เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2552 ที่ สวท.น่าน โดยการประสานงานของศูนย์ประสานงานเครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดน่าน เชิญภาคีเครือข่ายกัลยาณมิตรร่วมเวทีเสวนา การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังชีวมวล มีผู้ประกอบการ นักวิชาการ ชาวบ้าน นักเรียนและครู ผู้สนใจร่วมเวที แน่นอนต้องมีสื่อมวลชน จ.น่านให้ความสนใจ ทาง สวท.น่านถ่ายทอดเสียงที่คลื่น เอฟ เอ็ม 94.75 และเคเบิลทีวีเทพสยาม การเสวนาเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 - 12.00 น.
การเสวนาเท่าที่ติดตามรับฟังทางวิทยุ มีนายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายก อบจ.น่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายสมเดช อภิชยกุล ประธานสภาวัฒนธรรม นายปฏิวัติ ธนะไพศาล นายก อบต.กลางเวียง นายเกรียงศักดิ์ เจดีย์แปง ผอ.สวท. นายสีหเดช สุคนธวารินทร์ ประธานสมาพันธ์สื่อสารมวลชน จ.น่านพร้อมสื่อมวลชนส่วนกลางและท้องถิ่น เป็นสักขพยานสนใจไต่ถาม ผู้นำการเสวนาได้แก่นายอภิญญา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา
ผู้ประกอบการ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารโรงเรียน นักวิชาการ และพลังงานจังหวัด ได้นำเสนอข้อมูล ประสบการณ์และมุมมองของแต่ละท่านพอสมควร ทางผู้จัดการเสวนาให้ประชาชนที่รับฟัง - รับชมที่บ้านสามารถโทรเข้าร่วมรายการได้ที่เบอร์โทร 054 - 773949 ไม่เปิดโอกาสให้พูดผ่านคลื่นแบบสด ๆ มีการจัดเจ้าหน้าที่จดคำถามยื่นให้ผู้ดำเนินรายการสอบถาม ถือว่าเป็นประสบการณ์ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่จะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันในสังคมร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุข ด้วยโรงไฟฟ้าพลังชีวมวลสำหรับจังหวัดน่านเป็นเรื่องใหม่ จำเป็นต้องใช้เวลาให้ความรู้และความเข้าใจ
ผมสนใจว่า ที่ จ.เชียงราย มีความตื่นตัว จากที่รับรู้เมื่อวานนี้จึงเข้าไปเยี่ยมชมข้อมูล ได้สำเนาที่อยู่ตามลิ๊งค์มาประกอบการศึกษา http://www.chiangraifocus.com/webboard/view.php?Qid=9517&cat=7 สำหรับที่ จ.น่าน เคยมีการเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อจังหวัด และผู้บริหารทางการเมือง เช่นตามลิ๊งค์ http://www.prdnorth.in.th/ct/news/showprint.php?ID=090617153906 นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายก อบจ.น่านได้กล่าวในเวทีเสวนาวานนี้ว่า คราวเมื่อเดินทางไปเปิดกีฬาสมัชชาเยาวชนชาวไทยภูเขา จ.น่านตนเองได้รับหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังชีวมวลบริเวณหน้าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน ( แม้ว่าจะเป็นโครงการที่ดี )
ได้เข้าไปเยี่ยมชมเว็ปไซด์เชียงรายโฟกัส เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2552 มีข่าวว่า " ....ชาวบ้านฮือต้านโรงไฟฟ้าชีวมวลเชียงราย ซ้ำ ด้านนักวิชาการ ม.นเรศวร หนุน ยันโรงไฟฟ้าพลังแกลบกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยสุด รองจากโรงไฟฟ้าพลังลม ชี้ ทั่วประเทศไทยมีแล้ว 20 แห่ง ในเชียงรายเกิดแล้ว 1 แห่งสามารถดูเป็นต้นแบบได้...." http://www.chiangraifocus.com/newsdetail.php?news=2030
ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เองครับ ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุม แน่นอนตำรวจปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนแกนนำก็ต้องตกเป็นผู้ต้องการตามที่มีการแจ้ง แต่ดูท่าว่าจะเป็นภาพยนต์ไทยเรื่องราว ได้สำเนา เว็ปข่าวที่เกี่ยวข้องมาไว้ เพื่อสืบค้นต่อไป http://www.chiangraifocus.com/newsdetail.php?news=2749 "... ตำรวจเชียงรายแจ้งจับเพิ่มม็อบต้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแกลบโหด หลังไล่ทุบข้าราชการ-นักข่าว บนศาลากลางจังหวัดเชียงราย พร้อมปิดทางเข้าออกศาลากลาง..."
