การพัฒนาคุณธรรมผู้เรียนควรเริ่มที่ครูพัฒนาตนเองก่อนแล้วเด็กก็จะซึมซับจากเราเอง หากครูดีแล้วเด็กย่อมดี

     ...นับตั้งแต่กระทรวงศึกษาประกาศนโยบายคุณธรรมนำความรู้ บรรดาโรงเรียนต่างๆ ก็เอาจริงเอาจังเร่งพัฒนาคุณธรรมนักเรียน ไม่ว่าจะเข้าร่วมโครงการวิถีพุทธ ถาโถมโครงการพัฒนาคุณธรรมต่างๆ อาทิ เข้าค่ายพุทธบุตร ค่ายคุณธรรม    เอานักเรียนเข้าวัด  เอาพระเข้ามาโรงเรียน ที่ทำๆ กันส่วนใหญ่ก็เหมือนจุดพลุ สวยงาม และดังชั่วครู หาความยั่งยืนไม่ค่อยได้ เด็กออกจากค่ายกลับโรงเรียนก็เหมือนเดิม เหมือนทำเป็นประเพณี หรือทำตามๆ เชื่อว่าจะทำให้เด็กดีแค่ชั่วข้าม 1 หรือ 2 คืน

    ...ข้าพเจ้าเข้าใจสภาพปัญหาการพัฒนาคุณธรรมของนักเรียนที่โรงเรียนในระบบทำๆ กันแล้วเด็กไม่เห็นมีคุณธรรม หรือดีด้วยตัวเด็กเอง หลายคนรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร ความไม่เข้าใจ หรือติดกรอบกับวิธีเดิมที่เน้นให้เด็กดีด้วยการให้รางวัล และลงโทษ ทำให้ได้เด็กดีแบบหลอก ดีแบบไม่จริง บรรยากาศที่จะพัฒนาให้เด็กมีคุณธรรมควรเป็นบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ  เป็นกันเอง มีความอบอุ่น ไม่เน้นการเปรียบเทียบแข่งขัน

     ...ถามว่าบรรยากาศเหล่านี้มีอยู่เฉพาะในวัดใช่ไหม?        แล้วเรา โรงเรียนเราสร้างเองไม่ได้หรือ? ได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ใคร?  คำตอบก็คือ ครู และโดยเฉพาะผู้บริหารต้องกล้าที่ทวนกระแสนิยม หันกลับมาใช้แนวคิด ทฤษฎี ปรัชญาตะวันออก   โดยเฉพาะศาสนาพุทธของเรา

     ...ง่ายๆ หากจะพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน ครูเราจะพัฒนาผู้เรียน ก็ควรจะเริ่มพัฒนาคุณธรรมที่ตัวครูก่อน  เมื่อครูดีมีคุณธรรม (ชวนกันให้เต็มโรงเรียน) เด็กเขาก็จะซึมซับ  ซึ่งเราอาจไม่ต้องไปบอก สั่งหรือสอนตัวคุณธรรมให้เขามี ดังที่ว่า "แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนไงครับ"