วันเสาร์ที่ ๔ ก.ค. ๕๒ แผนพัฒนาจิต ดำเนินการโดย มสส. ภายใต้เงินสนับสนุนของ สสส. จัดประชุม “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสังเคราะห์องค์ความรู้ทางจิตปัญญา (วิญญาณ) จากเรื่องเล่าความสำเร็จของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ” โดยผู้นำเสนอคือนักวิชาการเชิงทฤษฎี ๔ คน (กลุ่ม) เป็นการจัดเวทีเพื่อเอาความรู้เชิงทฤษฎีมาตีความความรู้ปฏิบัติ เพื่อยกระดับความเข้าใจ ว่าการยกระดับสุขภาวะทางจิตวิญญาณของมนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร
ซึ่งสำหรับผม เป็นการวิจัยความเป็นมนุษย์นั่นเอง เป็นการวิจัยทางมนุษยศาสตร์โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมหรือปรากฏการณ์ในชีวิตมนุษย์ยุคปัจจุบัน เก็บข้อมูลโดยกิจกรรมเวที KM ลปรร. เรื่องเล่าความสำเร็จในการให้บริการผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ เป็นการเล่าประสบการณ์ตรงออก ลปรร. กัน
เป็นการวิจัยทางมนุษยศาสตร์ที่ไม่ใช่วิจัยเอกสาร แต่เป็นการวิจัยปรากฏการณ์ และเป็นการวิจัยเพื่อเอาผลไปใช้ประโยชน์โดยตรง
ข้อมูลที่นำมาใช้สังเคราะห์ คือข้อมูลจากเวที KM ๑๒ ครั้ง เป็นข้อมูลในรูปเทปบันทึกเสียง และเอกสารถอดเสียงคำต่อคำ และ VCD บันทึกการประชุม ลปรร. ๑๒ ครั้ง ใน ๔ ภาค ภาคละ ๓ ครั้ง รวมผู้เข้าร่วมทั้งหมด ๖๐ คน ดังนั้น ข้อมูลที่ได้จึงจำกัด ไม่ได้เห็นบรรยากาศและพฤติกรรมอื่นๆ ของผู้เข้า ลปรร. และไม่ได้ข้อมูลปฏิสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการนอกวงประชุม
ทั้ง ๔ กลุ่มได้รับโจทย์ให้สังเคราะห์โดยเอาแว่นทฤษฎีเข้าไปจับ เพื่อทำความเข้าใจว่าสุขภาวะทางจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นจากการทำงาน Humanized Health Care เกิดขึ้นได้อย่างไร
ข้อเรียนรู้ของผมคือ ข้อเขียนของทั้ง ๔ กลุ่มที่ส่งมาให้อ่านก่อนไม่น่าสนใจ ไม่สื่อสาระที่เราต้องการ มีลักษณะคล้ายๆ ข้อเขียนเชิงหลักการทั่วไป ไม่เหมือนการตีความข้อมูล แต่เมื่อให้มานำเสนอสั้นๆ และเสวนากัน โดยผมอาสาทำหน้าที่ตั้งคำถาม ว่าจะเอาความรู้จากเวที KM ๑๒ ครั้งนี้ไปใช้ในการออกแบบสถานที่ทำงาน เพื่อการพัฒนาความสุขทางจิตวิญญาณ ได้อย่างไร เราอยากเอาไปใช้กับคนธรรมดาสามัญทั่วๆไป ปรากฎว่า ทั้ง ๔ ทีมให้ความเห็นอย่างลึกมาก และได้ประโยชน์มากครับ
ผมได้เรียนรู้ว่าการสื่อสารเรื่องลึกๆ ทางจิตวิญญาณ ด้วยตัวหนังสือ มีข้อจำกัดมาก ยากที่การสื่อสารจะได้ผล
ผมสรุปสั้นๆ ว่า หากจะทำให้คนในที่ทำงาน อยู่ในสภาพทำงานไป พัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณไป ต้องทำ ๓ อย่าง เป็นอย่างน้อย
๑. สร้างทักษะส่วนบุคคล
๒. จัดบรรยากาศความสัมพันธ์ของคน ในที่ทำงาน
๓. ฝึก “คุณอำนวย” หรือวิทยากรกระบวนการ ทำหน้าที่จัดกระบวนการให้สมาชิกของหน่วยงานมีปฏิสัมพันธ์กัน ให้เกิด mutual trust ระหว่างกัน ให้เข้าใจคุณค่าของงานที่ทำ เน้นการทำ reflection เพื่อยกระดับความสุขทางจิตวิญญาณ
วิจารณ์ พานิช
๔ ก.ค. ๕๒
-ในฐานะผู้ให้บริการในระบบ สธส.
-การทำงานในปัจจุบัน ไม่ได้ทำด้วยใจรักหรือเสียสละดังแต่ก่อน ส่วนใหญ่ทำเพราะมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
-หากมีผู้นำที่ดี/เสียสละ ผู้ตามย่อมเป็นไปตาม
-แต่คนส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว แม้แต่ผู้นำ
-หนทางทำงานให้มีความสุข ควรรักในงานที่ทำ รักผู้ร่วมงานและให้อภัย สำคัญที่สุดรักตัวเอง