กวดเพื่อก้าวหน้า สะท้อนถึง การพัฒนา หรือ ความล้มเหลว
เมื่อวานมีข่าวใหญ่ทางการสาธารณสุขไทย ที่สะท้อนไปถึงการศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน เมื่อมีการปิดโรงเรียนกวดวิชาถึง ๑๕ วัน มีการให้การสัมภาษณ์ว่า จะทำให้เด็กนักเรียนเสียโอกาส อาจทำให้การสอบ Mid Term มีปัญหา
ดูข่าว ฟังแล้วสะท้อนใจ
เอ โรงเรียนกวด เสริม เติม ดูจะเป็นโรงเรียนหลักเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาแล้วหรือไร
กระทรวง สถานศึกษา เหตุใด จึงนิ่งเฉย หรือ การเรียนการสอนในโรงเรียนไม่ได้มาตรฐานจริง จึงทำให้ นักเรียนต้องออกตระเวณหา "ความรู้" ทั้งกลางวัน กลางคืน วันหยุด
น่าสนใจครับ
การศึกษาเสริม กำลังจะเป็น "การศึกษาหลัก"
ว่าอย่างไรครับ
น่าจะดีใจนะ "ปิดโรงเรียนน่าจะดีนะ จะได้พิสูจน์ ว่า การศึกษา ไทย ต้องมีการปฎิรูป อย่างจริงจังแล้ว กระมัง"
JJ2009ฅนธรรมดา

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสดูน่าจะดีนะคะอาจารย์
ยอมรับว่าผู้ปกครองจ่ายเงินโอนเงินให้โรงเรียนกวดวิชาไปมากกว่าค่าเรียนโรงเรียนเอกชนหลายเท่าค่ะ
เมื่อวานอาจารย์ที่โรงเรียนของหลานสาวโทรฯ แจ้งผู้ปกครองว่ามีนักเรียนป่วย วันนี้นับต่อไปอีกหลายวัน ที่โรงเรียนนี้ต้องปิดล้างห้องเรียน เพราะมีนักเรียนป่วยแล้วค่ะ
คงต้องมองปัญหาหลายๆ ด้านนะคะอาจารย์
คุณครูบางท่านสอนกวดวิชาได้เงินเยอะกว่าเงินเดือนประจำอีกค่ะ(รายได้ดีแบบนี้ใครก็อยากได้เนอะ..อิอิ)
บางท่านก็บอกข้อสอบให้เด็กที่ไปเรียนกวดวิชาด้วย เด็กที่ไปเรียนด้วยก็สอบผ่าน แบบนี้เด็กที่ไม่ไปเรียนก็แย่เลยนิ...
แต่ก็มีผู้ปกครองบางท่านต้องไปทำงานทุกวันไม่มีเวลาดูแลบุตร(สอนการบ้าน)ก็ต้องอาศัย โรงเรียนกวดวิชา เพื่อสอนการบ้านและทบทวนวิชาต่างๆ ให้บุตรของตน
ครูบางท่านก็ใจดีนะคะ สอนให้แบบไม่แพง(ราคามิตรภาพ) ดูแลนักเรียนเหมือนลูกหลาน ชนิดที่ผู้ปกครองอุ่นใจฝากบุตรไว้ในการดูแล
เอ...แบบนี้เราจะพิจารณายังไงดีคะท่าน
คงจะต้องแก้ไขกันทั้งระบบเลยนะคะเนี่ย...
