นพมาศนามแม่นี้ เดิมมา..โปรดเปลี่ยนศรีจุฬา ลักษณ์ล้ำ..อุดมรูปปรีชา ชาญยิ่ง นะแม่..หญิงภพใดจักก้ำ กว่านี้ฤามี

 

     หาก..ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ จะพบว่ามีข้อมูล

..ที่มีการแสดงความคิดเห็น ที่หลากหลาย…ถึงความเป็นไปได้..และเป็นไปไม่ได้...

 ไม่ว่า..ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นอย่างไรก็ตาม...

นางนพมาศ..หรือ..ท่านท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ท่านก็เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์

ที่แสดงความเป็น..ตัวตนของไทยเรา..ได้อย่างชัดเจน และ แท้จริง..

โดยไม่ต้องเสียแรง เสียความรู้สึก กับการไปแย่งชิงกับใคร..เหมือน..บางอย่างที่เป็นอยู่..

 

 วันนี้..จึงมาชวน..เปิดตำนานและร่วมกันสืบสานความเป็นไทย แท้ ๆ

..กับชาวสุโขทัย..ค่ะ..

..ข้อมูล มาก..แต่เต็ม ไปด้วย กลิ่นไอ ของความ เป็นไทย แท้ ๆ นะคะ..

“อาจารย์ทองเจือ สืบชมพู รองนายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี”

ท่านได้ค้นคว้าและให้ข้อมูลเกี่ยวกับนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ไว้ดังนี้..ค่ะ

นพมาศ คือใคร.. มีตัวตนจริงหรือไม่..หรือเป็นเพียงนางในวรรณคดี เท่านั้น

ในฐานะ ที่เกิด เป็น ชาวสุโขทัย ได้ศึกษาเรื่องนี้ มานาน พอสมควร

 จึงขอถือโอกาสนี้ค้นคว้าหาความรู้จากตำราและผู้รู้ต่างๆ..

..เพื่อตอบคำถามนี้..ให้ผู้สนใจใคร่รู้..ทราบ..โดยทั่วกัน

นพมาศ คือ สตรีผู้สูงศักดิ์ของชาวสุโขทัยเกิดในสมัยพระร่วงเจ้า

 เป็นสตรีที่งามพร้อมทั้งรูปสมบัติปัญญาสมบัติ ทรัพย์สมบัติ

 นพมาศ..เป็นพระธิดาของปุโรหิต นามโชตรัตน์ และนางเรวดี

ตำแหน่ง พระศรีมโหสถ..ยศกมเลศวร์ครรไลหงส์พงศ์..มหาพฤฒาจารย์

  มีเกียรติยศยิ่งกว่า นักปราชญ์ราชบัณฑิต ทั้งปวง

 ได้บังคับบัญชากิจการ..การตกแต่งพระนคร ทำการพระราชพิธีสิบสองเดือน

ในพระราชสำนัก

 

 เมื่อ..นางนพมาศ..จะได้..ปฎิสนธิ..ในครรภ์มารดา นางเรวดีฝันว่า 

"ได้เยี่ยมบัญชรพระราชวังพระเจ้าแผ่นดิน...ชมแสงจันทร์เพ็ญอยู่จนตกใจตื่น"

..ส่วนโชตรัตน์บิดาฝันว่า...ได้ชมพันธุ์ดอกไม้ต่างๆ แย้มบาน เกสร..นอกฤดูกาล..