http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=090709152630
จังหวัดน่าน จัดเวทีแสดงความคิดเห็นในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล หลังจากที่มีนักเรียนชาวเขารวมตัวต่อต้านการก่อสร้าง
เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนักเรียน ตัวแทนชุมชน นักการเมืองท้องถิ่น และนักวิชาการด้านพลังงาน ร่วมแสดงความคิดเห็นการเสวนาการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่บริษัทฟ้าฮ่ามจำกัด จะทำการก่อสร้างในที่ดินกว่า 70 ไร่ ที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน เกี่ยวกับผลกระทบผลเสียด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน วันนี้ (6 กค.52) เวลา 09.00 น. เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนักเรียน ตัวแทนชุมชน นักการเมืองท้องถิ่น และนักวิชาการด้านพลังงาน ได้จัดให้มีการแสดงความคิดเห็นการเสวนาการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่บริษัทฟ้าฮ่ามจำกัด จะทำการก่อสร้างในที่ดินกว่า 70 ไร่ ที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน โดยมี นายสุมน มอนไข่ ผู้อำนวยการฯ นำเด็กนักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดน่าน รวมตัวคัดค้านเมื่อต้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยนักเรียนได้อ้างเหตุผลที่คัดค้านว่า โรงงานดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจุดที่จะทำการก่อสร้างเป็นแหล่งน้ำที่เป็นต้นน้ำของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียน และอาจจะมีมลภาวะด้านเสียง เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนกินนอน มีนักเรียนที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนชาวเขาจากเผ่าต่างๆ กว่า 1,200 คน และครู 72 คน พักอาศัยอยู่ภายในโรงเรียน รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อระบบการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนด้วย
ทางด้านนางเกษรินทร์ เสนา ผู้ประกอบการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล กล่าวว่า ทางบริษัทได้ศึกษาผลดีและผลเสียของโรงไฟฟ้าเป็นอย่างดี ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ รวมถึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา ความเป็นอยู่ของนักเรียนอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนที่จะสร้างตัวโรงไฟฟ้าจะมีเพียงแค่ 2 ไร่เท่านั้น และจะอยู่ห่างจากโรงเรียนกว่า 700 เมตร ดังนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มีปัญหาด้านเสียงอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามการเสวนาครั้งนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ซึ่งคาดว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน หน่วยงาน องค์กร และผู้เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไปอีก
--------------------------------------------------------------------------------
ข่าวโดย : ปาริฉัตร์ สองสียนต์
หน่วยงาน : สวท.น่าน
ผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้ค้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และไฟฟ้าซึ่งมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ผู้ลงทุนกับโรงงานไฟฟ้าBiomass ส่วนใหญ่คือผู้ค้าน้ำมันเหล่านั้นที่มองกาลไกล ขอให้น้องๆนักเรียน ร.ร.ศึกษาสงเคราะห์น่านคิดให้ไกลกว่านี้ คิดถึงคนส่วนใหญ่จริงๆ อย่าคิดถึงแต่ผลกระทบกับตัวเองฝ่ายเดียว ขอย้ำโรงไฟฟ้าชีวมวลมีผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยมาก น้ำส้มควันไฟที่เหลือจากโรงงานใช้ประโยชน์ได้ในการเกษตร (ไม่ได้จะมีการปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างที่เข้าใจ) ของเหลือจากโรงงานจากซังข้าวโพดที่ไม่มีค่าจากภาคเกษตรกรรมจะมีการอัดแท่งออกขายได้ ระดับเสียงก็อยู่ในระดับต่ำกว่ากฎหมายกำหนด และนอกจากนี้ยังห่างจากโรงเรียนถึง 700 เมตร โครงการของบริษัทนี้ดีที่จะได้ตั้งอยู่สถานที่ที่มีเด็กด้อยโอกาสมากๆ เพราะด้านหน้าได้ข่าวว่าจะเป็นศูนย์ OTOP และแหล่งเรียนรู้เรื่องพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ และห้องสัมนาที่มาตรฐานให้เช่า ส่วนรถบรรทุกขนวัตถุดิบจากการเกษตรมีเพียงวันละ 1 คันเข้าทางด้านข้างของโครงการ ผู้ขายวัตถุดิบก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เกษตรกรในพื้นที่ อ.เวียงสา และใกล้เคียง สถานที่นี้ว่าไปแล้วเป็นพื้นที่ที่จะเป็นแบบอย่าง ด้านพลังงานทดแทนในประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันเตา ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินและไฟฟ้าปีละหลายแสนล้านบาทอย่างประเทศไทย โรงงานไฟฟ้าชีวมวลมีกระทรวงพลังงานให้การสนับสนุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี แหล่งทุน ประเทศที่พัฒนาแล้วเขามีการสร้างไปมากแล้วเพราะเห็นผลดีกับสิ่งแวดล้อมโลกเป็นหลัก และหากสร้างและพัฒนาแล้วจะช่วยชาติประหยัดได้หลายแสนล้านบาท ......สถานที่นี้เหมาะสมที่จะอยู่ไม่ไกลจากเด็กชาวเขาผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลได้มากที่สุดเพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ OTOP นอกจากนี้ยังเป็นหน้าเป็นตาว่าก้าวทันกระแสโลกหากเริ่มสนับสนุนอย่างจริงจัง!!!!
