โลกเย็น

3R พาโลกเย็น

วันนี้ผู้เขียนจะขอมาเชิญชวนทุกท่านร่วมกันหยุดภาวะโลกร้อน ด้วยกระบวน 3R  บางคนอาจจะคุ้นเคยกับ R  ทั้งสามกันบ้างแล้ว  แต่บางคนอาจจะยังงง ๆ อยู่ว่า  เจ้า R สามตัวนี่มันคืออะไรกัน  แล้วมันจะช่วยให้โลกเย็นลงได้อย่างไร

ผู้เขียนขอเล่าแจ้งแถลงไขเพื่อความเข้าใจกันอย่างถ้วนหน้าว่า 3R  ก็คือ Reduce , Reuse และ Recycle  เริ่มต้นจาก

 R  ตัวแรกคือ Reduce (อ่านว่า  รี- ดิ๊วส์  แปลตรงตัวว่าลดลง)  ก็คือ การลด  ละ  เลิก  ใช้สิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็น  หรือใช้จำนวนให้น้อยลง  จากที่เคยดึงกระดาษชำระในห้องน้ำม้วน ๆ เป็นปึกเบ้อเร่อ  ก็ลดลงเหลือแค่สองสามแผ่นก็พอ  หรือจากที่เคยใช้ทิชชูเช็ดหน้า  เช็ดปาก  สั่งขี้มูก  ทั้งวันหมดไปเป็นกล่อง  ก็เปลี่ยนมาใช้ผ้าเช็ดหน้า 1 ผืนใช้ได้ทั้งวัน

R  ตัวที่สองต่อมาก็คือ Reuse  (อ่านว่า  รี- ยู้ส  แปลตรงตัวว่าใช้ซ้ำ)  เป็นการใช้แล้วใช้อีก  ใช้กันเข้าไปจนกว่าจะหมดสภาพการใช้งาน  น้ำอัดลมขวดลิตร  ดื่มหมดก็นำขวดไปใส่น้ำเปล่าแทน  ใช้น้ำยาซักผ้า  ล้างจาน  ก็ใช้แบบถุงเติมแทนซื้อใหม่แบบขวด  หรือใช้ปิ่นโตไปซื้อข้าวแกง  ก๋วยเตี๋ยว  จะได้ไม่ต้องเปลืองถุงพลาสติก  2  ชั้นทั้งถุงร้อนและถุงก๊อบแก๊บ  และก็ไม่ต้องมาถ่ายลงชามอีก  กินจากปิ่นโตได้เลย  แค่ล้างให้สะอาดก็ซื้อใส่มากินได้อีกหลายมื้อหลายอิ่ม

มาถึง  R  ตัวสุดท้ายก็คือ Recycle  (อ่านว่า  รี- ไซ เคิ้ล  ที่แปลว่านำกลับมาใช้ใหม่)  คำฮิตติดหูที่ได้ยินได้ฟังกันบ่อย ๆ ซึ่งอาจจะสับสนได้กับการ Reuse  เพราะเป็นการนำกลับมาใช้แล้วใช้อีกเหมือนกัน  แต่ Recycle  พิเศษตรงที่ต้องนำไปแปรสภาพเสียก่อน  อย่างน้ำอัดลมขวดลิตรเมื่อกี้  ต้องนำตัดขวดครึ่งเอาไปทำเป็นกระบวยตักน้ำ  เลี้ยงปลากัด  ปลูกไม้ประดับขนาดเล็ก  จึงจะถือว่าเป็น recycle  แต่ถ้าจะให้ชัดเจนก็คือการนำขยะพลาสติกทั้งหลาย กลับไปเข้ากระบวนการหลอมละลาย  แล้วขึ้นรูปมาใหม่  กลายเป็นถุงดำ  กะละมัง  ถังขยะ  เป็นต้น  หรือไม่ก็กระดาษขาวใช้แล้ว  ไป recycle ออกมาเป็นกระดาษกล่อง  การที่เราชั่งกิโลขายหนังสือพิมพ์กันมาชั่วนาตาปีก็เป็นหนึ่งในกระบวนการ recycle  นั่นเอง

3R  ทั้งหมดทั้งปวงนี้  ก็เพื่อลดปริมาณขยะที่นับวันจะทับถมกองสูงขึ้นเป็นภูเขาเลากาจนไม่มีที่จะให้ทิ้งอีกแล้ว  ลดมลพิษที่เล็ดลอดมาจากกองขยะ  ไหลปนเปื้อนไปกับน้ำระบายทิ้งสู่แม่น้ำลำคลอง  ลดมลพิษจากการเผาขยะ  ลดการนำทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้  และโลกใบสวยงามให้อยู่ไปอีกนาน ๆ ตราบจนชั่วลูกชั่วหลาน

ที่มา : วารสารบ้านใกล้เรือนเคียง ของกลุ่ม ปตท. ปีที่ 4 ฉบับที่ 21 เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม  2552