เด็กโต(มัก)จะได้รับการปนเปื้อนจากปัจจัยต่างๆ มากกว่าเด็กเล็ก ดังนั้นก็จะไม่ค่อยมีความเป็นตัวของตัวเอง
วันนี้ผมมีเรื่องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาตามกระบวนการจิตตปัญญา เพื่อพัฒนาความเป็นตัวของตัวเองนักเรียน สร้างความมั่นใจในตนเองของนักเรียน ประเด็นที่น่าสนใจมีอยู่ว่า...
ผมได้ให้นักเรียนทำกิจกรรมเลือกปากกา โดยผมมีปากกา 7 ด้ามที่แตกต่างกัน มาให้นักเรียนแต่ละคนเลือก แล้วถามเหตุผลว่าทำไมถึงเลือก โดยถามนักเรียนทีละคน บางคนก็ตอบได้อย่างรวดเร็ว บางคนก็ตอบแบบอ้ำๆ อึ้งๆแต่ผมก็ไม่ขัดจังหวะ เมื่อนักเรียนทุกคนพูดจบ ก็ถามนักเรียนว่ามีใครบ้างที่กว่าจะตอบรู้สึกอึดอัด และต้องคิดนานกับการหาเหตุมาประกอบ มีใครบ้างที่ไม่คิดนานถูกใจแล้วตอบเลย จากนั้นก็สรุปกิจกรรมให้เขาทราบว่า สิ่งที่ครูกับถามนักเรียนอยู่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึก อารมณ์ ดังนั้นหากนักเรียนตอบออกมาจากจิตใจด้านในของนักเรียนจริงๆ ตัวตนของนักเรียนจริงๆ ก็ไม่ต้องไปหาเหตุผล หรือฟังความคิดคนอื่นก่อนแล้วค่อยตอบ จะช่วยให้นักเรียนมีความเป็นตัวของนักเรียน มีความมั่นใจในตนเอง
สิ่งน่าสนใจที่ทำให้ผมเกิดการเรียนรู้เชิงประจักษ์ คือเด็กโตมีความเป็นตัวของตัวเองน้อยกว่าเด็กเล็ก พูดง่ายๆ คือ ติดกรอบมากกว่า ถูกปนเปื้อนมากกว่า เพราะผมทำกิจกรรมนี้กับนักเรียนชั้น ม.5 และ ม.3 แล้วพบความแตกต่างกันคือ เด็ก ม.5 พูดตอบติดขัด อ้างเหตุผล copy คนอื่นมากกว่าน้อง ม.3 ตอบคำถามอย่างฉับไว ตรงไปตรงมา แววตาไม่ลอกแล่ก
นี่เป็นการเปรียบเทียบเพียง 2 ระดับชั้น เท่านั้น ดังนั้น การสรุปตรงนี้อาจยังไม่จริงนะครับ แต่หากท่านใดนำไปใช้และเปรียบเทียบหลายคู่ชั้น แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าเป็นอย่างไร น่าจะดีครับ
จากตรงนี้สะท้อนให้ทราบว่าครูเราสำคัญมากขณะอยู่ที่โรงเรียนในการที่จะจรรโลงสิ่งดีๆ ให้นักเรียน ไม่นำสิ่งแปลกปลอมไปปนเปื้อนเขา
สวัสดีค่ะ
***ชอบ การเรียนรู้เชิงประจักษ์...ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้มากค่ะ
ตามมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยคนค่ะ
ขอบคุณค่ะ ^_^
สวัสดีค่ะ
อย่างว่าค่ะโดนอะไรมาเยอะกว่าเด็กเล็กค่ะ
อยากสอนเด็กเล็กมากกว่าเด็กโตค่ะ แต่สอนเด็กโตก็ท้าทายค่ะ
มาแสดงความคิดเห็นครับ
ผมคิดว่าการที่เด็กโตพยายามหาเหตุผลมาอ้างอิงจากการปฏิบัติของตนเป็นเพราะว่าสังคมเป็นตัวแปรที่สำคัญครับ สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ต้องการพิสูจน์ ต้องการเห็นจริง ต้องการรู้ในเหตุและผล หากเรื่องใดไม่มีเหตุและผลที่ตรงไปตรงมา สังคมจะขาดการยอมรับ หรือไม่ก็จะลดระดับความน่าเชื่อถือลงมา จึงเป็นสาเหตุให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่โดนอิทธิพลจากกระบวนการขัดเกลาทางสังคม(socialization)
เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นปัญหาที่สังคมครับ หากจะต้องแก้ต้องแก้ที่สิ่งแวดล้อมของเด็ก โดยเฉพาะอิทธิพลของครอบครัวสามารถที่จะส่งเสริมความเป็นตัวของตัวเองในเด็กได้
เด็กเกิดมาก็ค่อนข้างว่างเปล่าครับ(หากเราไม่พูดรวมไปถึงในประเด็นอดีตชาติ)สังคมที่เขาอยู่จะหล่อหลอมเขาขึ้นมา กระบวนการทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ลองดูทฤษฎีของคุณ Urie Bronfenbrenner ดูได้ครับ ผมว่าค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว ขอบคุณครับ
Turbo(นักศึกษาพัฒนาการมนุษย์มหิดล)
ขอสักหนึ่งความคิดเห็นครับ อาจจะไม่ตรงกับประเด็นนัก คือ ผมเคยได้ยินมาว่าเด็กเล็กๆ จะมีความคิดสร้างสรรค์มากครับ ยิ่งเด็กอนุบาลยิ่งคิดสร้างสรรค์ได้มาก และ ความคิดสร้างสรรค์จะค่อยๆถูกทำลายเมื่อโตขึ้นครับ โดย..............
อีกมุมหนึ่ง หรือ... จากประสบการณ์..... ที่ผ่านเส้นทางเดินมาก่อนสอนให้เป็นเช่นนั้น......