วัสดุเหลือใช้...ภาคเกษตรกรรมจุดกำเนิดไฟฟ้าพลังงานชีวมวล
รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ ดูแลประชาชนในประเทศ มีภาระที่หนักหน่วงคือ การจัดสร้างแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ให้เพียงพอต่อความต้องการ ของพลเมือง
ประเทศไทย ต้องสั่งซื้อน้ำมัน จากต่างประเทศ มาใช้เป็นเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ณ ปัจจุบัน ภาวะของน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าทั่วประเทศ แพงขึ้นทุกวัน
ต้องใช้เงินทุน ของประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท ไปจัดซื้อน้ำมันมาใช้!!!
วัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรกรรมในประเทศไทย จำพวกแกลบ, ฟางข้าว, ปาล์ม, มะพร้าว, ชานอ้อย, ซังข้าวโพด, เศษไม้และมูลสัตว์ ส่วนใหญ่เกษตรกรนำมาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับการเพาะปลูก
เฉพาะ "ชานอ้อยเหลือทิ้งปีละ 13 ล้านตัน แกลบปีละ 5 ล้านตัน และเหง้ามันสำปะหลัง 1.7 ล้านตัน" เกษตรกรทำนา มักเผาฟางข้าวทิ้ง หลังเก็บเกี่ยวกลายเป็นม่านควัน ทำให้เกิดเหตุรถชนกันหลายครั้งหลายหน วัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรกรรมทุกวันนี้ ยังไม่มีการนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างจริงจัง ทั้งที่ของเหลือใช้พวกนี้คือพลังงานชีวมวล!!!
นายวีระพล จิรประดิษฐ์กุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบาย และแผนพลังงาน (สนพ.) หรือ EPPO เผยว่า พลังงานชีวมวล (BIOMAS) หรือไบโอแมส คือพลังงานหมุนเวียน ที่ไม่มีวันหมด เป็นพลังงานที่ยั่งยืน และสำคัญของประเทศไทย เชื้อเพลิงชีวมวล หรือไบโอแมส ได้มาจากวัสดุเหลือใช้ ทางด้านการเกษตร มีมากตามลักษณะ ของการกสิกรรมในภาคต่างๆ มีการผลิตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลนี้ "ไม่เป็นภัยต่อชีวิตและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ไม่ทำให้เกิดการสะสมของ CO2 ในบรรยากาศ เพราะมีความสมดุลของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไม่เพิ่มก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
รัฐบาลหันมาเล็งการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลโดยเป็น "โครงการส่งเสริมผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กไว้ใช้เอง" ในอุตสาหกรรม และเมื่อเหลือใช้ก็ให้นำมาขายให้กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีนายสิทธิพร รัตโนภาส เป็นผู้ว่าการฯ
โครงการนี้ มีผู้เข้าร่วมสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลแล้ว 31 แห่ง แบ่งเป็นใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง 12 แห่ง ชานอ้อย 7 แห่ง ชานอ้อยผสมเชื้อเพลิงอื่น 2 แห่ง เหง้ามันสำปะหลัง 1 แห่ง เปลือกไม้ผสมกะลาปาล์ม 1 แห่ง น้ำมันยางดำ 1แห่ง อีก 3 แห่งที่เหลือ เป็นไฟฟ้าชีวมวลจากพลังน้ำ
โฟกัสไปที่โรงไฟฟ้าที่ ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งบริษัทกัลฟ์อิเลคตริก เป็นเจ้าของโครงการฯจะใช้เศษไม้ยางพารา และกะลาปาล์มเป็นเชื้อเพลิง จะทำให้ชาวสวนยางและชาวสวนปาล์มในพื้นที่ อ.ห้วยยอด ขายเศษไม้ยางพาราที่เหลือทิ้งพวกนี้ ในราคาสูงถึงตันละ 250 บาท ส่วนกะลาปาล์ม ราคาก็จะขึ้นอยู่ที่ฤดูกาลว่าจะมีเหลือมากน้อยแค่ไหน
ต่อไปนี้ เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นจากสิ่งเหลือใช้ภาคเกษตรกรรม...
