"ถ้าหลงทาง ลูกก็เดินตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หัก"

ไม่หลงทาง.... เพราะมีแม่ ........

กระท่อมชายป่าหลังน้อยๆ
เป็นที่อาศัยของหญิงชรากับลูกชายคนเดียว
มาหลายสิบปีแม่ซึ่งชราภาพมากแล้ว
จะเดินจะเหิน หยิบจับหรือทำงานอย่างเช่นเคยเป็นมา
ดูจะเป็นเรื่องลำบากเสียแล้วจึงได้แต่ฝากชีวิตบั้นปลาย
เอาไว้กับลูกชายผู้เป็นที่รัก

"แม่ แม่ ...ขอน้ำฉันดื่มหน่อยสิแม่
เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว"ลูกชายที่เพิ่งกลับมาจาก

ตัดฟืนท้ายป่าร้องบอกผู้เป็นแม่

"รอเดี๋ยวนะแม่ปวดเข่า เดินไม่ถนัด"   แม่บอก

"มาแล้วๆน้ำจ๊ะลูก เป็นไงบ้าง ตัดฟืนได้เยอะรึเปล่าลูก"

"ก็เยอะอยู่นะแม่ คงจะขายได้หลายตังค์อยู่
แต่ค่าหยูกค่ายาของแม่บวกกับค่ารถไปโรงพยาบาลในเมืองอีก
ไหนจะค่าข้าว อีกสารพัด คิดแล้วกลุ้มใจจริงๆทำไมภาระเยอะอย่างนี้นะ
ฉันเหนื่อยมากแล้วนะแม่"  เสียงลูกชายพร่ำบ่นอยู่นาน

เงียบไม่เสียงใดๆ ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่

แม่ขึ้นมาบนหลังฉันสิ ฉันจะพาแม่ไปที่แม่น้ำ
ไปนั่งให้สบายใจไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน นะแม่นะ ไปแม่เราไปกัน

ลูกชายแบกแม่ขึ้นหลังแล้วมุ่งหน้าไปยังชายป่าหลังบ้าน
ไม่นานนักลูกชายก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางการเดินป่าจากที่แม่คุ้นเคย

"อ้าว!ทำไมไม่เดินทางเก่าล่ะลูก"

"ทางนี้ใกล้กว่านะแม่"

ผู้เป็นแม่รู้สึกสังหรณ์ใจในความผิดปกติ
คิดว่าตนต้องถูกลูกชายนำมาทิ้งไว้ในป่าอย่างแน่นอน
เลยหักกิ่งไม้ข้างทางไปตลอด

เมื่อถึงกลางป่า ลูกชายก็วางแม่ลงตรงพื้น
แล้วหันหลังกลับโดยไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ

"ถ้าหลงทางลูกก็เดินตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หัก
ไว้นะลูก " เสียงแม่พูดทั้งน้ำตาอาบสองแก้ม