ตอนที่ ๑


          ผมไปประชุมต่างประเทศไม่บ่อย และไม่เคยไปในฐานะหัวหน้าคณะ   ยิ่งไปประชุมแบบมีคนจัดการเตรียมเอกสารและติดต่อให้อย่างดีเยี่ยมแบบคราวนี้ ไม่เคยประสบมาก่อน    จึงประทับใจมาก   ขอชมเชยการทำงานที่มีความรับผิดชอบสูงมากของคุณนวลวรรณ โต๊ะทอง นักวิชาการของ สกอ. ไว้ ณ ที่นี้ 


          ผมบอกตัวเองว่า เป้าหมายของการไปประชุม คือหาลู่ทาง วิธีการขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษาของเราเอง   อยากได้วิธีการปฏิบัติที่ได้ผล มากกว่าการไปร่วมประชุม    อยากได้ลู่ทางใช้กิจกรรมพัฒนาอุดมศึกษาระหว่างประเทศเป็นคานงัดขบวนการการเปลี่ยนแปลงของเรา    ให้มันเคลื่อน   เคลื่อนแบบไม่ต้องเสียเงินมากนัก ไม่ต้องเสียแรงมากนัก   และเคลื่อนไปถูกทาง 


          ปัญหาของการประชุมนานาชาติเช่นนี้ คือมักมีดีกรีของการประชุมแบบ NATO อยู่มาก    ถ้าเราไม่ระวัง เราก็จะเสียแรงกับการติดตามการประชุม จนเหนื่อยมาก แต่ไม่ค่อยได้อะไร   เป็นการเข้าประชุมแบบ work hard  แต่ไม่ work smart    คำว่า NATO ย่อมาจาก No Action, Talk Only


          เป้าหมายของคณะ ๗ คนของไทยมีชัดเจน   คือ เพื่อกลับมาขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษาของเราเอง    เราจะจัดการประชุมหรือ workshop เพื่อขับเคลื่อนโดยใช้สาระและกลไกของ UNESCO ช่วย   ดังนั้นผมจึงเตรียมไปทำหน้าที่แมวมอง หาวิทยากรต่างประเทศมา ลปรร. กับเรา    หาทางเจรจากับ UNESCO ในการใช้ไทยเป็น regional hub ในการขับเคลื่อนอุดมศึกษาใน region   โดยหวังว่า การทำเช่นนี้ จะช่วยให้ไทยเป็น Regional HiEd Hub ง่ายขึ้น    ทำให้เรา globalize HiEd ง่ายขึ้น    ทำให้เรา globalize นักศึกษาและคนไทยง่ายขึ้น   หวังว่า global competence จะมีผลต่อ local competence แบบ increasing return   คือยิ่ง globalize เก่ง ยิ่ง localize มากขึ้น  


          การเดินทางราบรื่นมาก   นานๆ ผมจึงจะได้นั่ง (นอน) เครื่องบินชั้น ๑   จึงรู้สึกไฮโซนิดหน่อย    ได้ลองใช้บริการนวดตัวที่การบินไทยจัดให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ   เป็นพนักงานที่มาจากโพธาลัย    นวดเก่ง มือแข็ง รู้วิธีนวดอย่างดีมาก


          เครื่องบินออกช้าเกือบชั่วโมง   เพราะรอผู้โดยสารจากลาว    และถึง CDG Airport ที่ปารีสช้าหนึ่งชั่วโมง    ทางสถานทูตส่งรถมารับ โดยคุณธิดา สุธีลาภ (โอ๋) เลขานุการเอกมารับ    เราพักแยกกัน ๒ โรงแรม    ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร,   ศ. นพ. สุทัศน์ ฟู่เจริญ,   ท่านรองฉันทวิทย์ สุชาตานนท์   และผมพักที่โรงแรม Le Marquis, 15 rue Duplex 75015   ส่วนท่านเลขาสุเมธ   ดร. วันชัย  และคุณนวลวรรณ พักที่โรงแรม Citadines ซึ่งอยู่ใกล้ UNESCO กว่า   แต่เป็นที่พักแบบ guest house  ไม่มีอาหารเช้า และทำความสะอาดห้องสัปดาห์ละครั้ง ราคาถูกกว่า


          เพราะเวลาเข้าห้องพักคือ ๑๔ น. เราจึงต้องหาทางใช้เวลาช่วงเช้าให้เกิดประโยชน์   ผมจึงได้ติดตาม ดร. กฤษณพงศ์ไปชมพิพิธภัณฑ์ ๒ แห่ง    ผมมาเจอนักชมพิพิธภัณฑ์คอเดียวกันเข้าแล้ว  


          เรานัดออกเดินทางไปลงทะบียนประชุม The 2009 World Conference on Higher Education เวลา ๑๕ น. เพื่อหลบคนมากตอนใกล้เวลาเปิดประชุม คือ ๑๗.๐๐ น.   คุณอรชาต สืบสิทธิ์ รองผู้แทนถาวรไทยประจำ UNESCO ไม่ยอมให้เราเดินไป   ท่านขับรถมารับส่ง รวมทั้งตอนเราไปชมพิพิธภัณฑ์ด้วย


          การลงทะเบียนโกลาหลมาก   ไม่น่าเชื่อว่า UNESCO จะจัดการลงทะเบียนที่แย่ขนาดนี้   การประชุมเป็นพิธีเปิดที่ยาวแต่ไม่มีสาระใหม่พิเศษใด ยกเว้นเรื่องการที่อุดมศึกษาต้องมีส่วนช่วยการฟื้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ   ดู EC จะ dominate บรรยากาศไม่น้อย   ก็มาประชุมในถิ่นเขา 


          พิธีเปิดยืดยาวและเป็นทางการ    ตามด้วยการเลี้ยง reception บนชั้น ๗ ของอาคารด้านหน้าของ UNESCO   ทำให้ผมได้เห็นวิวมุมสูงที่สวยงาม และถ่ายรูปไว้


          นอกจากความรู้ที่ได้จากการอ่านเอกสาร และร่วมพิธีเปิดการประชุมสไตล์ ยูเนสโก แล้ว    เราได้เรียนรู้เรื่องราวของ UNESCO และจุดอ่อนของประเทศไทยในการแสดงบทบาทการศึกษา ในเวทีระหว่างประเทศ จากท่านรองเลขาธิการ สกอ. ดร. ฉันทวิทย์ สุชาตานนท์   ทำให้เกิดแนวความคิดในการช่วยกันสร้างสรรค์ระบบนี้ให้แก่ประเทศไทย   ระบบนี้น่าจะเป็น output อย่างหนึ่งที่ได้จากการมาประชุมครั้งนี้

วิจารณ์ พานิช
๖ ก.ค. ๕๒