ประเทศชาติได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น...คนไทยได้เลิกตกเป็นทาสน้ำมันต่างชาติตลอดไป.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน
โรงไฟฟ้าชีวมวลแค่นี้เองค่ะ หรือว่าอยากได้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แบบเกาหลีคะ จะเอาไหมคะ แบบเกาหลีน่ะค่ะ หือออ??
จากที่ผมเคยมีประสบการณ์ทำงานให้กับบริษัทผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตที่ 0.6 MW ตั้งอยู่ที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พอมีข้อสรุปข้อดี-ข้อเสีย ดังนี้ครับ
ข้อดี
- สามารถใช้ของเหลือที่ได้มาจากพวกชีวมวลทำให้เกิดประโยชน์ได้ไม่ว่าจะเป็นวังข้าวโพด เปลือกไม้ เศษไม้ แกลบ ฟางข้าว อื่นๆ
- เรื่องเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมไม่มีแน่นอนครับ
- สร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วยโดยไม่ต้องนำไปทิ้ง เช่น ขายกากของชีวมวลให้กับบริษัทโดยตรงได้
- กากที่มีจากการเผา สามารถนำไปทำถ่านอัดได้ครับ สร้างรายได้แน่นอนครับ
- มีไฟฟ้าใช้ทั่วถึงครับ
ข้อเสีย
- เสียงที่มาจาก ENGINE อาจมีเสียงดังไปหน่อย แต่ถ้าบริษัทควบคุมได้ดีก็ไม่น่าจะดังมากนะครับ
- กลิ่นแก๊สที่เหลือจากการเผาไหม้ อาจมีบ้างแต่ไม่มากและไม่เป็นอันตรายครับ
ปล.ใครมีข้อสังสัยอื่นถามมาได้ที่เมลล์ [email protected] หรือโทรถามดดยตรงได้ครับที่เบอร์ 085-4412595 ยินดีให้คำตอบและคำแนะนำครับ
ได้ข่าวว่าครอบครัวของเจ้าของเองเค้าก็เกิดและยังอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านที่จะสร้างโรงงานนี้ไม่ใช่เหรอ? ก็ถือว่าเป็นคนในท้องที่นะ...คิดดูแบบง่ายๆเลยอ่ะ ว่าถ้าเค้าเอาสิ่งที่ไม่ดี ที่เป็นพิษเป็นภัย มายังบ้านเกิดของตัวเอง แล้วมันจะคุ้มมั้ยน้อ?? ที่จะต้องโดนพี่ น้อง ลูก หลาน ชาวบ้าน รุมด่า ...ถ้าเป็นนู๋ นู๋เองก็ไม่กล้าเสี่ยงหรอก... แสดงว่าโรงงานนี้มันต้องดีจิงๆ เค้าถึงได้ทำอ่ะ...ว่าป่ะ
รัฐบาลให้การสนับสุนน ไม่ได้กลัวว่าจะไม่ได้สร้างครับ กลัวว่าสร้างแล้วบริหารไม่ดีต่างหากครับ
สรุปจะได้สร้าป่าวครับ อยากรู้ๆๆๆ
ตอบผู้อยากรู้ สรุปว่า ไม่มีคำขอเข้ามาที่จังหวัดเลยครับ มีแต่เรื่อง มีแต่ข่าว ผมเองก็งง ๆๆๆ ว่า ไม่ขอแล้วม้นจะสร้างได้อยากไร จังหวัดน่านไม่ได้รับเรื่องที่เป็นคำขอครับ เออ....หนอ หมายถึง ในส่วนที่ว่า จะสร้างหน้า รร.ศึกษาสงเคราะห์น่าน นะครับ
ผมมีความต้องการทราบที่ตั้งหรือที่อยู่ของ บริษัทฟ้าฮ่าม จำกัด ครับเพื่อผมจะไปสมัครงานหน่อย เพราะครอบครัวผมอยู่ที่น่านคือ ลูกผมและภรรยาผมเป็นคนน่าน ส่วนผมเป็นคนลำปางแต่ตอนนี้ทำงานที่กรุงเทพทำเกี่ยวกับ Biomass นี้แหละครับผมคิดว่า น่านมี by product คือซังข้าวโพด ซึ่งมีค่าความร้อนสูง และผมชอบจังหวัดน่านมากอยากไปอยู่ที่นั้นแต่งานไม่ค่อยมีครับ
ขอรบกวนผู้มีข้อมูลหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
เรียนทุกท่านที่สนใจข้อมูลโรงไฟ้ฟ้าชีวมวล
ผมเป็นคนจังหวัดน่านโดยกำเนิด เป็นคนบ้านกลางเวียง อำเภอเวียงสา ผมทำงานโรงไฟฟ้า อยู่จังหวัดปราจีน ซึ่งถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลวันละ 800 ตัน จากประสบการณ์ผมขออธิบายภาพรวมข้อดีข้อเสีย ดังนี้ครับ
