นโยบายการพัฒนาครูอัตราจ้าง
ใครก็ตามเมื่อรับหน้าที่"ครู" ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ได้โดยมีความรู้ ความสามารถ มีจิตวิญญาณของความเป็นครูเสมอกัน ไม่ว่าจะเป็นครูประจำการ ครูอัตราจ้าง หรือครู....ใดใดก็ตาม เพราะนักเรียนไม่ควรจะเสียโอกาสกับการได้รับการพัฒนาจากครูต่างประเภทกัน เขาคงคาดหวังว่าจะได้รับความรู้ การดูแลเอาใจใส่จากครูทุกคนที่สอนเขาทุกคนนั่นแหละ
ดังนั้นครูอัตราจ้างก็ต้องได้รับการพัฒนาเช่นเดียวกับครูประจำการ ตราบใดที่เขายังทำหน้าที่ "ครู"อยู่ในสถานศึกษา เพราะประโยชน์ย่อมจะเกิดกับนักเรียน ตราบใดที่เรายังเชื่อว่าคนทำงานต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เขานำความรู้มาพัฒนางานที่รับผิดชอบอยู่
ว่าแต่ว่า ขณะนี้
- ครูอัตราจ้างมี"สภาพ" และ "ปัญหา" เกี่ยวกับการทำงานและการพัฒนาอย่างไรบ้าง
- ครูอัตรจ้างมีแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองเพื่อการพัฒนางานอย่างไร เห็นด้วยกับคำกล่าวข้างต้นหรือไม่
ท่านมีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไรครับความคิดเห็นของท่าน ไม่ว่าจะเป็นครูอัตรจ้างหรือไม่ก็ตาม อาจส่งผลต่อความคิดเรื่องนโยบายการพัฒนาครูอัตราจ้างของผู้เกี่ยวข้องก็ได้นะ
ดิฉันเป็นครูอัตราจ้างมาเกทือบจะครบ 3 ปี แล้ว เงินเดือน 7630 บาท มาโดยตลอด และในเดือนตุลาคมนี้ สัญญาฉบับบใหม่ดิฉันจะได้เงินเดือน 10243 บาท รวมประกันสังคมแล้ว ดิฉันทำงานด้วยมาตรฐาน ป.บัณฑิต ที่ร่ำเรียนมาและกำลังศึกษาต่อปริญญาโท ตอนนี้ดิฉันค้นพบว่าตัวเองอยากจะเป็นครูจริงๆ หมายถึงเป็นข้าราชการครู และไม่มีใครมาแบ่งแยกดิฉันว่าเป็นแค่ลูกจ้าง ได้เท่านี้ ต้องทำเท่านี้ บางทีทำให้ท้อ แค่เรื่องค่าตอบแทนก็ท้อแล้ว ได้แค่ข้าวสารกรอกหม้อเท่านั้นจริงๆ งบประมาณก็ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับการเมืองและผู้บริหารด้วย จึงทำงานด้วยความน้อยใจตลอดมา บางทีอยากจะไปอบรมหาความรู้มาปรับปรุงงานบ้างก้ไม่ได้ ครูประจำการแย่งกันไป ลูกจ้างอยู่เฝ้าโรงเรียน ทำได้ก็คือขวยขวายหาความรู้ด้วยตนเอง อุปกรณ์บางทีซื้อเองซะส่วนมาก ดิฉันพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากไม่ชอบความเชยและมองว่าเด็กควรจะทันโลกทันเหตุการณ์ ดิฉันมีอินเตอร์เนทค้นคว้าที่บ้าน มีพรินเตอร์สำหรับใบงานของนักเรียน เพระเครื่องที่โรงเรียนไม่พอใช้ รอคิวไม่ทันการณ์ อนาคตก็ยังไม่รู้ แต่ทำไปเพราะคิดว่ามันเป็นบุญกุศลส่วนหนึ่ง อย่างน้อยเด็กๆมันจะได้คิดถึงว่าเราได้เป็นผู้ให้แล้ว