การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
สัปดาห์รณรงค์เยี่ยมบ้านนักเรียนระหว่างวันที่ 11-19 กรกฎาคม 2552 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชนและคุณครู ผู้บริหารได้ กำหนดรายละเอียดร่วมกัน เพื่อจะให้เป็นสัปดาห์ที่ทุกคนให้ความสำคัญกับเด็กๆ และได้มีโอกาสไปเยี่ยมถึงหลังคาบ้านให้มากที่สุด
ในช่วงวันที่ 11-19 กรกฏาคม 2552 จะได้เห็นน้ำใจของผู้ใหญ่ ใจดีทั้งหลายที่จะเป็น"ดาวกระจาย"ไปทุกพื้นที่
พบกันทุกวันอังคาร กับ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ได้เขียนไว้ดีมากอยากให้อ่าน โดยระบุว่า "สพฐ. ได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รับโครงการให้เป็นงานของกระทรวงศึกษาธิการ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 2 ท่าน ได้ร่วมโครงการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนด้วยตนเอง
ดิฉันได้ติดตามคณะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนที่จังหวัดสมุทรสาคร 3 หลัง แต่ละหลังนักเรียนล้วนมีความลำบากจากความยากจน ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่โชคดีที่ยังมีญาติหรือผู้มาช่วยอุปการะ ตลอดจนได้รับการดูแลด้วยดีจากครูที่ปรึกษาและโรงเรียน ท่านรัฐมนตรีฯ ได้ซักถามอย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจนักเรียนแต่ละคนว่าความยากลำบากเป็นโอกาสให้เรียนรู้ความเข้มแข็งที่จะช่วยให้สามารถเผชิญปัญหาต่อไปในชีวิต ท่านได้หยิบยกประสบการณ์ของตนเองมาเล่าว่าเมื่อท่านเล็กๆ ก็ต้องเป็นธุระดูแลน้องให้แต่งตัวและรับประทานอาหารก่อนไปโรงเรียนเช่นเดียวกับนักเรียนที่ไปเยี่ยม
จากการไปเยี่ยมบ้านครั้งนี้ มีข้อสังเกตที่ขอฝากเป็นข้อคิดดังนี้
1. การตื่นตัวในเรื่องสัปดาห์รณรงค์ดูจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะในช่วงนี้มี "งานเข้า" ทั้งในสพท. และโรงเรียนมาก โดยเฉพาะเรื่องไข้หวัดที่บั่นทอนสรรพกำลังของโรงเรียนพอสมควร และมีมาตรการใหม่ๆ ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากการสอบถามและติดตามดู พบว่าแม้การตรวจเยี่ยมในช่วงรณรงค์จะดูไม่เข้มแข็งเท่าปีที่ผ่านมา แต่ทุกโรงต่างยืนยันว่ามีการเยี่ยมในห้วงเวลาอื่นอย่างแน่นอน
2. กลุ่มที่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในปีนี้คือโรงเรียนประถมศึกษา ทุกบ้านที่ไปเยี่ยม ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาและครูที่ปรึกษาต่างมีความชัดเจนในปัญหาของนักเรียน และมีเค้าลางว่าได้พยายามติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงขอฝากทั้ง สพท. และโรงเรียนที่จะผลักดันเรื่องการเยี่ยมบ้านให้ทั่วถึงและผู้บริหารทุกระดับควรถือท่านรัฐมนตรีฯ เป็นแบบอย่างไปเยี่ยมด้วยตนเอง รวมทั้งเพื่อนข้าราชการที่ทำงานบนสำนักงานควรหาโอกาสไปเยี่ยมบ้านเพื่อเป็นข้อเตือนใจให้เราระลึกอยู่เสมอว่า งานที่เราทำอยู่ทุกวันนั้นต้องเป็นไปเพื่อการพัฒนานักเรียนให้มีโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (ขอเรียนว่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้นำทีม สศช. ทั่วประเทศเยี่ยมบ้านนักเรียนเพื่อคัดกรองนักเรียนที่จะได้รับทุนพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เช่นกัน ท่านปรารภว่าเป็นประสบการณ์ที่ดียิ่งที่ได้สัมผัสความทุกข์ยากของเด็ก ทั้งชมเชยว่าในทุกพื้นที่เพื่อนครูมีข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนที่ละเอียด และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง)
3. ปัญหาที่พบโดยทั่วไปคือการที่นักเรียนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ในขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบผู้อื่นมาช่วยอุปการะ บางรายรับดูแลอยู่ถึง 7-8 คน ปรากฏการณ์เช่นนี้ หาได้ยากในสังคมอื่น