หอมตลบอบอวลทั่วทั้งเมือง  โหรทำนายว่าจะได้ธิดาที่มีเกียรติคุณเป็นที่เลื่องลือ

 คืนที่นางเรวดี..คลอดธิดา

พื้น นภากาศ..ปราศนาจากเมฆ.. พระจันทร์ทรงกลด..ประภัสสร

เพราะตรงกับ..วันจันทร์เพ็ญ..เดือนสาม

 ญาติมิตรน้อยใหญ่..มาร่วมแสดงความยินดี

ด้วยการมอบ ดอกไม้ทอง สนอบเกล้าทอง จุฑาทอง ประวิชทอง

กุณฑลทอง วลัยทอง ของเจ็ดสิ่งนี้เฉลิมขวัญ

 พระศรีมโหสถบิดาเห็นว่าเป็นมงคลนิมิต

ประกอบกับพระธิดาน้อย..มีฉวีวรรณ..เรื่อเหลือง ประดุจชโลมลูบด้วยแป้งสารภี

 จึงตั้งนามธิดาว่านพมาศ

 บิดาได้ประกอบพิธีเฉลิมขวัญ ทั้งพิธีพุทธ และพิธีพราหมณ์

จัดให้มีการศึกษาอักษรศาสตร์ และคัมภีร์ไตรเพท

 พออายุได้ ๑๕ ปี ก็เชี่ยวชาญ เสร็จสิ้น

 

นับว่าเป็นสตรีปราชญ์ รู้คดีโลก  คดีธรรม

มีจิตใจ เปี่ยมด้วยศรัทธาเจริญทาน การกุศล

วงศาคณาญาติ กล่าวสรรเสริญเจริญพร ทุกเช้าค่ำ

 ประชาชนทั่วทั้งพระนครรู้กิตติศัพท์เล่าลือ มีทิศาปาโมกข์

นักเลงเพลงขับ คิดนิพนธ์ ผูกเป็นกลอนเพลงขับยอเกียรติสรรเสริญ นางนพมาศ ดังนี้

         พระศรีมโหสถ                          ยศกมเสศวร์ครรไลหงส์

       มีธิดาประเสริฐ  เฉิดโฉมยง                    ชื่ออนงค์นพมาศวิสาสลักษณ์

        ละไมละม่อม  พร้อมพริ้ง  ยิ่งนารี           จำเริญศรีสมบูรณ์ประยูรศักดิ์

       ผิวเนื้อ  เล่ห์ทอง   ผ่องผิวพักตร์             เป็นที่รักดังดวงจิตบิดร เอย

                     โฉมนวล  นพมาศ                     เป็นนักปราชญ์ฉลาดด้วยบิดาสอน

       ช่างกล่าวถ้อยมธุรสบทกลอน                 ถวายพรพรรณนาพระพุทธคุณ

       สารพัดจะพึงใจไปทุกสิ่ง                         เป็นยอดหญิงยิ่งธิดาทุกหมื่นขุน

       แต่ก่อนปางสร้างกุศลผลบุญ                   มาเกื้อหนุนให้งามวิไล เอย

ดวงดอกอุทุมพร                       ทั่วนครหายากฉันใดไฉน

       จะหาสารศรีเศวตในแดนไพร                 ยากจะได้ดั่งประสงค์ที่จงจินต์

      จะหานางกัลยาณีนารีปราชญ์                 ประหนึ่งอนงค์นพมาศอย่าหมายถวิล

       จะหาได้ในท้องพระธรณิน                     ก็ด้วยบุญเจ้าแผ่นดินอย่างเดียว เอย

คำขับยอเกียรติ นางนพมาศ นี้  พระร่วงเจ้า..ได้สดับ สืบสาว ราวเรื่อง ว่า

นางนพมาศ มีคุณสมบัติ ดังคำ ยอเกียรติ จริง

 จึงรับสั่งให้..ท้าวจันทรนาถภักดี  นำความไปแจ้งแก่..โชตรัตน์และนางเรวดี

นำ นางนพมาศ..เข้าถวายตัว..เป็นพระสนม เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล สืบไป

 นางนพมาศ ได้รับราชการในตำแหน่ง..พระสนม เป็นที่โปรดปรานของพระร่วงเจ้า

นางเป็นผู้เชี่ยวชาญ  ทั้งทางด้านอักษรศาสตร์ และการช่าง..

 ในแต่ละเดือนของรอบปี จะมีการจัดพิธีกรรมต่างๆ 

โดยเฉพาะในวันเพ็ญเดือนสิบสอง 

 ได้ตกแต่ง โคมชัก โคมแขวน  โคมลอย

ถวาย พระร่วงเจ้าเพื่อบูชา พระมหาเกศธาตุจุฬามณี ในชั้นดาวดึงส์

 นางนพมาศได้ประดิษฐ์กระทง ให้พระร่วงเจ้า

ทรง อุทิศบูชา รอยพระพุทธบาท  ณ ฝั่งแม่น้ำ นัมมทา นที...

