ในมือซ้ายของเขาถือเชือกฟางเก่า ๆ และปลายเชือกฟางนั้นมีลูกสุนัขสี่ตัว ที่ผูกคอด้วยเชือกฟางสี่เส้น แล้วมามัดรวมกันเป็นหนึ่งเส้นที่เขาจูงอยู่
วันนั้นเป็นเวลาพักกลางวัน เพื่อนของผู้เขียน จากเทศบาลตำบลรัษฎามารับไปรับประทานอาหารกลางวันตามปกติ เนื่องจากที่ทำงานเราอยู่ใกล้กัน และหาเพื่อนทานกลางวันด้วย ดีกว่าท่านคนเดียวจริงไหม
"ไปทานที่ไหนกันดี" เพื่อนถามขณะที่เคลื่อนรถออกจากหน้าสำนักงานของผู้เขียน
"ร้านแก้วใจ...แล้วกัน" ผู้เขียนเลือกร้านนี้เพราะไม่ไกล อาหารอร่อย ไม่มากไม่น้อย พออิ่ม และที่สำคัญบรรยากาศในร้านน่านั่งติดแอร์ไม่ร้อนในยามกลางวันเช่นนี้ ก็คิดเหมือนกันว่าคนเราเลือกร้านอาหาร เพราะรสชาดของอาหารหรือเลือกบรรยากาศของร้าน แต่ถ้าได้ทั้งสองอย่างก็จะดี
ผู้เขียนและเพื่อนเลือกนั่งโต๊ะที่เหลืออยู่ซึ่งติดกับถนนสายหลัก ลูกค้าเพิ่งลุกไปก่อนหน้าที่เราเดินเข้ามา จึงเป็นโต๊ะที่มองเห็นสิ่งแวดล้อมข้างนอกอย่างชัดเจน
พลันผู้เขียนก็หันไปเห็นชายคนหนึ่งแต่งตัวมอมแมม ท่าทางคงเป็นคนเก็บของเก่าขาย บนบ่าแบกกระสอบถุงปุ๋ยมีของอยู่ในถุงประมาณครึ่งถุง เขาใช้มือข้างขวาจับปากถุงไว้แล้วพาดขึ้นบนบ่าขวา และที่ผู้เขียนสะดุดตาและอดยิ้มไม่ได้ คือ ในมือซ้ายของเขาถือเชือกฟางเก่า ๆ และปลายเชือกฟางนั้นมีลูกสุนัขสี่ตัว ที่ผูกคอด้วยเชือกฟางสี่เส้น แล้วมามัดรวมกันเป็นหนึ่งเส้นที่เขาถืออยู่ ผู้เขียนมองดูลูกสุนัขทั้งสี่ตัวกระดิกหางและเดินตามเขาไปอย่างร่าเริง ไม่มีท่าทีว่าเป็นการลากจูงแต่ประการใด โดยมีแม่สุนัข และสุนัขตัวอื่นอีกสองตัวเดินตามเขาไปโดยที่เขาไม่ได้ผูกคอจูงประการใดตามไปด้วย เขาพาสุนัขทั้งหมดข้ามถนนผ่านหน้าผู้เขียนไป
ผู้เขียนจึงตั้งสมมุติฐานขึ้นมา ๒ ข้อ คือ
๑. ลูกสุนัขยินดีและเต็มใจที่จะไปกับชายผู้นั้น เพราะเขาอาจจะเป็นคนรักสัตว์และเลี้ยงดูให้ที่อยู่ที่กิน
๒. แม่สุนัขอาจจะเดินตามลูกสุนัขไปเพราะห่วงใยที่ชายผู้นั้นเอาลูกมันไป
เพื่อนผู้เขียนแสดงความคิดเห็นว่า "สงสารลูกสุนัข"
แต่ผู้เขียนเกิดคำถามในใจว่า "ทำไมแม่สุนัขและสุนัขตัวอื่นจึงเดินตามชายผู้นั้นไปด้วยความยินดี" สังเกตจากอากัปกริยาที่สุนัขแสดงออก
เก็บมาเล่าในฟังเล่น ๆ

สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะครูคิม
สวัสดีค่ะครูกิติยา เตชะวรรณวุฒิ
ห่างจากหวัด ๒๐๐๙ นะคะ
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องมุมมองของคน เห็นเหมือนกันแต่คิดไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งได้
สวัสดีค่ะท่านอัยการ