ผมได้รับ อี-เมล์ จาก ศ. ดร. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ ดังนี้
(ทาง TCI ได้มีเอกสารจัดส่งเป็น hard copy ไปทางไปรษณีย์ด้วยครับ)
13 กรกฎาคม 2552
เรื่อง ขอข้อคิดเห็นและคำแนะนำในการจัดการประชุมเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพวารสารวิชาการไทย
เรียน ท่านผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บุกเบิกการก่อตั้งศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย เอกสารประชาสัมพันธ์การประชุมวิชาการฯ
ในฐานะที่ท่านอาจารย์ เป็นท่านหนึ่งที่มีส่วนร่วมสำคัญในการบุกเบิกและ
สนับสนุนให้มีการจัดทำฐานข้อมูลวารสารไทย เพื่อมุ่งไปสู่การยกระดับวารสารไทยที่
มีคุณภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลนานาชาติ โดยได้ร่วมสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง ศูนย์
ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre –TCI) ภายใต้
โครงการวิจัยเรื่อง "การพัฒนาฐานข้อมูลวารสารวิชาการภายในประเทศ" ที่ได้รับการ
สนับสนุนจากท่านและ สกว. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา ซึ่งศูนย์ฯ ได้ทำ
หน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งการประกาศค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิง
ของวารสารไทยเป็นประจำทุกปี (ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน) นอกจากนี้ ยังได้ทำ
หน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพวารสารไทย รวมทั้งรายงาน
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวารสารไทยทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อเป็นข้อมูลพื้น
ฐานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและการกำหนดนโยบายระดับชาติที่เกี่ยว
ข้องกับการพัฒนาคุณภาพวารสารและการเผยแพร่ผลงานวิชาการ เช่น การใช้ข้อมูลบาง
ส่วนจากฐานข้อมูล TCI ไปประกอบการพิจารณาในการพัฒนาเกณฑ์ในการวัดคุณภาพวารสาร
ไทยของ สกอ. และ สกว. การประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการของ สกว. ในปี
2549 และปี 2552 การให้ทุนสนับสนุนการดำเนินงานของวารสารไทยของ สกอ. การ
ประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยไทยของ สมศ. ในมาตรฐานที่ 2 เรื่องงานวิจัย
และงานสร้างสรรค์ ตามที่ท่านทราบมาจนถึงปัจจุบัน
ที่ผ่านมา ศูนย์ TCI มีการจัดการประชุมเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพวารสารวิชาการไทย
มาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งได้รับการตอบรับและความร่วมมือจากบรรณาธิการวารสารวิชาการ
ไทยเป็นอย่างดีในการร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูล และการประกาศค่า JIF และสำหรับปีนี้
ศูนย์ TCI จะจัดการประชุมเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพวารสารวิชาการไทย ครั้งที่ 4
ขึ้น ในระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2552 โดยในครั้งนี้ ทางศูนย์ฯ ได้รับความ
ร่วมมือจากสำนักพิมพ์ Elsevier ในการสนับสนุนทุนจัดประชุม เป็นวิทยากรร่วม
บรรยายและให้ความรู้ความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการการบริหารจัดการ
วารสารในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-journal) และแนวทางการผลักดันวารสารไทยเข้าสู่
ฐานข้อมูล SCOPUS แก่บรรณาธิการของวารสารไทย เพื่อพัฒนาวารสารไทยให้มีคุณภาพและ
เป็นประโยชน์สูงสุดทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ดังรายละเอียดในเอกสารประชา
สัมพันธ์ที่ส่งมาด้วยนี้ หรือจากเว็บไซต์ของศูนย์ TCI (http://tci.trf.or.th)
ในการนี้ ทางศูนย์ฯ ตระหนักว่าการนำวารสารไทยที่มีคุณภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลสากล
นับเป็นช่องทางหนึ่งในการเพิ่มโอกาสในการมองเห็น (Visibility) และการเข้าถึง
(Accessibility) ของบทความวิชาการในวารสารไทยจากทุกมุมของประเทศและนานาชาติ
และเพื่อให้การประชุมวิชาการในครั้งนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมและคณะทำงานฯ ภาย
ใต้ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre –TCI)
จึงใคร่ขอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและคำแนะนำจากท่าน เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน
เชิงเนื้อหารายละเอียดของการประชุมวิชาการเกี่ยวกับการผลักดันวารสารไทยเข้าสู่
ฐานข้อมูล SCOPUS ในครั้งนี้ ว่ามีประเด็นใดบ้างที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
เพื่อประโยชน์ต่อวงการวิชาการไทยและประเทศชาติต่อไป เฉกเช่นที่เคยได้รับการสนับ
สนุนจากท่านมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา จักเป็นพระคุณอย่างสูง
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ศ.ดร. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ)
หัวหน้าศูนย์ TCI
***************************************************************
Professor Dr. Narongrit Sombatsompop
Head of Polymer PROcessing and Flow (P-PROF) Group,
Head of Thai-Journal Citation Index (TCI) Centre,
School of Energy, Environment and Materials,
King Mongkut's University of Technology Thonburi (KMUTT),
Thungkru, Bangkok 10140, THAILAND.
