30มิถุนายน2552

                 ดิฉันมีสัญญาใจกับคุณซวงที่จะทำแผนให้พ้นทุกข์ค่ะ 

                 ดิฉันจะทำแผนโดยไม่อ่านตำราใดๆแต่จะเอามาจากแรงบันดาลใจที่คิดๆเอาเองและนึกได้จากประสบการ์ณค่ะ   บางอย่างที่คิดเป็นเพียงความอยากแต่สามารถทำได้จริงหรือไม่คงต้องประเมินตัวเองเป็นระยะๆค่ะ

ดิฉันทุกข์จากอะไร

ความสุขจากอะไร

         กายแข็งแรง

         จิตแข็งแรง

         สังคมดี

         เศรษฐกิจไม่มีปัญหา

ความสุขทางกาย

              ไม่ป่วยในโรคที่ไม่ควรป่วยเช่น โรคจากการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ขับรถเร็ว เดินลื่นกระดูกหักเพราะคิดอะไรเพลินไป   อ้วน  ไขมันสูง เบาหวาน

              ยอมรับกับโรคที่เป็นธรรมดาของสัตว์โลกเช่น   คนสูงอายุก็จะมีใบหน้าที่มีรอยตีนกา   กระดูกผุและเสื่อมตามอายุ   ขี้ลืมตามอายุไข 

ความสุขทางจิต

             ไม่เครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเพราะทุกๆปัญหาที่เกิดมันเหมาะสมกับเราอยู่แล้ว

             พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและทำให้ดียิ่งขึ้นๆทุกๆลมหายใจของชีวิตโดยการฝึกการมีสติในชีวิตประจำวัน

ความสุขทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ

               ดิฉันคิดว่าคนเราจะมีความสุขอยู่ได้ต้องไม่รู้สึกว่าเรามีปัญหาทางการเงินซึ่งต้องใช้ปัญญาในการวางแผนทางด้านการเงินของชีวิตเช่น        การรู้จักการออม        การรู้จักการลงทุนต่างๆเช่นการเก็บเงินผ่านทางสหกรณ์ออมทรัพย์ประจำเดือนในคนที่เป็นข้าราชการหรือคนรู้จักการผ่อนซื้อของเช่นการผ่อนบ้านในระยะยาวแทนการใช้บัตรเครดิตโดยไม่จำเป็น

               ทางด้านสังคมก็เป็นที่ยอมรับของเจ้านาย เพื่อน ลูกน้อง สามี ภรรยา  ลูกสใภ้ ลูกเขย   (คล้ายๆทิศ6) ขึ้นกับเรามีบทบาทอะไรในขณะนั้น

               ความสามารถอยู่ในสังคมของโลกได้โดยไม่แตกต่างเช่นต้องใส่ผ้าตามสมัย   ลูกๆสามารถใส่กระโปรงสั้นได้เพราะเป็นสมัยนิยม    แต่งตัวให้พอดีกับบทบาทที่เรามีอยู่   อยู่ในวงเหล้ากับเพื่อนได้โดยไม่แตกต่างเช่นเราอาจจะกินน้ำชาแทนเหล้าซึ่งไม่ผิดศีล

ความสุขทางปัญญา

               มีชีวิตที่ไม่พึ่งพาคนอื่นและสิ่งอื่น     สามารถแก้ปัญหาตัวเองได้

ลงทุนทำอะไรบ้าง

                 รักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงโดยออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์และรู้ว่าอาหารอะไรที่มีประโยชน์และคุมค่า ( เช่นคนไข้ที่กินแคลเซี่ยมที่ราคาแพงหรือกินยาบำรุงโดยที่สามารถบำรุงร่างกายได้โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์     )

                  การรักษาสุขภาพจิต   ฝึกสติให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเพราะถ้ามีสติตัวเราจะไม่เป็นทุกข์กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น   เช่น วันดีคืนไม่ดีส่องกระจกเห็นใครก็ไม่รู้น่าตาแปลกๆดูแก่จังเพราะเราคิดว่าเป็นตัวเรา   แต่ความจริงในโลก สังขารเราบังคับไม่ได้ไม่อยากป่วยก็ป่วยไม่อยากแก่ก็แก่อยากใส่ส้นสูงให้ดูสง่าเวลาเดินก็ใส่ไม่ได้เพราะปวดหัวเข่า         ไม่อยากเป็นมะเร็งก็เป็น        สามีเคยซื่อสัตย์ก็มาจากไปมีเมียน้อย         การมีเมียน้อยของสามีอาจจะเกิดขึ้นจากเราไปเลือกสามีที่เจ้าชู้ (ประเภทเกิดอีกกี่ชาติก็ยังเจ้าชู้)        หรือจากความน่าเบื่อของเราที่ขี้บ่นเป็นธรรมชาติของเมียหลวง         หรือเกิดจากสามีที่ดีเกินไปถูกสาวๆจับไปเป็นตัวประกันแล้วไม่กล้าทอดทิ้ง          ซึ่งเราต้องมาหาสาเหตุและแก้ไขไปตามเหตุและปัจจัย(ดิฉันเคยมีลูกน้องที่ครอบครัวเจ้าชู้ทั้งตระกูล  พี่น้องทุกคนจะมี2-3ภรรยา  บางคนก็อยู่ด้วยกัน  บางคนก็แอบไม่ให้เมียรู้   เมื่อดิฉันถามเธอทำไมเจ้าชู้จัง น้องๆตอบว่าบ้านผมเป็นอย่างนี้ทั้งตระกูลทำให้ดิฉันต้องกิดกันลูกสาวตัวเองว่าอย่าแอบไปชอบกับตระกูลนี้เชียวนะ   )

ความสุขทางด้านสังคมเศรษฐกิจ

                    ดิฉันจะสอนลูกๆให้รู้จักออมก่อนใช้จ่ายเพราะถ้าเราใช้ก่อนออมดิฉันคิดว่ามีเงินเท่าไหร่ก็ใช้หมดและรู้จักคิดในการวางแผนทางการเงินเช่นซื้อกองทุนในระยะยาวและซื้อกองทุนที่สามารถนำมาหักษีได้

                   ทางด้านสังคมดิฉันคิดว่าเราควรพอใจกับสิ่งที่ได้รับ

ความสุขทางปัญญา

                   ดิฉันลงทุนโดยการตามรู้กายรู้ใจในชีวิตประจำวัน

                  สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนทุกวัน

                  ดิฉันมีตัวชี้วัดของการดูกายดูใจโดยดูจาก   ความโกรธลดลงและรู้ตัวเร็วขึ้น         มานะอัตตาตัวตนมีน้อยลงจนไม่เป็นปัญหาซึ่งดูได้จากการไม่เกลียดใคร             มองโลกแบนๆเพราะขาดความเป็นเราและเขา

คงลงทุนแค่นี้ก่อนเพราะยังไมได้ประเมินว่าทำได้หรือไม่   ถ้าทำได้ก็จะพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นค่ะ