... อาจารย์ 'Peta Bee' แห่ง 'MailOnline' ตีพิมพ์เรื่องทำนอง "กินเนื้อกับกินผัก ดีกันไปคนละอย่าง" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ MailOnline ] ประชากรโลก 5% กินอาหารแบบมังสวิรัติ (vegetatian) และเร็วๆ นี้นักวิทยาศาสตร์ก็ประกาศว่า การกินมังสวิรัติมีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยกว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะกินแบบไหนดี ... (1). ข้ออักเสบ > กินเนื้อมากเพิ่มเสี่ยง (2). มีลูกยาก > มังสวิรัติเสี่ยงมากกว่า (3). นิ่วถุงน้ำดี > กินเนื้อมากเพิ่มเสี่ยง (4). ฟันสึก > กินมังสิวิรัติเสี่ยงมากกว่า (5). สมองเสื่อมอัลไซเมอร์ > กินเนื้อเพิ่มเสี่ยง (6). กระดูกโปร่งบางหรือกระดูกพรุน > กินเนื้อเสี่ยงมากกว่า (7). โรคซึมเศร้า > กินมังสวิรัติเสี่ยงมากกว่า (8). กล้ามเนื้อเหี่ยวลง > กินมังสวิรัติเสี่ยงมากกว่า (9). อาหารเป็นพิษ > กินเนื้อเสี่ยงมากกว่า ... การลดเนื้อลงสักครึ่งหนึ่ง เปลี่ยนเป็นโปรตีนจากพืช เช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้ ฯลฯ หรือปลาน่าจะดีกับสุขภาพ วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งในยุคอาหารแพง คือ ผสมโปรตีนเกษตร (ทำจากถั่วเหลือง แช่น้ำ 3 นาที บีบน้ำออก จะได้อาหารที่มีโปรตีนสูงกว่าเนื้อ) นำไปผสมกับเนื้ออย่างละครึ่ง ปรุงอาหารปนกันไป จะได้โปรตีนที่มีไขมันต่ำ ดีกับสุขภาพ แถมยังได้เส้นใย (ไฟเบอร์) อีกเล็กน้อย ... ขณะที่คนสหรัฐฯ มีปัญหาธาตุเหล็กจากเนื้อแดงมากเกิน คนเอเชียจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิง มีปัญหาขาดธาตุเหล็ก และจะเสี่ยงขาดธาตุเหล็กมากขึ้นถ้ากินมังสวิรัตินานๆ การตรวจเลือดช่วยบอกได้ว่า เลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กหรือไม่ วิธีแก้ก็ไม่ยากอะไร เพราะมียาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กช่วยได้ ... กล่าวกันว่า "สุขภาพดีเริ่มต้นที่ข้าว (ธัญพืช)" เนื่องจากเป็นอาหารหลักของคนเรา ถ้าเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง หรือขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีทได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง สุขภาพจะดีขึ้นเร็วทีเดียว ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... ศัพท์ที่น่าสนใจ ... ที่มา
> ThankMailOnline
> 14 กรกฎาคม 2552.
คนสหราชอาณาจักร (UK) ซึ่งมีประชากรพอๆ กับไทยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ประมาณ 1/2 ล้านคน > การกินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ 5 ส่วนบริโภคขึ้นไปต่อสัปดาห์เพิ่มเสี่ยง
การศึกษาที่ได้รับทุนจาก Arthritis Research Campaign (โครงงานรณรงค์วิจัยข้ออักเสบ) พบว่า คนที่กินเนื้อทุกวันเพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบ 2 เท่าของคนที่กินเนื้อ 2 ครั้ง/สัปดาห์
กลไกที่เป็นไปได้ คือ โปรตีนคอลลาเจนในเนื้อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อ
กลไกต่อไปคือ เนื้อมีธาตุเหล็กสูง และอาจจะสะสมในข้อ ทำให้อนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นได้
คู่สมรส 1/6 มีปัญหามีลูกยาก > การศึกษาหลายรายงานพบว่า การกินถั่วเหลืองมากเกินอาจทำให้ผู้หญิงมีลูกยากขึ้น
การศึกษาจากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอนพบว่า สารเจนิสทิน (genistein) ในถั่วเหลืองทำให้ความสามารถของอสุจิ หรือสเปิร์มในการดำน้ำขึ้นไปผสมกับไข่ลดน้อยถอยลง
คนที่กินเนื้อมากเพิ่มเสี่ยงนิ่วถุงน้ำดี กลไกที่เป็นไปได้ คือ เนื้อมีไขมันอิ่มตัวสูง
การศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ชาย 45,000 คนพบว่า คนที่กินเนื้อเสี่ยงนิ่วถุงน้ำดีมากกว่าคนที่กินผักและไขมันไม่อิ่มตัว 18%
กลไกที่เป็นไปได้ คือ ไขมันไม่อิ่มตัวทำให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)ลดลง ทำให้นิ่วถุงน้ำดีชนิดโคเลสเตอรอลลดลง
ผักและผลไม้มีฤทธิ์เป็นกรดมากกว่า แถมยังต้องใช้แรงเคี้ยวมากกว่า
