- การเมืองของประเทศนี้ วนเวียนอยู่กับการใส่ร้ายป้ายสีด่าทอกัน นักการเมืองประเทศนี้จึงมีฝีปากกล้า ปัญญาด้อย เพราะมัวเสียเวลา ไปขุดคุ้ยหาเรื่องด่า จนไม่ค่อยมีเวลาคิดสร้างสรรค์พัฒนาบ้านเมือง
- ละครประเทศนี้ ทุก ๆ สิบปี จะต้องมีบ้านทรายทอง ดาวพระศุกร์ และสลักจิต วนกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกคนละครั้งสองครั้งเสมอ ไม่เชื่อไปถามนางสาวทองสร้อยดูได้
- แฟชั่นของประเทศนี้ เน้นที่ยี่อห้อที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมชั้นสูง สังเกตง่าย คนในประเทศนี้ เวลาออกไปไหนจะแต่งกาย ด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้ายี่ห้อเดียวกันทั้งกลุ่ม
- วงการเพลงของประเทศนี้ มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ในการลอกเลียนทำนองเพลงของประเทศอื่น ๆ จนปัจจุบัน ได้ลามไปถึงการ ลอกมิวสิควีดีโอ ลอกเครื่องแต่งกาย ทรงผม ท่าเต้น ปกเทป ฯลฯ
- การแจกรางวัลในประเทศนี้ ทั้งรางวัลของวงการบันเทิง หรือโฆษณาจะนิยมแจกกันงานละไม่ต่ำกว่า 4 - 5 โหล ทั้ง ๆ ที่มีผู้คิดสร้างสรรค์ อะไรใหม่ ๆ ขึ้นจริง ๆ ไม่ถึง 4 - 5 ราย
- ในวงการโฆษณาที่ว่าเป็นแหล่งรวมนักคิดชั้นนำของประเทศนี้ ยังคงใช้วิธีเปิดหนังสือ และวีดีโอหนังโฆษณาของประเทศอื่น ๆ เพื่อก็อปปี้ เลียนแบบในประเทศนี้
- นักศึกษาหญิงในคณะที่คะแนนสอบสูง ๆ ของประเทศนี้มีค่านิยมอยากทำงานเสิร์ฟบริการคนประเทศอื่นบนเครื่องบินมากกว่าอยากทำงาน ที่ได้ใช้สติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
- เชียร์ลีดเดอร์ของประเทศนี้ ยังคงภูมิอกภูมิใจกับท่าเต้นเดิม ๆ โดยเฉพาะเชียร์ลีดเดร์ของสองมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในประเทศ ป้าคนที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์รุ่นหนึ่งหลังสงครามโลก ก็ยังสามารถเต้นเข้าจังหวะกับทีมเชียร์ลีดเดอร์น้องใหม่รุ่นปัจจุบันได้ สันนิษฐานว่า คงมีคำสาปมาจากคุณป้ารุ่นแรกว่า ถ้าใครคิดสร้างสรรค์ท่าอะไรขึ้นมาใหม่ ๆ มันผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป
- ชื่อของประเทศนี้ ได้รับการตีพิมพ์บ่อยครั้งในกินเนสส์บุ๊คว่าเป็นเจ้าของสถิติที่สุดในโลกในด้านที่ไม่สร้างสรรค์อยู่มากมาย เช่น ไข่เจียวยักษ์ ธูปยักษ์ และล่าสุดจานบินทรงเจดีย์ยักษ์
บทความคอลัมน์ "9 นรก โอ๊ทส์ยกล้อ" หนังสือพิมพ์มติชน เดือนมกราคม 2542
ได้ตั้ง 9 ประเด็นแล้ว ต่อไปจะมีรายละเิอียด วิธีทางและแนวทางการเติมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขจุดบอดทั้ง 9 ข้อบ้างไหมครับเนี่ย

ส่วนข้อเสนอแนะ วิธีการแก้ไข 9 ข้อ ดรีมว่ามันน่าจะทางแก้ไขได้นะคะ ให้ผู้รู้แนะนำดีกว่า คุณบอน จะเสนอ แนะก็ได้ ดรีมยินดีรับฟังคะ
ส่วน พี่แก้มแหน่ม ดรีมก็ไม่ขอเป็น 1 ใน 9 ข้อเช่นกัน คงไม่ใช่ตัวประหลาด จริงไหมคะ