เรียน ท่านดาวลูกไก่ฅนโสต Blogger ที่อยู่ในกระทรวง ช่วยกัน หน่อยครับ "ลปรร" กันหน่อย
การศึกษาทุกวันนี้เป็นยุคโลกแห่งการแข่งขัน
คนที่ไปกวดวิชาก็เพียงเพื่อให้ทำข้อสอบได้ มิใช่เพื่อความรู้ที่อยากได้
คนที่ไม่ไปกวดวิชาจะมีความรู้สึกไม่มั่นใจ จำต้องไปกวดวิชาเพื่อหาประสบการณ์ของการทำข้อสอบเพื่อให้สอบได้
เพื่อนข้างบ้านมีลูกสามคน ชายสอง หญิงหนึ่ง
ทั้งสามคนไปกวดวิชาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น พอเลิกเรียนประจำวันภาคปกติ
คุณพ่อก็รับไปกวดวิชาแถวอนุสาวรีย์ กลับถึงบ้านก็มืดคำ
เสาร์อาทิตย์พาไปกวดวิชาแถวสยามสแคว์ทั้งวัน ทำเช่นนี้หกปี
ลูกชายสองคน สอบได้แพทย์จุฬาฯ ก็ขยันขันแข็งไม่ได้ไปไหนกับเขา
จบมาต่อแพทย์เฉพาทาง รวมเรียนแพทย์จนจบไม่ต่ำกว่าสิบปี
ลูกสาวจบอักษรจุฬา ป.โท
ครอบครัวนี้เขาบอกว่ามีความสุขมาก
แต่ดูสีหน้าแล้วไม่น่าจะมีความสุข
1. ความสุขเขาหายไประหว่างทาง คือ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว
2. ใบหน้าไม่ค่อยสดชื่น คนเป็นแพทย์ยังต้องขึ้นเวร ราววอร์ด นอนไม่เป็นเวลา
ยังไม่แต่งงาน คาดว่าจะแต่งงานกับพยาบาลเพราะไม่ได้ไปไหน
เขาบอกที่ทำเพื่อความสุขในอนาคต จึงไม่ทราบว่าเมื่อไรจะมีหรือพบความสุขเสียที
ความสุขของชีวิตอยู่ที่เราแต่ละวันที่ใช้ชีวิตผ่านไปมากกว่านะคะ
เรียน ท่านชาดา
เรียน ท่านทิพย์
สวัสดีครับ
พอดีผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียนกวดวิชานะครับ
ที่ผมเรียนเพราะบางทีการเรียนการสอนในโรงเรียนอาจไม่เต็มที่
บางเนื้อหาที่ต้องใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยอาจเรียนไม่ทัน
หรือบางทีเรียนในโรงเรียนไม่เข้าใจครับ
ผมว่าการศึกษาหลักในรงเรียนยังคงเป็นการศึกษาที่สำคัญอยู่ แต่ตราบใดที่การศึกษาหลักในโรงเรียนไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ความอยากรู้ และความจำเป็นของเด็กได้ การศึกษาเสริมในกวดวิชาก็จำเป็นนะครับ ^^
เรียน คุณหมอจารุพงษ์
สวัสดีครับท่าน อาจารย์ รศ.นพ. จิตเจริญ ไชยาคำ ที่เคารพ
สิ่งที่สะท้อนในสังคมทุกวันนี้มีมากมายจนไม่รู้ว่าจะแก้จุดไหนก่อน เพราะดูๆแล้วสำคัญพอๆกันทุกจุด ไม่ว่าการศึกษา ครอบครัว สังคม การเมือง ล้วนแล้วแต่บงบอกว่าปัญหาทุกๆด้านของประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเติบโตขึ้นทุกวัน หรือจะเป็นวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงในทางพัฒนาและในทางถดถอย ใช่หรือเปล่าครับ ทำอย่างไรทุกอย่างจึงจะอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมและความจริง ทุกวันนี้อะไรก็เป็นของร้อน งานร้อน เงินร้อน ทำอะไรก็รีบร้อนจนมองไม่เห็นปัญหา กว่าจะรู้อีกทีก็อาการหนักซะแล้ว
ขนาดในชนบทยังมีรับสอนพิเศษเลยครับ
เมื่อประมาณกลางเดือนมิถุนายน กระผมย้ายบ้าน และได้พูดคุยกับเด็กข้างบ้าน ป.3 และ ป.4 ทั้งสองคนกำลังทำการบ้าน กระผมจึงเข้าไปดู และแนะนำการทำการบ้านคณิต หลังจากวันนั้นเด็กข้างบ้านถามผมว่าเมื่อไหร่น้าอุ๊จะเปิดสอนพิเศษ แล้วจะคิดเท่าไหร่
กระผมเลยถามว่า "แล้วลูกมีตังค์เหรอ"
เด็กตอบ "ไม่มี"
กระผมจึงบอกว่า "ไว้น้าจัดบ้านเสร็จแล้วน้าค่อยสอน แต่ถ้าไม่ขยันโดนดุนะ ส่วนค่าสอนคิดเป็นการช่วยงานบ้านกวาดขยะ ถูพื้นก็พอแล้วครับ ดีไหม"
เด็กตอบ "ดีคะ จะไปชวนเพื่อนมาเยอะๆ"
