|
ผมในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน เห็นว่าบทความนี้เกี่ยวข้องกับงานที่รับผิดชอบอยู่และ เกี่ยวกับประชาชนทุกคนที่ควรจะได้รับทราบระบบสุขภาพแห่งชาติ จึงเรียนขออนุญาติท่านอจ.รศ.พ.ญ.สมจิต มาในโอกาศนี้ และ ขอเกริ่นนำเรื่อง"รัฐธรรมนูญ"มาตราที่เกี่ยวข้อง..ดังนี้ ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา 52
บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทาง สาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน
และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล
จากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ตามที่
กฎหมายบัญญัติ มาตรา 82 รัฐต้องจัดและส่งเสริมการสาธารณสุขให้ประชาชนได้ รับบริการที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ตามมาตรา ทั้ง 2 เกี่ยวข้องกับบทความ "เวชศาสตร์ครอบครัวกับการปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ" ที่ได้ดาวโหลดมาจากเวบไซด์ ของ ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว www.thaifammed.org บทความมีดังต่อไปนี้......
เวชศาสตร์ครอบครัวกับการปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ รศ. สมจิต พฤกษะริตานนท์ กรรมการบริหารราชวิทยาลัยเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย
............................................................................... ศาสตร์และศิลป์ของเวชศาสตร์ครอบครัว จากประสบการณ์ของเวชปฏิบัติทั่วไปในอเมริกาเหนือ
ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อจากเวชปฏิบัติทั่วไป (general practice)
เป็นเวชศาสตร์ครอบครัว (family medicine) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
(general practitioner) จึงเปลี่ยนเป็น แพทย์ครอบครัว (family doctor)
ตามที่คนทั่วไปเรียกขานกัน
จึงถือได้ว่าเป็นการกลมกลืนกันได้อย่างดียิ่ง
นั่นก็คือแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์ครอบครัวกลมกลืนอยู่ในคนคนเดียวกัน
และยังเป็นวิถีใหม่ของแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปอีกด้วย
1. ผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ จะพัฒนาความเป็นเฉพาะทางและทำวิจัยโดยการลงลึกในสิ่งที่เล็กลงไป ส่วนแพทย์ครอบครัวจะพัฒนาความเป็นเฉพาะทางและทำวิจัยไปทางกว้าง นอกจากการดูแลสุขภาวะของบุคคลแล้ว ยังขยายการดูแลไปถึงครอบครัว 2. การดูแลต่อเนื่องของแพทย์เฉพาะทางคือการดูแลโรค แต่การดูแลต่อเนื่องของแพทย์ครอบครัวคือการดูแลคน จึงทำให้เกิดสัมพันธภาพระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และครอบครัว 3. การรักษาจะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อผู้ป่วยได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผู้ป่วยที่ได้ข้อมูลจะสามารถหาผู้เชี่ยวชาญได้ดี แต่ถ้าปล่อยผู้ป่วยที่ไม่มีความรู้เรื่องการเจ็บป่วย หรืออาการของโรคต้องควานหาผู้เชี่ยวชาญเอง อาจทำให้ผู้ป่วยต้องเสียประโยชน์จากการรักษาความเจ็บป่วยในระยะเริ่มแรก แพทย์ครอบครัวที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาอย่างน้อยทั้งสิ้นเป็นเวลา 9 ปี ย่อมจะให้ข้อมูลอันหาค่ามิได้แก่ผู้ป่วยและส่งต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. แพทย์ครอบครัวคุ้นเคยกับการพัฒนา การทำงานและความแตกต่างของผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา จากการหมุนเวียนในสาขาต่าง ๆ เช่น สูติ – นรีเวช อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ กุมาเวชศาสตร์ จักษุ เป็นต้น ขณะเป็นแพทย์ประจำบ้าน และยังได้เรียนรู้ทักษะทางคลินิกของแต่ละสาขาด้วย จึงทำให้รู้จักทรัพยากรที่มีค่าแก่ผู้ป่วย ในทางกลับกันปัจจุบันราชวิทยาลัยต่างๆก็มีการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ให้มีประสบการณ์ในเชิงกว้างมากขึ้น และเพิ่ม จิตวิทยา-สังคมมากขึ้น เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แพทย์ครอบครัวอยู่ไหนของระบบบริการสุขภาพ สถานที่ปฏิบัติงานสำหรับแพทย์ครอบครัวมีได้ฐานะต่าง ๆ กัน 1. มหาวิทยาลัย ในโรงเรียนแพทย์ โดยเป็นอาจารย์ในสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ที่มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ 2. โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลอื่นๆ ยังไม่มีผ่ายเวชศาสตร์ครอบครัวในสถานบริการระดับนี้ ควรจัดให้มีฝ่ายชัดเจนเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตในสาขาวิชาการ และการเป็นผู้สนับสนุน ตลอดจนการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ 3. โรงพยาบาลชุมชน ในฐานะผู้ให้บริการ 4. โรงพยาบาลเอกชน 5. คลินิกเอกชน ในฐานะผู้ให้บริการ 6. ศูนย์บริการสาธารณสุขห้องพยาบาลในสถานประกอบการต่างๆ ในฐานะผู้ให้บริการ เป็นต้น ปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงระบบริการของภาคเอชนและของรัฐ อย่างเป็น รูปธรรม โดยเฉพาะคลินิกเอกชนซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากถึงเกือบ 7,000 แห่ง ไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐ แต่เป็นสถานพยาบาลที่คนไข้นึกถึงและไปหามากที่สุดเมื่อเวลาเจ็บป่วย เพราะใกล้บ้านและสะดวกรวดเร็ว รัฐจึงควรจัดการเชื่อมโยงของระบบบริการภาครัฐและเอกชนให้ชัดเจน นอกจากนั้นโรงพยาบาลใหญ่ไม่ควรเป็นสถานบริการปฐมภูมิ แต่ควรเป็นสถานบริการทุติยภูมิและตติยภูมิที่รับการส่งต่อจากการบริการปฐมภูมิ และส่งผู้ป่วยกลับไปยังสถานบริการปฐมภูมิ เวชศาสตร์ครอบครัวและนโยบายระบบสุขภาพ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังจัดทำพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ระบบสุขภาพ และ การสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในด้านระบบบริการสุขภาพ จะมีระบบบริการระดับปฐมภูมิที่ใกล้บ้านและใกล้ใจประชาชน ที่เชื่อมโยงกับระบบบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิอย่างเป็นระบบ ในด้านระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า รัฐจะพยายามให้ประชาชนไปใช้สถานพยาบาลที่เป็นการบริการระดับปฐมภูมิ (Primary care) ให้มากขึ้น แนวโน้มนี้จะมีผลกระทบต่อเวชศาสตร์ครอบครัวโดยตรง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ครอบครัวจึงมีหลายประการได้แก่
แพทยสภาได้เปิดหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชปฏิบัติทั่วไปตั้งแต่ พ.ศ. 2512 แต่ เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2542 มีผู้ได้หนังสืออนุมัติ ฯ และวุฒิบัตรฯ สาขาเวชปฏิบัติทั่วไป 228 ราย ( 1.7 %) จากจำนวนแพทย์เฉพาะทางทั้งสิ้น 13,236 ราย มีแพทย์ที่ยังไม่ได้รับหนังสืออนุมัติฯ หรือวุฒิบัตรฯ จำนวนทั้งสิ้น 10,660 ราย (44.6 %) จากจำนวนแพทย์ทั้งสิ้น 23,896 ราย แพทยสภารับรองหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ครอบ ครัวแทนสาขาเวชปฏิบัติทั่วไปเมื่อ พ.ศ. 2541 แพทย์ที่ได้รับหนังสืออนุมัติฯ หรือ วุฒิบัตรฯ สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว จึงเรียกว่า แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ( แต่ในที่นี้ได้เรียกง่ายๆว่าแพทย์ครอบครัว) การเพิ่มจำนวนแพทย์ครอบครัวเพื่อรองรับระบบบริการสุขภาพและระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า สามารถทำได้หลายวิธี
การศึกษาหรือการฝึกอบรมหลังปริญญาเป็นสิ่งจำเป็น
เป็นการเตรียมแพทย์
ครอบครัวให้มีอาวุธใเพื่อเผชิญกับความต้องการของการบริการระดับปฐมภูมิ
และยังทำให้แพทย์ครอบครัวช่วยกันสร้างอนาคตของตนเองอีกด้วย
|
บทความ/Lecture Note
เวชศาสตร์ครอบครัว
|
เวชศาสตร์ครอบครัวกับการปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ โดย รศ.พ.ญ.สมจิต พฤกษะริตานนท์
ขณะนี้ประเทศไทยกำลังจัดทำพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ระบบสุขภาพ และ การสร้างระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในด้านระบบบริการสุขภาพ จะมีระบบบริการระดับปฐมภูมิที่ใกล้บ้านและใกล้ใจประชาชน ที่เชื่อมโยงกับระบบบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิอย่างเป็นระบบ ในด้านระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า รัฐจะพยายามให้ประชาชนไปใช้สถานพยาบาลที่เป็นการบริการระดับปฐมภูมิ (Primary care) ให้มากขึ้น แนวโน้มนี้จะมีผลกระทบต่อเวชศาสตร์ครอบครัวโดยตรง
1 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 9 พ.ค. 2549
นาย วิเชียร ศรีเสน · 9 พ.ค. 2549
"คนเขียนข่าว" · 9 พ.ค. 2549
n lekiuthai komsriraphab · 9 พ.ค. 2549
นาย บัวผิน ฝาแก้ว · 9 พ.ค. 2549
นาง พิศมัย แก้วแสงใส · 9 พ.ค. 2549
นาง พิศมัย แก้วแสงใส · 9 พ.ค. 2549