บันทึกการเดินทางสู่เส้นทางครูกระบวนกร

      

  บันทึกนี้ ผมขอนำบันทึกของครูกระบวนกร โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม  อาจารย์มนัส ถึกสุวรรณ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย Story telling  การพัฒนาคุณธรรมผู้เรียนด้วยการเรียนเชิงรุก Active learning  ดังนี้ครับ

บันทึกการเดินทางสู่เส้นทางครูกระบวนกร

บทบาทของครูกระบวนกร  มนัส   ถึกสุวรรณ

       บันทึกหน้านี้ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับตัวของผม  เวทีนี้เป็นการเข้าค่ายพุทธบุตรพุทธธรรมชื่อ ค่ายคุณธรรมนำความรู้ครั้งนี้เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้นำเสนอสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาและได้นำมาถ่ายทอดสู่เด็กนักเรียนโดยตรงและก็ต้องขอขอบคุณบุคคลสองท่านที่ให้โอกาส ท่านแรกคือท่านรองฯ วิชชา   ที่คอยให้คำปรึกษามาตลอด ท่านอาจารย์ ดร.ขจิต  อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทความเป็นครูกระบวนกรและท่านที่สาม คืออาจารย์ภิญญาที่เป็นเจ้าของค่ายและเป็นคนวางโปรแกรมทั้งหมดที่ให้โอกาสผมเปลี่ยนโปรแกรมและนำกิจกรรรม Active learning มาบูรณาการกับของเดิมได้อย่างลงตัว

       เริ่มกิจกรรมแรกของวันที่ 2กรกฎาคม2552นักเรียนเดินทางจากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมมาถึงพร้อมกัน ณ วัดห้วงโสม อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด จำนวนนักเรียนประมาณ 220คน พิธีเปิด 9.00 .  

  

          กิจกรรมแรกของผม   เป็นการเชื่อมต่อกิจกรรมแบบเนียนโดยครูกระบวน เริ่มต้นด้วยการพักผ่อนแบบผ่อนพักตระหนักรู้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีความสุขมากเพราะหลังจากที่ทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันแล้วได้ผ่อนพักตระหนักรู้ประมาณ ครึ่งชั่วโมง

 

   ผ่อนพักตระหนักรู้

เมื่อถึงเวลาทุกคนตื่นขึ้นกิจกรรมที่เติมเต็มให้กับนักเรียนคือกิจกรรมการสร้างคุณธรรมในหัวข้อการมีน้ำใจโดยใช้กิจกรรมการนวด spa ซึ่งกันและกัน เห็นได้จากใบหน้าของนักเรียนทุกคนมีความสุข สดชื่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญคือเป็นการฝึกการเป็นผู้ให้ซึ่งทุกคนได้เรียนรู้หลังจากเสร็จกิจกรรมและได้มีการถอดบทเรียนทุกคนได้เรียนรู้ถึงคุณธรรมข้อนี้ด้วยกัน

 

              Spa คุณธรรม

 

       กิจกรรมที่สองของผม   เป็นการขุดค้นคุณธรรมในตัวของนักเรียนที่มีอยู่ในตัวตนโดยใช้กิจกรรมปมมนุษย์เป็นตัวขุด เนื่องจากจำนวนของนักเรียนมีมากจำเป็นต้องแยกกลุ่มออกเป็นสี่กลุ่มประมาณ ห้าสิบกว่าคนตอนนี้กระบวนกรได้ใช้ความรู้ความสามารถในการนำเกมส์กลุ่มละสองคน ส่วนบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน

       ผมได้เรียนรู้ถึงปัญหาสำหรับการทำกิจกรรมนี้ซึ่งเกี่ยวกับสถานที่ในการจัดกิจกรรมเกิดการเรียนรู้ว่าต้นเสาในศาลาวัดก็เป็นอุปสรรคด้วยเหมือนกันลดความคล่องตัวประมาณ สิบ เปอร์เซ็นดูจากรูปคงจะเข้าใจนะครับ

          ปมมนุษย์

       เมื่อจบกิจกรรมนี้ผมเรียกทุกคนกลับมานั่งรวมกันเป็นระบบหมู่มีทั้งหมด ยี่สิบหมู่และดำเนินการต่อเนื่องขณะที่ไฟยังร้อนโดยการถอดบทเรียนที่นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันโดยการยื่นคำถามส่งไปว่าทุกคนได้เรียนรู้คุณธรรมอะไรบ้างจากการทำกิจกรรมนี้และหลายต่อหลายเสียงก็พรั่งพรูออกมาพอสรุปได้ว่าคุณธรรมที่ใช้ในกิจกรรมนิ้คือความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ ความอดทน ภาวะผู้นำ การมีวินัย และที่สำคัญต้องมีความสามัคคีซึ่งทุกคนมีอยู่แล้วในตัวและได้นำออกมาใช้โดยไม่รู้ตัว