อาจารย์ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยดันดีพบว่า การปรุงอาหารแบบที่เพิ่มความเป็นกรดในอาหารที่มากไปด้วยผักผลไม้ เช่น เติมน้ำส้มสายชู, บาร์บีคิวผักผลไม้ ทำให้น้ำระเหยออกไป ความเป็นกรดมากขึ้น ฯลฯ ทำให้ฟันสึกมากขึ้น
ทางที่ดีคือ หลังกินผักผลไม้ หรือน้ำผลไม้, ให้รีบบ้วนปากหลายๆ ครั้ง อย่าเพิ่งรีบแปรงฟัน ให้บ้วนปากหลายๆ ครั้ง แล้วรอ 30-60 นาทีก่อนแปรงฟัน
วิตามิน สารพฤกษเคมี(สารคุณค่าพืชผัก) สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีฟีนอลส์ ฯลฯ พบมากในผัก ผลไม้ ช่วยป้องกันการสร้างโปรตีนผิดปกติ (beta-amyloid) ในสมอง
การศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพบว่า คนที่มีปัญหาความจำเสื่อมเล็กน้อยลดโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมได้ 48%, ถ้ากินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน และกินเนื้อน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับคนที่กินเนื้อทั่วไป
อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนมีปลา ถั่ว นัท(เมล็ดพืชเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ) ผัก ผลไม้ทั้งผลหรือน้ำผลไม้ปั่นรวมกากแล้วดื่มทันที น้ำมันมะกอก (น้ำมันของไทยที่ใกล้เคียงหน่อย คือ น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง โดยเฉพาะชนิดหีบเย็น) ธัญพืชไม่ขัดสี
โอกาสเกิดปัญหาความจำเสื่อมอย่างอ่อนลดลงได้ 1/3 ถ้าลดเนื้อ (อย่างน้อย 1/2), กินผัก ผลไม้ทั้งผล และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ
คนที่อายุยืน(ฝรั่ง)มีโอกาสเป็นโรคนี้ = 1/3 ในผู้หญิง และ 1/12 ในผู้ชาย
สมาคมกระดูกโปร่งบางแห่งชาติ (UK) แนะนำว่า การกินโปรตีนจากเนื้อแดงมากเกินส่งผลเสียต่อกระดูก
กลไกที่เป็นไปได้ คือ การย่อยโปรตีนทำให้เกิดภาวะกรดมากเกิน ซึ่งต้องขับทางไต และก่อนขับออกต้องมีการดึงด่าง โดยเฉพาะแคลเซียมจากกระดูก ไปช่วยขับกรดออก ทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมมากขึ้น
อาหารจากพืชมีด่าง (base) หลายชนิดที่ช่วยปรับสมดุลไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะกรดมากเกิน
ผักใบเขียว เช่น กะหล่ำ บรอคโคลี ฯลฯ ถั่วพูมีแคลเซียมสูง ส่วนเนื้อมีแคลเซียมค่อนข้างต่ำ
คนที่กินมังสวิรัตินานๆ เสี่ยงขาดวิตามิน B12 ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต และทำหน้าที่ของเซลล์ประสาท ทำให้มีอาการระบบประสาทอ่อนๆ เช่น อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ, ซึมเศร้า, เพลีย ฯลฯ ได้
วิธีแก้สำหรับคนที่กินมังสวิรัติไม่ยาก คือ กินยีสต์ วิตามิน B หรือวิตามินรวมเสริม, ทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือ กินเนื้อนานๆ ครั้ง ซึ่งคนที่อายุยืนจำนวนมากทำกัน
การกินมังสวิรัติเพิ่มเสี่ยงขาดโปรตีน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากกว่า
วิธีแก้ไม่ยาก คือ เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท เพิ่มถั่ว โปรตีนเกษตร เต้าหู้ งา และกินผักให้มากชนิดขึ้น
ไม่ว่าจะกินผักหรือกินเนื้อ... ถ้าไม่ออกกำลังต้านแรง เช่น ขึ้นลงบันได ยกน้ำหนัก เล่นเวท ดึงยางยืด ดึงสปริง พิลาทิส ฯลฯ และไม่นอนให้พอแล้ว มวลกล้ามเนื้อจะลดลงตามอายุ
อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม เนื้อ สัตว์ปีกมีโอกาสเกิดอาหารเป็นพิษสูงกว่าพืชผัก
สำนักมาตรฐานอาหารสหรัฐฯ ทำการศึกษาพบว่า คนสหรัฐฯ 89% เก็บเนื้อไม่ถูกวิธี, วิธีที่ดีคือ เก็บในภาชนะปิดสนิท (sealed container) ไว้ด้านล่างของตู้เย็น (fridge) เพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวจากเนื้อหยดใส่อาหารอื่นๆ
คนสหรัฐฯ 63% ไม่ได้ล้างมือหลังสัมผัสเนื้อดิบ ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคที่ปนเปื้อนในเนื้อติดต่อไปยังอาหารอื่นๆ ได้
seal = ปิดผนึก
container = ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ เช่น ทัพเพอร์แวร์ ฯลฯ
fridge = ตู้เย็น มาจากคำว่า 'refridgerator'
refridgerator = ตู้เย็น
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.