เทคนิคมองโลกในแง่ดี
คนไทยสมัยนี้เครียดกันง่ายจัง วันๆหนึ่งต้องพบกับความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ กันหลายๆ ครั้งวันนี้ขอเสนอเป็นเทคนิควิธีคิดมองโลกในแง่ดีสำหรับคนยุคไอที ดังต่อไปนี้
ยามพบอุปสรรคในการทำงาน
ไม่เป็นไร..เอาใหม่ : คำพูดนี้สำคัญมากครับ เอาไว้ใช้อุทานเวลาท่านต้องประสบกับปัญหาความล้มเหลวในการทำงานหรือเจอข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน หรือ เวลาเพื่อนร่วมงานทำงานผิดพลาดคำพูดนี้จะเป็นเครื่องปลอบใจและให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี คำว่า "ไม่เป็นไร"เป็นคำที่ทำให้จิตใจปล่อยวางจากปัญหา ไม่ถูกบีบคั้นจากปัญหา คำว่า "เอาใหม่" เป็นคำพูดที่ปลุกคุณธรรมข้อ "วิริยะ" แปลว่า เพียรสู้งาน ปลุกใจให้เราคิดสู้ปัญหาไม่ท้อถอย
ยามพบกับเหตุการณ์ร้ายที่ไม่พึงปรารถนา
โชคดีนะเนี่ย :ไม่ว่าคุณเจอะเจอกับความทุกข์กายทุกข์ใจอะไรในชีวิตประจำวันให้คิดเสียว่าสิ่งเลวร้ายที่เราต้องประสบทุกๆ ครั้งมันไม่ได้ร้ายกาจจนถึงที่สุดแม้สักอย่างเดียว มันเป็นความ"โชคดี"ของเราจริงๆที่ไม่เจอหนักกว่านี้
ยกตัวอย่าง
เดินหัวชนเสาหัวปูด อุทานว่า "อูย ! ..โชคดีนะเรา หัวยังไม่แตก"
โดนตัดเงินเดือน พูดกับตัวเองว่า "เขาไม่ไล่เราออก ก็บุญแล้ว ถือว่ายังโชคดีนะเนี่ย"
ทำกาแฟร้อนๆ หกรดขากางเกงพูดกับตัวเองว่า "เหอ..ๆ โชคดี ที่มันไม่หกรดเป้ากางเกงเรา"
ยามมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เขายังดีนะ : เวลาคุณมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ เช่นเพื่อนร่วมงานคนข้างบ้าน ฯลฯ เช่น บางคนอาจจะทำงานไม่ถูกใจ บางคนอาจจะทำอะไรผิดใจคุณ หรือบางคนอาจจะมีเจตนาไม่ดีกับคุณ ให้คิดเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันก็ยังไม่ได้ร้ายกาจถึงที่สุดกับคุณแต่อย่างใด มันยังมีแง่ดีๆ ให้เราคิดถึงเขาอยู่เสมอ
ยกตัวอย่าง
คนข้างบ้านนินทาเรา เราก็บอกกับตัวเองว่า โอ้...นี่เขายังดีนะที่ไม่ถึงกับมาดักทำร้ายเรา
มีคนมาขโมยปากกาที่โต๊ะทำงานเราไปเราก็คิดว่า เจ้าขโมยนี่ยังดี ที่ไม่ยกเครื่องคอมพ์เราไป
สาวหักอก เราก็คิดว่าเธอยังดีนะเนี่ย ที่ไม่ควงคู่แข่งมาเย้ยเราให้เจ็บใจหนักไปกว่านี้
เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ เราก็คิดว่า เขาก็ยังดีที่ไม่ใส่ร้ายป้ายสีเราข้างหลัง
เทคนิคคิดเมื่อเจอปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวัน
เอ๊ะ...! ตรงนี้เราได้อะไร :เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้จิตตั้งแง่คิดเพื่อมุ่งหาความรู้ทันทีที่ได้พบกับปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น นาย ก. เดินตกท่อ ขาแข้งถลอก นาย ก. ทั้งๆ ที่เจ็บปวดกลับตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า เราเดินตกท่อตรงนี้ เราได้อะไร ! เท่านั้นเองคำตอบต่างๆก็พรั่งพรูออกมามากมาย อาทิเช่น
ก. เราได้ดูแลรักษาตัวเองอีกแล้วดีจังไม่ได้ดูแลตัวเองมานาน
ข. เราได้บทเรียนซาบซึ้งกับคำว่า "อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน จะจนใจเอง"(เคยเดินมาดีๆ ทุกวัน วันนี้ใครกันดันมาเปิดฝาท่อ)
ค. มันทำให้เราได้ไอเดียเกี่ยวการทาแถบสีสะท้อนแสงตรงขอบท่อเพื่อคนจะได้สังเกตเห็นได้แต่ไกลๆ
วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้เรารู้สึกเลยว่าชีวิตนี้มีแต่ได้ ไม่มีเสีย คือ แม้ว่าเราจะพบกับสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาก็ตามแต่ถ้าหากว่าเรารู้จักตั้งคำถามเช่นนี้เป็นนิสัย เราก็จะได้สิ่งที่ดีๆมากมายจนบางครั้งเราอาจจะต้องนึกขอบคุณที่ได้เจอกับปัญหาบ่อยๆ เลยทีเดียว
-ขอบคุณสำหรับแนวคิดดีดี ในวันที่ท้อใจ
-แต่บางครั้ง เวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างประดังเข้ามา ก็ตั้งรับไม่ทันเหมือนกันนะ ช่วงนี้กำลังรอให้เวลาผ่าน เพราะไม่อาจทำใจให้ยอมรับหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังเข้ามาในชีวิต แต่ไม่เป็นไร (อย่างที่ว่า) ลมพัดผ่านมา แล้วก็พัดผ่านไป ตามกระแส ...
-หากมีเทคนิคดีดี ก็โพสต์อีกนะค่ะ จะติดตามค่ะ
ขอบคุณครับที่เอาข้อความดีๆ มาลงผมเชื่อว่าหากเราทุกคนมองโลกในแง่ดี รักและให้อภัยกัน เมืองไทยเราจะกลับสงบอีกครั้งครับ
วันก่อนเข้าไปในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เจอหนังสือเรื่องมหัศจรรย์แห่งการคิดบวก(The Amazing Results of Positive)ของ นอร์แมน วินเซนต์ พีล
อ่านแล้วรู้สึกดี และเกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นมาในใจจริงๆ