Tel (662) 470-8645 Fax (662) 470-8614
P-PROF group web site: http://www.kmutt.ac.th/p-prof/
เมื่อได้รับ อี-เมล์ นี้ ผมดีใจจนเนื้อเต้น เพราะได้เห็นความก้าวหน้าของกลไกพัฒนาวิชาการของประเทศ ได้เห็นกลไกส่งเสริมการตีพิมพ์ที่มีคุณภาพ สิ่งที่ผมอยากเห็นคือความเชื่อมโยงระหว่างการตีพิมพ์ผลงานวิจัยรับใช้สังคมไทยกับการยอมรับนับถือผลงานแนวนั้น ให้สามารถนำไปขอตำแหน่งวิชาการได้ ผมเรียกวารสารที่ตีพิมพ์ผลงานเช่นนั้นว่า วารสารวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย
จึงขอเสนอต่อ ศ. ดร. ณรงค์ฤทธิ์ ต่อ สกว. และต่อ สกอ. ว่า น่าจะสนับสนุนให้มีการคัดเลือกหาบทความ/รายงาน ผลการวิจัยในวารสารที่อยู่ใน TCI ปี ๒๕๔๘ – ๒๕๕๑ สัก ๑๐ – ๒๐ เรื่อง ที่ถือได้ว่ามีคุณภาพสูง น่าจะนำไปขอตำแหน่งทางวิชาการระดับ ผศ., ระดับ รศ., และระดับ ศ. ได้ โดยทีมคัดเลือกต้องให้เกณฑ์ที่แตกต่างกันใน ๓ ระดับของตำแหน่งวิชาการด้วย การคัดเลือกนี้ ถือเป็นการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายในการกำหนดคุณภาพผลงานวิจัย ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไทย ที่จะนำไปสู่การส่งเสริมให้นักวิชาการ/วิจัย ทำงานรับใช้สังคมมากขึ้น มีแรงจูงใจให้คนเก่งๆ เข้ามาทำงานวิจัยที่ไม่มี impact factor แต่มี social impact สูง
เนื่องจากเวลานี้ สกอ. ได้กำหนดให้มีสถาบันอุดมศึกษา ๔ กลุ่ม ที่ทำหน้าที่ให้แก่สังคมแตกต่างกัน มี excellence ต่างกัน ดังนั้น ผลงานวิชาการตีพิมพ์ที่ถือว่ามีคุณภาพดีของ วิทยาลัยชุมชน, ของมหาวิทยาลัยที่เน้นผลิตบัณฑิตปริญญาตรี และสนองท้องถิ่น, ของสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง, และของมหาวิทยาลัยวิจัย ควรแตกต่างกัน การคัดเลือกบทความ/รายงานวิจัยคุณภาพสูงจึงควรแยกกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา และใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกัน
ผมลองตั้งชื่อโครงการนี้ว่า โครงการเสนอเกณฑ์ความเป็นเลิศของผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไทย และเสนอให้ทำการวิจัยแบบค้นหาผลงานจริงที่ตีพิมพ์ในวารสารที่เข้า TCI โดยกำหนดเกณฑ์คร่าวๆ สำหรับใช้ในการค้นหาบทความ/รายงาน ที่ถือได้ว่าดีเลิศ และดีเด่น สำหรับเอาไปขอตำแหน่งวิชาการได้ เอามาคัดให้ได้ผลงาน ๑๐ ชิ้นในแต่ละกลุ่ม แล้วช่วยกันกำหนดเกณฑ์คุณภาพ ผลงานแต่ละกลุ่มนั้น มี ๙ กลุ่ม ตามระดับ ผศ., รศ., ศ. และตามกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ม. ผลิตบัณฑิต ป. ตรี, ม. เฉพาะทาง, ม. วิจัย ดังนั้นเกณฑ์คุณภาพจึงมีทั้งหมด ๙ เกณฑ์ ดังนี้
|
กลุ่มมหาวิทยาลัย ระดับตำแหน่งวิชาการ |
ม. ผลิต ป. ตรี |
ม. เฉพาะทาง |
ม. วิจัย |
|
ผศ. |
………. |
……… |
……..... |
|
รศ. |
………. |
……… |
……….. |
|
ศ. |
………. |
……… |
……….. |
ผมเชื่อว่าโครงการเสนอเกณฑ์ความเป็นเลิศของผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไทยจะช่วยเพิ่ม visibility ของ TCI และช่วยส่งเสริมให้นักวิชาการเก่งๆ เข้าไปใกล้ชิด real sector มากขึ้น ทำให้อุดมศึกษาสนองตอบต่อสังคมมากขึ้น
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ก.ค. ๕๒
เรียนท่านอาจารย์หมอด้วยความเคารพ
กระผมได้อ่านแล้วก็รู้สึกเป็นปลื้ม ขอให้ทุกอย่างพัฒนาไปในแนวทางที่ดีด้วยเถิดครับผม แค่ได้อ่านก็รู้สึกฝันถึงอย่างสุขใจ กระผมหวังว่ามหาวิทยาลัยจะทำงานให้มันมีผลดีต่อสังคม เศรษฐกิจ บนฐานการใช้บนพื้นฐานทรัพยากรให้ยั่งยืน หวังว่า การตีพิมพ์ผลงานวิจัยเพื่อรับใช้สังคมไทยจะเป็นจริง เป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้
ด้วยความเคารพอย่างสูงครับผม
นิสิต