       กิจกรรมลำดับต่อไปหลังจากที่นักเรียนได้พักผ่อนกันแล้วเป็นกิจกรรมที่นักเรียนชอบมากเพราะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้จิตนาการสูงในการเชื่อมโยงความคิดของตนเองให้เข้ากับผู้อื่นได้โดยมีโจทย์ที่เป็นจุดหมายเดียวกันคือการแต่งนิทานคุณธรรมหนึ่งเรื่องโดยการแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเหมือนเดิมได้ทั้งหมดยี่สิบกลุ่มเริ่มต้นที่คนแรกและเป็นคนที่สำคัญที่จะจุดประกายของนิทานว่าจะไปในทิศทางใดตามด้วยคนที่สองและทีสามสลับกันจนหมดแถวโดยมีคณะของครูที่ปรึกษากลุ่มจะคอยให้กำลังใจอยู่ข้างหน้าของแต่ละแถว ( คอยยิ้มให้อย่างเดียวเท่านั้นดังรูป)

 

 นิทานคุณธรรม กับ ครูกระบวนกร

        นิทานแต่ละเรื่องได้ถูกเรียงร้อยด้วยถ้อยคำของแต่ละคนที่กลั่นกรองออกมาแล้วจากจิตใจของแต่ละคนด้วยคุณธรรมถูกถ่ายทอดต่อคณะครูกระบวนกร และเพื่อนนักเรียนด้วยกันโดยหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งแต่ละเรื่องทำให้ทุกคนที่ได้ฟังมีความสุขใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะและแฝงไปด้วยคุณธรรมของแต่ละเรื่อง

     ร่วมแต่งนิทานคุณธรรม

       กิจกรรมต่อไปยังเป็นเรื่องของการขุดคุณธรรมในตัวเด็กนักเรียนในรูปแบบของนิทานโดยให้นักเรียนทำหนังสือนิทานคุณธรรมกลุ่มละหนึ่งเล่ม แต่ก่อนที่จะให้นักเรียนทำหนังสือนิทานคุณธรรมให้แต่ละกลุ่มทำจินตนาการจากมือเป็นรูปอะไรก็ได้เพื่อเป็นการกระตุ้นจินตนาการในการแต่งนิทานคุณธรรมและผลที่ออกมาเป็นสิ่งมหัสจรรย์มากที่ความคิดของนักเรียนนั้นเหนือการบรรยายจริงๆ  ดูจากรูปก็แล้วกันนะครับ!

 

      จินตนาการ ก่อนแต่งนิทาน

       กิจกรรมต่อเนื่องนักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำหนังสือนิทานคุณธรรมหลากหลายด้วยอิริยาบถหลากหลายด้วยความรู้สึกหลากหลายด้วยคุณธรรมที่แสดงออกมาในระหว่างทำกิจกรรมและในเนื้อหาของนิทานจากการมีส่วนร่วมด้วยความรู้สึกที่มุ่งมั่นและสามัคคี อิริยาบถแห่งความสุขและผูกพันธ์ความรู้สึกที่เคลิบเคลิ้มและซาบซึ้ง

      การมีส่วนร่วม อารมณ์ ความรู้ ความรู้สึก

                  

และผลงานของทั้งยี่สิบกลุ่มก็สำเร็จ

และด้วยเวลาที่จำกัดจำเป็นต้องคัดเลือกเล่มที่ดีที่สุดสามเล่มออกมานำเสนอ

  เล่มที่หนึ่งชื่อเรื่องว่า.  พอเพียงเพื่อพอดี 

 เรื่องที่สอง  สุนัขกลับใจ 

 และเรื่องสุดท้าย  คนหัวเห็ด

เมื่อเสร็จกิจกรรมภาคเย็นและกลางคืน  นักเรียนก็อาบน้ำเข้านอนตามปกติ และแล้วอาจารย์ภิญญาก็เดินเข้ามาปรึกษาผมว่าให้ผมจัดกิจกรรมแบบ active learning   ในช่วงเช้าตั้งแต่ 8.00 .จนถึงประมาณ 10.30 .เพราะช่วงเช้าท่านพระอาจารย์ศักดามีกิจนิมนต์ไม่สามารถอยู่ทำกิจกรรมได้ ผมรีบตอบรับทันทีโดยไม่รีรอ   เพราะครั้งแรกผมมีโอกาสได้แสดงความสามารถแค่วันเดียวเท่านั้นแต่เมื่อมีโอกาสอีกเกือบครึ่งวันจึงต้องรีบรับไว้ก่อน

       คืนนั้นก่อนจะนอนต้องนอนทำการบ้านก่อนหลับได้ข้อสรุปว่าควรใช้กิจกรรมแม่น้ำพิษในการขุดคุณธรรมของนักเรียน เมื่อคิดออกเช่นนั้นก็นอนหลับอย่างสบาย