เมืองไทยเราชอบทำอะไรที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เลย น่าจะเอาเวลามาคิดทำอย่างอื่นกันเช่นทำไงให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ไม่อยากจน ไม่เห็นต้องไปทำให้ต่างชาติดูเลยอย่างจีนเขาไม่เห็นต้องง้อต่างชาติเลยเขาก็อยู่ได้
1. ที่บ้านไม่เคยพัฒนาเรื่องจิตใจ พูดกันทีไรก็เป็นแต่เรื่องเกมการเมือง ชิงไหวชิงพริบ ไม่ก็เรื่องเงินๆทองๆ เช่น เรื่องวิธีเอาชนะคู่แข่ง จะโยกย้ายคน โยกย้ายเงินอย่างไร
2. เป็นนักเลงเอาไว้สู้กับนักเลงการเมืองอื่นๆที่รายล้อมอยู่ ขืนไม่เป็น เดี๋ยวเสร็จกันพอดี
3. มีเงินแล้วก็มักเหลิง การทำตัวดี การเล่าเรียนลืมหมด
1. อบรมพัฒนาทางด้านจิตใจกันมั่ง ฝึกจิตตามสถานปฏิบัติธรรมที้งหลายกันบ้าง เพราะหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี ก็มีพื้นฐานมาจากธรรม ใครไม่เชื่อให้ไปดูนายหลวง
2. รวมกลุ่มกับคนดี คนดีที่เค้าทนไม่ไหว ตั้งใจโดดลงมาเล่นการเมืองเพื่อหวังช่วยประเทศชาติก็มี ไปรวมกลุ่มกับพวกเค้า เพื่อจะได้เกิดพลังสร้างสรรค์ เกิดการคิดอะไรใหม่ๆ ขืนมัวแต่ไปขุดพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้ามมาเพื่อเอาไว้เถียงให้ฝ่ายตรงข้ามเถียงไม่ขึ้น อีกหน่อยนักการเมืองจะด่าเจ็บยิ่งกว่าแม่ค้าเสียอีก
3. หัดทำตัวดี มีการศึกษา ให้สมกับฐานะของตระกูลมั่ง ทำตัวเป็นผู้มี education เป็นแบบอย่างให้คนอื่นเค้าปฏิบัติตาม
หวังว่านี่ไม่ใช่เป็นการระบายอย่างเดียวนะ...^_^
การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ การจัดสรรค์ผลประโยชน์
นักการเมืองในอุดมคติ คือ ต้องเก่ง ดี มีศีลธรรม (หาได้ยากมากๆๆๆ ) แต่จำเป็นต้องค้นหากันต่อไป
1.ถ้าเราได้คนเก่งดีมีศีลธรรม เข้าไปเป็นตัวแทนสภา เขาก็จะจัดสรรค์ผลประโยชน์ ให้กับประชาชนโดยส่วนใหญ่ของประเทศ แต่นักการเมืองของไทย ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เอางานการ การเมืองมาเป็นอาชีพ ทำมาหากิน เป็นครอบครัวการเมือง เล่นเกมส์และเล่นมายากลกันเก่งมากๆ ครอบงำและหลอกคนได้เก่ง
2. นักการเมืองไทยในปัจจุบันยังทำตัวเป็นแก๊งการเมืองอันทพาล ทำตัวเป็นทาสรับใช้มาเฟียโลก ทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้ตัวเองมีอำนาจมีผลประโยชน์ เป้นคนที่สละชาติเพื่อชีพ
****** ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหาเลือดใหม่ ใส่เข้าไปในการเมืองไทย โดยมีกฎหมาย ห้ามเป็น สส.เกิน 2สมัย ห้ามสืบทอดทายาททางการเมือง ผัวเป็นสส. เมียเป็นสว. ลูกเป็นสส. หลานเป็น สจ. เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาด
สุด เมืองสีนุ่น
[email protected]
พี่แอ๊ด หมายถึงใครคะเนี่ย อิอิ
แต่ดรีมก็เห็นด้วยนะคะ มัวแต่จะคิด รบ ฟาดฟันกัน (ในที่นี่หมายถึงคำพูดนะคะ) กัน