การท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของโปรตุเกส "เมืองซินทร้า"

วันที่ 22 พ.ค.เป็นวันสุดท้ายที่จะเขียน blog เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโปรตุเกสของข้าพเจ้า

วันนี้จะไม่กล่าวถึงอาหารเช้าไม่ได้เลยที่เดียวเพราะโรงแรมที่เราพักนั้นเป็นโรงแรมห้าดาว ถ้านับตามดาวแล้ว โรงแรมนี้ (โรงแรมสุดท้ายของการท่องเที่ยว) ถือว่าหรูที่สุด ดาวที่แตกต่างกันที่นี่คือข้อเปรียบเทียบระหว่างอาหารเช้า มีฟิตเนส และมีสระว่ายน้ำ ส่วนอาหารจะอร่อยหรือไม่ มีอินเตอร์เนตหรือเปล่า ไม่เกี่ยวกัน ยิ่งดาวมากอินเตอร์เนตก็แพงมาก เท่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ปอร์ตู้นั้น อินเตอร์เนตฟรีกันเลยทีเดียว แต่เป็นอินเตอร์เนตส่วนกลางใช้ได้คนละ 15 นาที ซึ่งก็พอเพียง ถ้าไม่มีใครใช้ต่อจากเรา เราก็ Log in ได้ใหม่ โรงแรมสุดท้ายนี้ราคา 6Euro เลยแหละต่อชั่วโมง เห็นราคาแล้วก็ไม่ต้องคิดเลย โอเค มาเล่าถึงอาหารเช้ากันดีกว่า อาหารเช้ามีหลายประเภท มีให้เลือกมากมายลานตาไปหมด แต่สิ่งที่แย่คือ กาแฟไม่อร่อยอย่างแรก เหมือนเม็ดมะขามคั่วยังงัยไม่รู้ มีไข่ดาว ไข่เจียว แพนเค้ก วัฟเฟิล มีอาหารสำหรับคนเป็นเบาหวาน มีผลไม้ ฯลฯ แต่ที่อร่อยมากกกกกกกกกกก จริงๆ คือ ครัวซอง ตอนแรกว่าจะซื้อเนยกลับมาแล้ว แต่กลัวละลายกว่าจะกลับมาถึงบ้าน เนยอร่อย ไม่น่าหละ น้องที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนน้ำหนักขึ้น 15 กิโลภายในปีเดียว

เมื่ออาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาล้อหมุน ประมาณ 9 โมงเช้า วันนี้คณะจะไปท่องเที่ยวเมืองซินทร้า (Sintra) เป็นเมืองมรดกโลกและเป็นเมืองที่เขาบอกว่าโรแมนติก ในเมืองนี้เดิมชื่อ Cynthia เป็นชื่อที่ตั้งตามเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ของชาวโรมัน ปราสาทนี้สร้างขึ้นในสมัยที่แขกมัวร์ยึดครองโปรตุเกส ต่อมากลายเป็นที่พักตากอากาศในช่วงฤดูร้อนของราชวงศ์ เมืองซินทร้านี้เป็นเมืองแห่งนักประพันธ์ ด้วยบรรยากาศต่างๆ ทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บทประพันธ์และงานศิลปะต่างๆ จึงเป็นเมืองที่มีศิลปินและนักประพันธ์อยู่ และเมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองพักผ่อนของพวกมีอันจะกิน ข้าพเจ้าและคณะได้เข้าชมพระราชวังแห่งชาติคือ Pena ซึ่งเป็นปราสาทที่รับอิทธิพลจากแขกมัวร์ พระราชวังแห่งนี้มีศิลปะผสมผสานระหว่างปลายศตวรรษที่ 14 จนถึงต้นศตวรรษที่ 16 ภายในปราสาทจะมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องวาดทุกห้องและมีความละเอียดอ่อนละแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง  

          ตลอดทางขึ้นเขาเพื่อไปยังปราสาท ทุกคนสงสัยว่าสมัยก่อนต้องมีความสามารถมากที่จะขนหินและขนเครื่องมือก่อสร้างขึ้นไปยังยอดเขา ขนาดรถบัสยังนั่งจนเมา แล้วพอไปถึงทางเข้าปราสาทต้องนั่งรถ Tram ขึ้นไปเนื่องจากรถเข้าไม่ได้ และต้องเดินขึ้นทางลาดชันอีกประมาณห้านาที แต่ชันจริงๆ ประมาณ 45 องศาได้เลยแหละ แต่เมื่อเข้าไปข้างในแล้วก็หายเหนื่อยเลย สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เป็นความชื่นชมยินดีต่อการเกิดมาเป็นมนุษย์และความสามารถที่พระเจ้าประทานให้กับมนุษย์