       กิจกรรมแรกของวันที่ 3  กรกฎาคม  เวลา 8.00 . เริ่มจากการทำการนวดเพื่อผ่อนคลายและกิจกรรมที่จะทำให้นักเรียนรู้สึกพร้อมที่จะทำกิจกรรมต่อก็ดำเนินทันทีโดยเน้นที่จุดมุ่งหมายของคุณธรรมในหัวข้อความซื่อสัตย์โดยใช้กิจกรรมแปลงร่างเป็นสื่อ โดยการให้นักเรียนแปลงร่างตามขั้นตอนจาก  กบให้กลายเป็นลิงและจากลิงให้กลายเป็นนก  และสุดท้ายให้กลายเป็นคนในที่สุด โดยเน้นที่ความซื่อสัตย์ไม่ให้นักเรียนข้ามขั้นตอนโดยใช้วิธี  เปายิ้งฉุบ ถ้าใครชนะถึงจะเปลี่ยนร่างได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักเรียนสนุกมากและก็เป็นการฝึกความซื่อสัตย์ให้กับผู้เล่นด้วย

  กิจกรรมแปลงร่างเน้นคุณธรรมความซื่อสัตย์

 

       หลังจากจบกิจกรรมแปลงร่างนักเรียนมานั่งรวมกันเป็นกลุ่มเหมือนเดิม ผมมีความประทับใจนักเรียนคนหนึ่งขณะที่เพื่อนๆแปลงร่างไปหมดแล้วมีนักเรียนคนนี้เพียงคนเดียวที่ยังเป็นกบ ผมรีบนำออกมาหน้าแถวแล้วถอดบทเรียนทันทีว่าทำไมถึงยังเป็นกบและเสียงตอบออกมาด้วยความมั่นใจว่า    ผมเปายิ้งฉุบแพ้ครับผมถามต่อเนื่องว่า ทำไมไม่ข้ามขั้นเป็นสัตว์ตัวอื่นเพราะไม่มีใครรู้เสียงตอบอีกว่าวันนี้มาฝึกความซื่อสัตย์ครับ  เหนือคำบรรยายจริงๆ

       กิจกรรมต่อไปผมแบ่งนักเรียนออกเป็นสี่กลุ่มกลุ่มละประมาณห้าสิบกว่าคนผมอธิบายถึงวิธีการเล่นแม่น้ำพิษให้นักเรียนเข้าใจก่อนเล่น

    แม่น้ำพิษ   หลากหลายคุณธรรมและความรู้สึก

       และก็ไม่ลืมถึงการเชื่อมโยงเรื่องราวของคุณธรรมที่จะนำมาเล่นและก็เป็นหน้าที่ของคณะกระบวนกรของผมเช่นเดิมที่จะช่วยกันขุดคุณธรรมจากตัวเด็กนักเรียนออกมาและก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จมากสมดังเจตนารมณ์  ทุกความรู้สึกทยอยออกมาจากกิจกรรมรวมถึงคุณธรรมตามที่นักเรียนมี  บรรยายด้วยความรู้สึกสนุก อดทน และเสียสละ ความสามัคคีคือพลัง รวมถึงความซื่ภาวะผู้นำ, ความเสียสละ, ความอดทน,ความสามัคคี และวินัย, ความรักความผูกพัน มิตรภาพหยาดเหงื่อและรอยยิ้มความเสียสละและความอดทนและสายสัมพันธ์   ความรักควาผูกพันถอดรหัสบทเรียนด้วยสุนทรียสนทนากลุ่มของครูจิราภรณ์และครูต่าย ภายหลังจบกิจกรรมแม่น้ำพิษ

      

       ภายหลังกิจกรรมเมื่อทุกกลุ่มมาถึงยังเส้นชัยแล้วให้แต่ละกลุ่มถอดรหัสบทเรียนว่านักเรียนได้เรียนรู้คุณธรรมอะไรบ้างจากการทำกิจกรรมแม่น้ำพิษและมีความรู้สึกอย่างไรต่อกิจกรรมนี้ซึ่งพอจะสรุปดังนี้

       อันดับแรกนักเรียนลงความเห็นถึงความสนุก ความสามัคคี ความเป็นผู้นำ ความอดทน ความซื่อสัตย์ ความมีน้ำใจ เสียสละ  มิตรภาพ ความมุ่งมั่น  ความเหน็ดเหนื่อย และอีกหลายอย่างสุดจะบรรยายครับ!

       ทั้งหมดก็เป็นกิจกรรมในช่วงเช้าของวันที่สามซึ่งมีผมและคณะทำหน้าที่รับผิดชอบจบลงด้วยความสุขและรอยยิ้มอีกแล้วครับ  และยิ่งทำให้ผมมีกำลังใจอีกมากเมื่อท่านผู้อำนวยการมาคุยกับผมและชอบกิจกรรมทั้งหมดท่านมีแนวคิดว่าจะนำการเรียนปรับพื้นฐานและการเข้าค่ายคุณธรรมมาบูรณาการกันในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งและปีที่สี่โดยใช้กิจกรรมในรูปแบบ active learning  ดีใจจังที่ท่านยังมองเห็นเข้าใจและพอใจในกรรมของผมและคณะที่ทำในครั้งนี้

         บันทึกการเดินทางสู่เส้นทางครูกระบวนกร