สงสัยงานนี้คงยุ่งน่าดูครับ หากมีข้อมูลใหม่ๆจะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโอกาสต่อไปครับ สอนพิเศษ(ด้วยจำใจรับปากไว้)ในสังคมชนจะต่างกับที่หลานๆไปเรียนในเมืองหรือเปล่าน้า
ที่หาดใหญ่
ผมเคยไปเห็น
โรงเรียนกวดวิชา
ทุกวันนี้ กวดวิชา แทบทุกวิชา
เห็นวิชา สังคม ก็ต้องกวด
เท่าที่ดู ขาดเฉพาะวิชาพลศึกษา(ยกเว้นพวก กวดเข้าเตรียมทหาร)
เฮ้อ ที่ นี่ ประเทศไทย
เรียน ท่านว่าทร่ ร.ต วุฒิชัย
เรียน ท่านคนใต้โดยภรรยา
เรียน ท่านอาจารย์ ธนิตย์
สวัสดีครับอาจารย์
ผมเพิ่งทราบว่าอาจารย์เป็นอาจารย์ที่คณะแพทย์ มข. ครับ ^^
ตอนเรียนมัธยมผมเคยเรียนเพิ่มเติมกับคุณครูท่านหนึ่งที่โรงเรียน ท่านนัดมาสอนเพิ่มเติมโดยไม่คิดเงิน เพราะเกรงว่านักเรียนจะเรียนไม่ทัน และจะสอบไม่ได้ ตอนนั้นผมดีใจมากครับ
แต่ในสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันทำให้คุณครูบางท่านต้องหารายได้เพิ่มเติม จึงอาจจะเป็นบางสาเหตุที่ทำให้การศึกษาหลักในโรงเรียนเป็นไปได้ไม่เต็มที่
จริงอย่างที่อาจารย์ว่าครับ โรงเรียนส่วนใหญ่จะ active มากเวลาที่จะมีการประเมิน การประเมินอาจจะช่วยกระตุ้นให้โรงเรียนมีการพัฒนาได้ แต่บางครั้งอาจได้แค่ระยะเวลาสั้นๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการพัฒนาเชิงระบบในระยะยาวยังไม่ค่อยเข้มแข็ง
ผมชอบบรรยากาศตอนเรียนประถมมาก ผมเรียนในโรงเรียนบ้านนอก คุณครูรักเด็กจริงๆ สอนให้รู้ และให้เด็กได้ "เรียนรู้" จริงๆ ตามสภาพที่พอจะเอื้ออำนวย
ผมยืนยันว่าทุกวันนี้ยังมีคุณครูที่เป็น "ครู" จริงๆ อยู่มาก ถ้าสามารถเพิ่มท่านเหล่านั้นให้ได้มากๆ การศึกษาไทยพัฒนาแน่นอนครับ การศึกษาหลักในโรงเรียนมีความสำคัญมาก เพราะกวดวิชาเน้นสอน "ทักษะการทำข้อสอบ" แต่ที่โรงเรียนจะสอน "ทักษะการใช้ชีวิต" ควบคู่กันไปด้วย
ดังนั้นผู้ที่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชา จึงต้องจุดสมดุลให้ตัวเอง ไม่ใช่เรียนเพราะกระแส แฟชั่น หรือตามเพื่อน และไม่ควรทิ้งการเรียนในโรงเรียนครับ
เรียน คุณหมอจารุพงษ์
เรียนคุณหมอจารุพงษ์
การประเมินก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ
กระผมคิดว่าข้อเสียก็คือ ผลกระทบต่อการสอนของครูครับ เพราะครูต้องไปทำเอกสารประกอบการประเมิน ซึ่งมีมากมาย หากประเมินจากผลผลิต(ความสามารถของนักเรียน)เลยก็น่าจะดีกว่าหรือเปล่าครับ (ความสามารถในที่นี้ไม่ได้หมายความเพียงแค่คะแนนจากการสอบแต่เป็นความสามารถในการพัฒนาตนเองหนะครับน่าจะดีกว่าหรือเปล่าครับ)
ไม่เห็นด้วยกับการกวดวิชาเลยค่ะ เหมือนๆ กับว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ค่อยมีเวลาให้เด็ก จนต้องส่งเข้าไปเรียน เพื่อฆ่าเวลากระนั้น ... และควรต้องสร้างค่านิยมใหม่ ไม่ควรยึดติดกับสถาบัน คณะ และหลักสูตรแต่ละพื้นที่ต้องกว้าง มีตัวเลือกให้นักเรียน ได้ค้นหาว่า แท้จริงแล้ว แต่ละคนรัก ชอบ และถนัดอะไรจริงๆ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่าจะต้องทบทวนใหม่อีกแล้วกระมังคะ อิ อิ J
เรียน ท่านอาจารย์ วุฒิชัย จริงแล้วเราประเมินตามสภาพจริงครับ เอกสารเป็นเพียง สื่อที่มีไว้เพื่อการเรียนรู้มากว่า ครับ
เรียน ท่าน poo โดนใจจริงๆครับ วันนี้ไปเยี่ยม ศูนย์แพทยศาสตร์ ทานเล่า แม้แต่ ใน โรงเรียนแพทย์ ยังมีติวเข้ม สอบ National Licence กันครับ แปลกดี