 กระทงของนางนพมาศ กระทำเป็นรูปดอกบัวกระมุท

ซึ่งเป็นบัวที่บานรับแสงจันทร์ ขนาดใหญ่..เท่า..กงกระแทะ

ประดับสลับสีด้วยดอกไม้

ทั้งเอาผลพฤกษาลดาชาติ...มาแกะเป็นรูป..มยุรา คณานก วิหคหงส์

ให้จับจิกเกสรบุปผาชาติ…เป็นที่ชื่นชม ของพระร่วงเจ้า

 การลอยกระทงในวันเพ็ญเดือนสิบสอง

จึงสืบเนื่องมาแต่สมัยสุโขทัยด้วยเกียรติคุณความรู้ ความสามารถ

ทำให้นางนพมาศได้รับสถาปนาขึ้น เป็นสนมเอก

 ..ผู้เขียน..อาจารย์ทองเจือ สืบชมพู รองนายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี

เล่า..ตาม..ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์

 ถ้าจะถามผู้เขียนว่า... นางนพมาศ มีตัวตนจริงหรือ ขอฟันธงว่า “จริง”

ตามเนื้อความ ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

 ยูเนสโก ชี้ขาด แล้วว่า เป็นมรดก แห่งความทรงจำโลก

 เมืองสุโขทัย มีคนดี คนเก่ง อย่างพ่อขุนศรีอินทราทิตย์

 เรามีพระนางเสือง เรามีพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

เรามีพระยาลิไทมหาธรรมราช “ศรีธรรมไตรปิฎก” มีไตรภูมิพระร่วง

แล้วทำไม สุโขทัย จะมี  ยอด สตรี อย่าง นางนพมาศ ไม่ได้

 ผู้เขียนขออ้างอิง...พระบรมราชาธิบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว

 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ที่เรายกย่องว่า เป็นพระบิดาแห่งโบราณคดี

เคยกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 ว่า...ไม่น่าจัดตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์...อยู่ในวรรณคดี สมัยสุโขทัย...

เพราะสำนวนโวหาร การใช้ภาษา...และเนื้อความ บางอย่าง...

อยู่ ในยุครัตนโกสินทร์ สมัย รัชกาลที่  ๒ หรือรัชกาลที่ ๓

 แต่..พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงมีพระบรมราชาธิบาย..สรุปว่า...พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ารัชกาลที่ ๔ ก็ดี

กรมหลวงวงษาธิราชสนิท..ก็ดี ...ทรงถือว่าเรื่องนี้

 เรื่องเดิม..มีมาแต่ครั้ง..กรุงสุโขทัย..แต่เนื้อเรื่องบางตอน ขาดตก บกพร่อง

จึงมีผู้ตั้งใจ..บูรณาการ..ตอนที่เสียหาย ต่อเติม จึงทำให้วิปลาสคลาดเคลื่อน ไปบ้าง

 พระบรมราชาธิบายของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

ทรงเชื่อว่า ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศนี้

เป็นเรื่องเก่าที่มาจริงตั้งแต่   สมัยสุโขทัย

 เมื่อพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ พระราชพิธีสิบสองเดือนนั้น

ก็ทรงใช้เป็น หนังสือค้นคว้า อ้างอิง

 ก็เมื่อตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์เป็นหนังสือ.ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจริง

 นางนพมาศ ผู้แต่ง หนังสือเล่มนี้ จะไม่มีตัวตนจริง  ได้อย่างไร....

 

 นพมาศนามแม่นี้                  เดิมมา

โปรดเปลี่ยนศรีจุฬา                 ลักษณ์ล้ำ

        อุดมรูปปรีชา                            ชาญยิ่ง  นะแม่

หญิงภพใด จักก้ำ                   กว่านี้ ฤๅมี

เรา มา ร่วมกัน สืบสาน ตำนานไทย..ให้อยู่ คู่ คนไทยเรา..ตราบ นานเท่า นาน กัน นะคะ..