เสร็จจากการเที่ยวชมปราสาทพิน่าแล้ว คณะก็เดินทางต่อไปยังแหลมโรก้า ซึ่งเป็นตะวันตกสุดของประเทศโปรตุเกส (Capo Da Roca) ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากวิวและประภาคาร

เสร็จแล้วก็เดินทางไปหา “ป้าไก่” ถ้ายังจำกันได้ ใน Blog นี้ได้กล่าวถึง “ป้าไก่” ไปแล้วในตอนแรกๆ เป็นป้าที่ขายของที่ระลึก แต่ตั้งเต้นท์อยู่ ถูกกว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวประมาณ 3 เท่า ทั้งคณะไปซื้อ ก็น่าจะทำให้ป้า และเพื่อนบ้านปิดร้านกันเลยทีเดียว แต่ละคนซื้อของเก่งมากกกกกกกกกก เย็นนี้ตกลงกันว่าจะกินอาหารไทยกันอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นบุฟเฟ่ต์ เอาให้สะใจ

ตอนเย็นกลับมาจากอาหารเย็น ปรากฎว่าฝนตกหนักอย่างมาก จนกระทั่งตัดสินใจว่าจะไม่ไปท่องราตรีแล้วหล่ะ โทรไปห้องน้องตาลก็ได้สรุปว่าไม่มีใครแจ้งความประสงค์ว่าจะไป อดเลย นึกว่าจะได้ไปดูซะหน่อย นอกจากที่นี่จะกินข้าวทุกมื้อช้าแล้ว ก็ทำให้การท่องราตรีนั้นช้าไปด้วย กว่าจะออกไปกันก็เลยสี่ทุ่มไปแล้ว เพราะว่าอาหารเย็นกว่าจะกินเสร็จก็สี่ทุ่ม ดังนั้นการไปเที่ยวกลางคืนก็หลังจากนั้น สามทุ่มแล้วฝนก็ยังไม่หยุดตก ข้าพเจ้าและคู่หูจึงตัดสินใจเดินข้ามไป Supermarket ดีกว่าเผื่อจะได้ซื้อขนมหรืออาหารอะไรประหลาดๆ กลับมาเมืองไทย คุณเชื่อหรือไม่ว่าแค่ต่างประเทศกัน สมมติแค่ Hong Kong ของที่ขายอยู่ใน supermarket ก็ต่างกันจนน่าตื่นตาตื่นใจแล้ว คราวหน้าถ้าคุณมีโอกาสไปประเทศอื่นๆ ก็ลองไปเดินดูก็ได้นะ สนุกไปอีกแบบ ไปถึงไม่นานก็มีพวกพ้องในคณะตามมากันติดๆ มาซื้อไวน์กันเพิ่ม เพราะว่าที่นี่โปรตุเกส ไวน์ถูกสุดๆ ประมาณขวดละ 100-200 บาทเท่านั้น แต่ว่าขนกลับได้คนละไม่เกิน 2 ขวด บางคนก็อยากลองเสี่ยงดูคือเอากลับประมาณ 4 ขวด ก่อนมามีผู้ใหญ่ฝากซื้อเชอร์รี่กลับไปโรงแรมด้วย แต่ว่าเชอร์รี่ที่พบได้ใน Supermarket นี้ล้วนแล้วแต่ช้ำๆ ก็เลยไม่หยิบอะไรเลย มองหาแต่พวกที่เอามาชงน้ำทีหลังหรือพวกแป้งต้องมาผสมต่ออีก มาพบอีกอย่างคือว่าหลังจากที่กลับมาเมืองไทยแล้ว เอาสิ่งที่ซื้อมาจะทำกินปรากฎว่าอ่านไม่ออก เฮ้อ!! บทเรียนนี้สำคัญนัก ต้องมา Google ให้แปลให้หน่อยว่าแปลเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไร ตอนซื้อก็ลืมนึก ตลกตัวเองอีกเหมือนกัน