ผมสดับตรับฟังจากหลายทาง    แล้วสรุปเชิงทำนาย (และท้าทาย) ว่า    การลงทุนมหาศาลต่อการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ ๒ ของประเทศไทยจะสูญเปล่า    เป็นการใช้เงินจำนวนมากอัดลงไปในระบบการศึกษาแล้วผลที่ออกมาคือคุณภาพของผลผลิตด้อยลงไป 

  
          ผมทำนายอย่างนี้ เพราะผมเชื่อว่าระบบมันผิด   มันไม่ยกย่องครูดี-ครูเก่ง    มันตีความครูที่ควรได้รับการยกย่อง ได้รับผลประโยชน์ผิด หันไปยกย่องกระดาษ ปริญญา และความใกล้ชิดผู้ใหญ่    ไม่ยกย่องครูเพื่อศิษย์  


          ผมตีความว่า ทรัพยากรของชาติที่ลงไปในการศึกษาปัจจุบัน ลงไปในเรื่องไร้สาระ   ลงไปที่เปลือก มากกว่าที่แก่น    ระบบการศึกษาไทยบ่มเพาะความเป็นคนบ้ายศบ้าตำแหน่งบ้าอำนาจ    ยกย่องคนมียศมีตำแหน่งมีอำนาจ มากกว่ายกย่องคนดี คนทำงาน


          เมื่อผมเห็นผู้มีอำนาจในบ้านเมืองพูดตรงกันว่า ปฏิรูปการศึกาทศวรรษที่ ๒ เป็นการปรับแต่งของเดิม ไม่ใช้ยกเครื่องระบบ   ผมจึงทำนายว่าการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ ๒ ก็จะล้มเหลวอีก เหมือนกับทศวรรษแรก เมื่อมองที่คุณภาพของผลผลิต


          ผมเล่าความเห็นนี้ให้ ศ. ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟัง ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการสภาการศึกษาอยู้ด้วย   ท่านให้ความเห็นว่า ส่วนที่เป็นความสำเร็จก็มีมาก คือด้านการกระจายโอกาสทางการศึกษา    และการทำให้มีโรงเรียนคุณภาพสูงอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ    ทำให้เด็กที่ต้องการเรียนสูง ไม่ต้องหลั่งไหลกันเข้ามากรุงเทพอย่างสมัยก่อน    ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเป็นความสำเร็จ


          ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการกระจายโอกาสทางการศึกษา    แต่ล้มเหลวด้านคุณภาพการศึกษา


          ที่ผมทำนายว่าการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ ๒ จะล้มเหลวซ้ำรอยเดิม ก็ที่คุณภาพนี่แหละ    และเหตุผลที่ผมทำนายเช่นนี้ก็เพราะความล้มเหลวเชิงระบบ    เป็นระบบที่ให้ประโยชน์แก่คนที่ไม่ได้สร้างผลงานด้านคุณภาพหรือผลสัมฤทธิ์ของเด็ก มากกว่าที่ครูเพื่อศิษย์   ระบบยกย่องให้ผลประโยชน์ครูก็ผิด   หันไปยกย่องปริญญา และ “ผลงาน” ที่ไม่ใช่ผลงานเพื่อศิษย์   ลองคิดกันให้ลึกๆ เถิดครับ จะเห็นว่าระบบที่ใช้กันอยู่มันผิด


          ที่ทำนายเช่นนี้ ก็เพราะผมเห็นว่าผู้มีอำนาจรับผิดชอบยังไม่เห็นความผิดพลาดเชิงระบบ 


          ที่กล้าออกมาทำนายเช่นนี้ ก็ด้วยความประสงค์ให้การทำนายนี้ผิด 

วิจารณ์ พานิช
๒๕ มิ.ย. ๕๒