ตัวต้านทาน

การอ่านค่าโค้ดสีความต้านทาน  

วัตถุประสงค์ 
เครื่องมือและอุปกรณ์

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านค่าโค้ดสีความต้านทาน
ลำดับขั้นการทดลอง

วัตถุประสงค์    1. เพื่อให้รู้จักหน่วยของความต้านทาน
                            2.  เพื่อฝึกการอ่านค่าโค้ดสีของตัวความต้านทานแบบต่างๆได้ถูกต้อง
                            3.  เพื่อให้สามารถใช้โอห์มมิเตอร์วัดค่าความต้านทานได้

 

เครื่องมือและอุปกรณ์
                           1.  มัลติมิเตอร์ จำนวน 1 ตัว
                         2.  ตัวต้านทานแบบ 4 แถบ, แบบ 5 แถบสี ชนิดค่าต่างๆ  

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านค่าโค้ดสีความต้านทาน

หน่วยของค่าความต้านทาน ( Resistance ) มีหน่วยการวัดเป็นโอห์ม ( Ohm )
    ความหมาย โอห์มคือ ค่าความต้านทานที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ 1 แอมแปร์ มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าตกคร่อม ตัวต้านทาน 1 โวลต์

หน่วยของความต้านทาน ( Unit of Resistance)

1,000           โอห์ม               เท่ากับ        1          กิโลโอห์ม  ( Kilo  Ohm )
10,000         โอห์ม               เท่ากับ       10         กิโลโอห์ม
100,000       โอห์ม               เท่ากับ       100       กิโลโอห์ม
1,000,000    โอห์ม               เท่ากับ       1,000    กิโลโอห์ม   หรือ 1 เมกกะโอห์ม ( Mega Ohm )

วิธีการอ่านค่าความต้านทาน    จะมีลักษณะการอ่านอยู่  2 วิธี คือ
            วิธีที่ การอ่านค่าความต้านทาน  ค่าเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อน และอัตราทนกำลังไฟฟ้าจากค่าที่พิมพ์ติดไว้บนตัวต้านทานได้เลย  อันได้แก่ ตัวต้านทานแบบไวร์วาวด์  เป็นต้น
            วิธีที่ การอ่านค่าเป็นโค้ดสีของตัวความต้านทาน ( Resistor  Colour  Code ) จะเป็นตัวความต้านทานที่มีอัตราทนกำลังไฟฟ้าต่ำๆ ส่วนมากจะเป็นค่าความจำพวก คาร์บอน ฟิล์ม คาร์บอน และฟิล์มโลหะ
           การอ่านค่าโค้ดสีของตัวความต้านทานจากลักษณะของตัวความต้านทาน  ได้ดังนี้
            1.   ระบบ หัวถึงปลาย ” ( End to Center band System ) คือ ตัวความต้านทานที่มีลักษณะของการต่อขาใช้งานออกมาตามความยาวกับตัวความต้านทาน  หรือเรียกแบบนี้ว่า แบบสายต่อทางแกน ( Axial )
            2.   ระบบ ตัวหัวจุด ” (  Body- end- dot System ) คือ ตัวความต้านทานที่มีลักษณะการต่อขาใช้งานในแนวรัศมี หรือเรียกว่า แบบสายต่อทางข้าง ( Radial )
            อนึ่ง วิธีการอ่านค่าโค้ดสี ตัวความต้านทานแบบนี้ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้ จึงไม่ขอกล่าวในที่นี้

วิธีการอ่านค่าความต้านทานแบบ  หรือ  4  แถบสี

ตารางที่ 5.1  โค้ดสีตัวต้านทานแบบ 3 หรือ 4 แถบสี  ( Resistor  Colour  Code )

โค้ดสี

แถบสีที่1
( ตัวเลขที่ 1 )

แถบสีที่ 2
( ตัวเลขที่ 2 )

แถบสีที่ 3
( ตัวคูณ หรือจำนวนเลขศูนย์)

แถบสีที่1
(% ความคลาดเคลื่อน)

ดำ
น้ำตาล
แดง
ส้ม
เหลือง
เขียว
น้ำเงิน
ม่วง
เทา
ขาว
ทอง
เงิน
ไม่มีสี

-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
-
-
-

0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
-
-
-

1
10
100
1,000
10,000
100,000
1,000,000
-
-
-
0.1
0.01
-

-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
5 %
10 %
20 %

 

       การอ่านค่าโค้ดสีแบบ 3 หรือ 4 แถบสีจะมีลักษณะของการอ่านที่เหมือนกัน  ดังแสดงรายละเอียดการอ่านดังรูปที่5.1  โดยปกติจะเริ่มอ่านค่าแถบสีที่อยู่ชิดปลายข้างใดข้างหนึ่งของตัวต้านทานก่อน

 

 

 

รูปที่ 5.1  วิธีอ่านค่าความต้านทานแบบ 3-4 แถบสี

วิธีการอ่านค่าโค้ดสี
-   แถบที่ 1 คือ ตัวเลขตัวตั้งที่ 1
-   แถบที่ 2 คือ ตัวเลขตัวตั้งที่ 2
-   แถบที่ 3 คือ ตัวคูณหรือการแทนจำนวนเลขศูนย์
-   แถบที่ 4 คือ สีที่บอกถึงเปอร์เซนต์ค่าความคลาดเคลื่อนของค่าความต้านทาน (%)


ตัวอย่างที่ 5.1  การอ่านค่าโค้ดสีแบบ 3 แถบสี

แถบสีที่

1

2

3

4

สี
ตัวเลขที่ได้

ส้ม
3

ส้ม
3

น้ำตาล
0

ไม่มีสี
+_20%

                                          อ่านค่าได้ค่าความต้านทาน   =  330 โอห์ม     20%

ตัวอย่างที่ 5.2  การอ่านค่าโค้ดสีแบบ 4 แถบสี

                   

แถบสีที่

1

2

3

4

สี
ตัวเลขที่ได้

เทา
8

แดง
2

ส้ม
000

ทอง
+_ 5%

                                    อ่านค่าได้ค่าความต้านทาน  =  82,000 โอห์ม       5%

วิธีอ่านค่าตัวความต้านทานแบบ  5  แถบสี

ตารางที่ 5.2  โค้ดสีตัวต้านทานแบบ 5 แถบสี

แถบสีที่ 1

แถบสีที่ 2

แถบสีที่ 3

แถบสีที่ 4

แถบสีที่ 5

สี

ตัวเลข

สี

ตัวเลข

สี

ตัวเลข

สี

ตัวคูณ

สี

ค่าผิดพลาด

ดำ
น้ำตาล
แดง
ส้ม
เหลือง
เขียว
น้ำเงิน
ม่วง
เทา
ขาว

-

1
2
3
4
5
6
7
8
9

ดำ
น้ำตาล
แดง
ส้ม
เหลือง
เขียว
น้ำเงิน
ม่วง
เทา
ขาว

0
1
2
3
4
5
6
7
8
9

ดำ
น้ำตาล
แดง
ส้ม
เหลือง
เขียว
น้ำเงิน
ม่วง
เทา
ขาว

0
1
2
3
4
5
6
7
8
9

เงิน
ทอง
ดำ
น้ำตาล
แดง
ส้ม
เหลือง
เขียว
น้ำเงิน

x 0.01
x 0.1
x 1
x 10
x 100
x 1 K
x 10 K
x 100 K
x 1000 K

น้ำตาล

แดง

ทอง

เงิน

เขียว

 

+_ 1%

+_ 2%

+_ 5%

+_ 10%

+_ 0.5%