ ฉันได้ไปเยี่ยมบ้านแม่ณาก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
“ฉันทราบจากณาว่าแม่และน้องสาวรังเกียจณาที่เป็นผู้ติดเชื้อ ใช่มั๊ยจ๊ะ”
“จ๊ะ เพราะว่าฉันกลัวติดเชื้อและเป็นโรคที่รักษาไม่หายเป็นแล้วต้องตายทุกคน”
“จริง ๆ แล้วไม่มียารักษาก็จริงแต่มียากินให้เชื้อไม่รุนแรงไปกว่านี้ได้จ๊ะ ทุกคนที่กินยาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างคนปกติ 10-20 ปี และผิวพรรณจะสวยไม่มีใครรู้เลยถ้ามองจากภายนอก และโรคนี้ก็ติดต่อได้ยากมาก เช่น ต้องมีเพศสัมพันธุ์กัน จูบปากกันจนเลือดออก ใช้เข็มจากคนที่เป็นโรคฉีดเข้าเส้นอีกคนหนึ่งที่ไม่เป็นโรค และทารกมีโอกาสติดจากมารดา 2-3% เท่านั้นคือว่าน้อยมากที่จะติดเชื้อกัน”
“แล้วการอุ้มหลาน การกินอาหารด้วยกัน หมอจะติดมั้ยจ๊ะ”
“ไม่ติดค่ะ การอยู่บ้านเดียวกัน กินอาหารด้วยกัน พูดคุยกัน ไอ จามรดกันไม่ติดเชื้อโรคนี้”
“ฉันนึกว่ามันติดกันง่าย ๆ ฉันเลยกลัวไม่กล้าที่จะอุ้มหลาน กอดจูบหลาน เสียใจจริง ๆ ถ้ารู้แบบนี้ฉันก็ให้อยู่บ้านฉัน หลานฉันก็รักแต่ฉันกลัวติดโรค”
“ป้าเข้าใจแล้วใช่มั้ยจ๊ะ”
“เข้าใจแล้วขอบคุณมากนะหมอนะ อุตส่าห์มาบอกฉันจะได้เข้าใจ”
แล้วฉันก็ลามารดาและน้องสาวของณากลับโรงพยาบาล
ณามาตรวจหลังคลอด มดลูกเข้าอู่ น้ำคาวปลาหมดแล้ว ณาไปทำงานโรงงาน หน้าตาสดใส มาฝังยาคุมกำเนิดให้ในวันที่ 2 ก.ค. 52 ฉันได้มีโอกาสพบกับณาอีกครั้ง
“ณาเป็นอย่างไรบ้าง แม่กับน้องสาวดีหรือยังจ๊ะ”
“ดีแล้วจ๊ะ ช่วยณาเลี้ยงหลานกันใหญ่เลยทั้งแม่และน้องสาว ขอบคุณหมอมากนะที่ทำให้ครอบครัวเราอยู่อย่างมีความสุข สบายใจ ฉันคอยวันนี้มานาน ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้” สีหน้าแววตาสดใสฉายแววแห่งความสุข
“แล้วตอนนี้ลูกรับนมอยู่ที่ไหนจ๊ะ”
“รับอยู่โรงพยาบาลทั่วไป พบหมอที่โรงพยาบาลทั่วไป สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง กินนมเก่ง”
“แล้วณา CD4 เท่าไหร่ตอนนี้”
“700 จ๊ะ”
“ดีมากเลยรักษาสุขภาพ ระวังไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วยละ ใส่ Mask ป้องกันไว้ตลอดเวลานะ เพราะเราเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแล้วก็อาการจะรุนแรงกว่าคนอื่น ๆ ท่องไว้เลยว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อย ๆ ทุกครั้งที่เราจับสิ่งสกปรก”
“จ๊ะตอนนี้ณาก็ทำอยู่ประจำเป็นห่วงลูกยังเล็ก ก็ได้ลูกนี่ละเป็นกำลังใจให้ณาต่อสู้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้”
“มีปัญหาอะไรก็มาคุยกันได้นะ หรือโทรมาคุยก็ได้ถ้าพบปัญหาสุขภาพทั้งณาและลูก”
“จ๊ะ ขอบคุณมากนะหมอ” ณายกมือไหว้ขอบคุณพร้อมกับขอตัวกลับบ้าน
ฉันมีความอิ่มเอิบใจที่ทำให้ครอบครัว ๆ หนึ่งกลับมามีความสุขเข้าใจซึ่งกันและกัน
ณามาตรวจสุขภาพที่คลินิกตามนัดทุกครั้ง ปฏิบัติตัวดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี การให้ยาฝังคุมกำเนิดก็ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ ณาบอกว่าในชีวิตก็ต้องการเพียงเท่านี้แหละหมอ นึกว่าจะไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของผู้ติดเชื้อ ณามีความสุขจริง ๆ และทุกครั้งที่พบณา ณาเข้ามาทักทายหน้าตาสดใส สวยขึ้น ทุกครั้งที่มาโรงพยาบาล