4. การแก้ปัญหาต้องพิจารณาเป็นรายกรณี นับเป็นโอกาสดีที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการได้ติดตามท่านรัฐมนตรีฯ ไปเยี่ยมบ้านด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ได้จัดในลักษณะรณรงค์เพื่อเชิญชวนให้หน่วยราชการอื่นที่มีความชำนาญไปสัมผัสปัญหาของเยาวชนและร่วมแก้ไข เราได้เห็นทั้งปัญหาการเจ็บป่วย และความพิการของพ่อ หรือแม่ หรือผู้ดูแลเด็ก บ้านพักที่คับแคบ ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือ ตั้งอยู่ในที่ดินที่กำลังถูกขับไล่ รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ในกรณีบ้านพัก ได้ทราบจากท่านวินัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าในแต่ละจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีโครงการช่วยเหลือเรื่องบ้านพักด้วย ควรที่ สพท. จะประสานเพื่อขอข้อมูล
5. ที่น่าสนใจ ได้พบนักเรียนที่ตกหล่นไม่ได้รับการศึกษาภาคบังคับถึงสองคนโดยบังเอิญ คนหนึ่งแจ้งว่าจบ ป.6 แต่ไม่ได้เรียนต่อ เพราะแม่ไม่มีเงิน ครั้นพวกเรารับปากจะช่วยและคะยั้นคะยอให้เรียน นักเรียนก็อ้างต่อไปว่า ไม่เรียนเพราะอ่านหนังสือแล้วปวดหัว สพท. จึงจะประสานขอให้ศูนย์การศึกษาพิเศษมาช่วยดูแลเพราะอาจเป็นปัญหาการเรียนรู้ ส่วนอีกคนไปพบที่โรงเรียน กำลังมาช่วยก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ท่านรัฐมนตรีฯ ซักถามพบว่าไม่ได้เรียนเพราะเป็นไทยใหญ่และไม่มีทะเบียนบ้าน ทั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาและกศน.ต่างไม่รับ!! ทั้งที่จบด้วยเกรด 4 และเป็นประธานนักเรียน ทำให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนว่าปัญหาเชิงปฏิบัติยังมีอยู่ในพื้นที่ ทั้งๆ ที่ระเบียบกระทรวงได้เปิดโอกาสให้นักเรียนที่ไม่มีทะเบียนบ้าน เรียนมานานเต็มทีแล้ว ท่าน ผอ.สพท.ได้รับที่จะประสานงานต่อไป จึงขอฝากให้ สพท.ได้ติดตามแสวงหา และดูแลนักเรียนที่ยังตกหล่นในแต่ละพื้นที่ด้วยสาเหตุต่างๆ กัน
6. หลังจากเยี่ยมบ้านนักเรียนแล้ว ท่านรัฐมนตรีฯ ได้ให้ความสนใจไปเยี่ยมโรงเรียนวัดศิริมงคลที่ได้ให้บริการแก่ลูกหลานเด็กต่างสัญชาติในจังหวัดสมุทรสาคร จากนักเรียนไม่ถึงร้อย ได้เพิ่มเป็น 700 กว่าคน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนไทยเพียง 45 คน ที่เหลือเป็นพม่า มอญ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง ทะวาย แม้แต่เนปาลยังมีถึง 15 คน ท่านผู้อำนวยการเสาวณีย์ สว่างอารมณ์ เป็นผู้มีอุดมการณ์อย่างมาก ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจซึ่งมาจากกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่าในการให้ ต้องให้สิ่งที่ดีที่สุด และให้โดยไม่เลือกเชื้อชาติและฐานะ เธอจึงพยายามต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนและมีความผูกพันกับประเทศไทย ท่านรัฐมนตรีฯ ได้ให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่และย้ำว่าการให้การศึกษาแก่เด็กๆ ที่ต้องติดตามพ่อแม่มาในประเทศไทย เป็นมาตรการที่จะช่วยสร้างเสริมความมั่นคงได้ดีที่สุด ดีกว่าที่จะปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้เรียนหรือเรียนหลักสูตรต่างประเทศที่บ่อยครั้งไม่ได้สอนภาษาไทยหรือสอนเรื่องประเทศไทย ท่านรัฐมนตรีฯ ได้สั่งการให้ สพฐ. และ สพท. สนับสนุนความพร้อมให้แก่โรงเรียนรวมทั้งการขยายโอกาสไปถึง ม.3 เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้ติดตามท่าน รมว.ศธ. ไปด้วย ได้กล่าวด้วยความสบายใจว่าเมื่อได้รับทราบนโยบายที่ชัดเจน จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น เชื่อว่าเด็กต่างสัญชาติที่ติดตามผู้ปกครองมาคงมีกระจัดกระจายในหลาย สพท. ขอฝากให้พิจารณาศึกษาสภาพและดูแลว่าจะช่วยให้การศึกษาอย่างไร
นับว่าการไปเยี่ยมบ้านของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งนี้ได้ยังประโยชน์หลายด้านด้วยกัน"
จึงเป็นตัวอย่างของผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย ที่ใช้สัปดาห์นี้ในการร่วมโครงการดังกล่าว....เราจะไปเยี่ยมบ้านนักเรียนด้วยกัน..พร้อมกันทั่วประเทศครับ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณข้อมูลค่ะ สบายดีนะคะ วันหยุดไปไหนหรือเปล่าคะ
สวัสดีจ๊ะ สุขสันต์วันอาทิตย์นะจ๊ะ