ในส่วนตัวกระผมครูเพื่อศิษย์ที่กระผมสัมผัสได้ ฝึกวิทยายุทธ์ช่วยกระผมคือท่านอาจารย์ 3 ท่านข้างล่างที่กล่าวมาคือบุคคลพิเศษที่มีกระผมสัมผัสได้ และเคารพท่านเสมอมา

เรียนท่านอาจารย์แสวงที่เคารพ

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในใจศิษย์ตลอดมาจนทุกวันนี้ คือความพยายามของท่านอาจารย์ ที่ศิษย์ไม่เคยเจอจาก ครูใดๆในชีวิตที่ศิษย์สัมผัสได้ ศิษย์ขอเคารพในทุกๆอาจารย์ที่เคยสอนทุกท่าน แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากอาจารย์ คือการมองความรู้ในระดับ การออกจากเอกสารมาตรวจสอบกันในสนามจริงๆเหมือนกับทดสอบว่า สิ่งที่ทำๆหรือวิจัยกันมานั้นได้ผลหรือไม่อย่างไร ศิษย์ชื่นชมและให้ความเคารพอาจารย์มาก ในการตรวจสอบวิชาการที่ทำได้บนสนามจริงเพื่อยันข้อมูลอีกครั้ง (Triangulation) เพราะจะได้รู้ว่าหรือยืนยันได้ว่า ใช้ได้จริงไหมหรือมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ไม่ใช่เอาเอกสารตีพิมพ์มาว่ากันอย่างเดียว ดังที่เคยยกตัวอย่างหากมองถึงในแต่ระดับชั้น ความรู้ของเกษตรกรใช้ในการจัดการฟาร์มนั้น มิติการทำงานของเกษตรกรมีความลุ่มลึก หลายชั้นกว่าเป็นไหนๆ ผ่านทั้งฐานมิติทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาที่สั่งสมจากประสบการณ์ วิถีชีวิต และเชิงเศรษฐศาสตร์ระดับต่างๆ (ครัวเรือน/ท้องถิ่น/ระดับชาติ/นานาชาติ) ตลอดจนวัฒนธรรม และยังมีปัจจัยอื่นๆนอกจากนี้อีกซึ่งมากมาย งานที่ยังไม่ทดสอบจริงในสนาม พร้อมทั้งการมีข้อแนะนำไปใช้จากหลายๆมุมมอง ยังห่างไกลความหมายของการวิจัย ในเชิงการวิจัยเพื่อพัฒนา วันนี้ศิษย์ขอบพระคุณในวิญญาณความเป็นครูของท่านอาจารย์ผ่านบล๊อก ตอนได้ทุน ศิษย์มีอาจารย์วิริยะ ที่ได้รับทุน คปก. มีศิษย์เป็นผู้ช่วยวิจัย ซึ่งท่านอาจารย์ก็มีน้ำใจ มีความเมตตา ฝึกให้ยืนบนขาตัวเอง ลุ่มลึกสงบ ส่วนท่านอาจารย์ Prof. Richard Bell คืออาจารย์ที่ช่วยเหลือให้คำแนะนำในเชิงการตีพิมพ์อย่างมากมาย ในส่วนท่านอาจารย์ (อ.แสวง) ก็ต่อยอดช่วยแนะนำให้ศิษย์ “สัมผัสกับสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่” ซึ่งเติมเต็มในแต่ละมุม “ศิษย์เหมือนออกจากโลกของมายาออกจากกับดักความคิด” ที่ติดกับเอกสาร มาดูสิ่งที่เป็นจริงๆ แล้วถามตัวเองว่า ที่ผ่านมา เรามาเรียนเอาอะไร เราได้อะไรที่เป็นแก่นสารของชีวิตหรือไม่ หรือเพื่อเอาปริญญาเพื่อสร้างตัวเองเฉพาะทางวัตถุเท่านั้น ทำให้ตัวเองที่มีคุณลักษณะ “นักบริโภคนิยมที่เน้นการแสวงความสุขใส่ตัวเอง (self-lenient consumer) โดยที่ นึกถึงแต่การตอบสนองต่อความอยากตัวเองเป็นหลัก” หรือเราต้องการเป็นบัณฑิตที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์บ้าง ลดตัวตนลงบ้างเพื่อความมีอิสระไหนหลายๆมุม วันนี้ศิษย์มีคำตอบแล้ว เป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของศิษย์ที่มี “อาจารย์ที่หลากหลายมิติและลุ่มลึก” ซึ่งมีคุณสมบัติ แนวคิดเชิงระบบ (system thinking and perspective) ทุกครั้งเวลาที่กระผมกลับไปบ้าน เดินไปสวนเกษตรที่บ้านทำให้จิตใจสงบ ศิษย์นึกถึงคำแนะนำจากท่านอาจารย์ที่ช่วยเปิดพื้นที่ทางปัญญาและตลอดจนแนวคิดต่างๆ นึกถึงสมัยตอนที่ทำเกษตรพลิกฟื้นดินสู้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ โดยตลอดเวลา ที่ผ่านมาพยายาม คิด คิด และ คิด แต่บางครั้งการคิดเกินไปกลับหาทางออกไม่ได้ แต่เมื่อหยุดคิด (มาก) “มาอยู่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่” กลับพบทางออก ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ครับผม

ด้วยความเคารพอย่างสูง

นิสิต คำหล้า