1. โรงไฟฟ้าฟ้าฮ่าม ผลิตไฟฟ้าขาย 0.5 Mw ผลิตจริงประมาณ 1 Mw ใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ประมาณวันละ - 30 ตัน ( ประมาณ 3 รถสิบล้อ) เชื้อเพลิงหลักในพื้นที่ เช่น ซังข้าวโพด แกลบ ไม้เบญจพรรณ ( แล้วแต่ช่วงฤดูการเกษตร และ รัศมีการหาเชื้อเพลิงไม่เกิน 50-100 กม จากตัวโรงไฟ้ฟ้า) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต้นทุนของโรงไฟ้ฟ้า
ข้อดี
- ถ้ามีการซื้อเชื้อเพลิงจากชาวบ้านโดยตรง ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม หรือ หมุนเวียนในชมชุนประมาณ วันละ 15000 บาท/ วัน
หรือประมาณ 450,000 บาท / เดือน
- มีการจ้างงานในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 อัตรา
- อบต มีรายได้จากภาษี บริหารท้องถิ่น
-
ข้อเสีย
- ของเสียจาก Plant เช่น fly Ash , Bottom Ash ,น้ำทิ้ง , ควัน ผงเศษขี้เถ้าที่ปลิ้วลอย
ซึ่งจากข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย เราสามารถควบคุม และ ป้องกันผลกระทบผลด้านสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมด
ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของผู้ประกอบการเองครับ
ซึ่งในส่วนตัวผมขอเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกลาง (คณะกรรมการไตรภาค๊ ) ได้แก่ 1.ผู้มีอำนาจบริหารในบริษัท
2. ตัวแทนชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบโรงไฟฟ้า 3. ตัวแทนข้าราชการที่มีใจเป็นการ ศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโครงการ
และการทำประชาวิจารณ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อดี ข้อเสีย การทำสัญาญาประชาคม มาตราการป้องการผลกระทบทั้งหมดของ
โครงการซึ่งเป็นทางออกสำหรับการก่อสร้างโรงไฟ้ใน
ซึ่งหากท่านใดมีข้อส่งสัย สามารถติดต่อสอบถามที่ E- Mail Puriphat_ee36 @ Hotmail.com หรือ 085- 8353577
ยินดีให้คำปรึกษาครับ
ภูริภัทร์
ด้ใจครับที่คนบ้านกลางเวียงสื่อสารมาแล้วให้เมล์และเบอร์โทรติดต่อกลับ บ้านเมืองหากเราได้ศึกษารอบด้านจะเป็นผลดีกว่าใช้กำลังหรืออารมณ์ โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล
ถ้าดีจิงทามไมบ้านกลางเวียงไม่เอาไปล่ะ
อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกัน ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และอยากให้มีใจเป้นกลางอย่าคิดสุดโต่ง ให้มองความเป้นจริง การทำสิ่งไดย่ิมมีด้านบวกและด้านลบ แต่ถ้าด้านบวกมีมากกว่าก็ต้องยอมรับ และถ้าด้านลบมากกว่าก็ควรยอมรับเช่นกัน
อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี กำลังมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ก็กำลังติดตาม ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าคนในชุมชนไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เท่าที่ควร...แต่จากที่ได้มีฟังเสียงจากคนในพื้นที่ เข้าใจในลักษณะที่ว่า โรงงานไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม/ชุมชน จึงไม่ได้มีใครประท้วง หรือไม่เห็นด้วย
สร้างเถอะครับ ผมอยู่โรงไฟฟ้าชีวมาลมาหลายโรง(ฝ่ายเครื่องกล) มองเห็นข้อดีมากกว่าขอเสียอีกอย่างวัสดุที่นำมาเผาเป็นวัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร ประชาชนได้มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกอย่างครับ ความเจริญของประเทศ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการไฟฟ้าก็ต้องเพิ่งขึ้นไปตามลำดับครับ ผมใช้ทะลายปาล์มเป็นวัตถุดิบครับ