เพื่อตอกย้ำความคิดถึงของผมที่คิดถึงคนคนหนึ่งอย่างจับใจ ผมจึงได้อ่านบันทึกเล่มเก่าๆ ที่เขียนบรรยายความเป็นไปในวันต่างๆของผมกับเธอคนนั้น เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านบันทึกเล่มนี้ เพียงแค่อ่านได้บันทัดเดียวผมก็ยิ้มอย่างมีความสุข

เพื่อตอกย้ำความคิดถึงของผมที่คิดถึงคนคนหนึ่งอย่างจับใจ ผมจึงได้ไปอ่านบันทึกเล่มเก่าๆ ที่ี่เขียนบรรยายความเป็นไปในวันต่างๆของผมกับเธอคนนั้น เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านบันทึกเล่มนี้ เพียงแค่อ่านได้บันทัดเดียวผมก็อดยิ้มไม่ได้แล้ว  และผมได้นำบางวันมาเขียน blog เพื่อตอบสนองความคิดถึงที่ยังกรุ่นอยู่เต็มหัวใจ......


ศุกร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๘

วันที่ประวัติศาสตร์ของหัวใจที่ต้องจดจำ เป็นวันแรกที่ข้าพเจ้ามีความสุขมาก สำหรับวันที่ผ่านๆมา อาจารย์ไม่ได้สอนทั้งวัน ตอนบ่ายข้าพเจ้าไปห้องสมุด และจะลงมาก็มาเห็นปาล์มกำลังจะขึ้นไปห้องสมุด ข้าพเจ้าเห็นปาล์มระหว่างทางหน้าห้องสมุด

ปาล์มพูดว่า "จะไปไหน"

ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่า "ไปตามหาหัวใจ"


เมื่อปาล์มได้ฟังก็ได้เห็นหน้าตาที่ตลก เธอบอกว่า "แหวะ" เธอยิ้มให้เล็กน้อย หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้ตามน้องปาล์มไป ความรู้สึกของข้าพเจ้าในตอนนั้นเหมือนกับไร้ความรู้สึก เดินตามไปเหมือนกับติดบ่วงอะไรบางอย่าง ได้นั่งข้างๆกัน ได้คุยกัน ซั่งมีความสุขอะไรขนาดนั้น เวลาแค่ ๒ ชั่วโมงกว่ามันเหมือนว่าคุ้มค่ามากกว่า ๑ วันเต็มๆ และมีความสุขมากกว่าชีวิตที่เกิดมารวมกันอีก หลังจากหมดคาบสุดท้ายแล้ว ได้เิดินตามกันไปที่โรงรถ

"ไปส่งเขาหน่อย"

"แกกลับยังไง"


คำพูดของเธอมันทำให้ข้าพเจ้ามีค่ามากขึ้นในการเกิดเป็นคน ได้ไปส่งน้องปาล์มที่โรงรถ เมื่อเขาไปเอารถด้วยท่าทางที่รีบเหมือนกับว่าคงอยากคุยกับข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าก็เดินจากไปช้าๆ

ระหว่างทางจากห้องสมุดมาถึงโรงรถ ได้เดินเคียงข้างกันมาเหมือนกับว่าเป็นคนที่คุ้นเคยกันมาก รู้สึกว่ามีความสุขมากๆเหมือนกับเดินกันอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คนรอบข้างเป็นพันๆคนก็เหมือนไม่มีเพียงคนเดียว มันสุขอยู่ภายในหัวใจหากจะบรรยายเป็นอักษรเขียน หากบรรยายเป็นอักษรใจเท่านั้น


จบแล้วครับสำหรับบางห่วงตอนที่เิกิดขึ้นเมื่อ ๓ ปีก่อน แค่นี้ก็ทำให้ผมมีความสุขมากแล้วครับผมพร้อมที่จะก้าวเดินไปสู่เป้าหมายในชีวิตได้อย่างดี มีกำลังใจเต็มที่จากบันทึกเก่าๆของผม......... ที่มีให้กับเธอคนนั้น