ขนาดมาเรียนปริญญาเอกแล้วก็ยังจะไม่คิด ไม่ทราบจะเรียนไปทำไม
ผมได้รับคำถามที่ทำให้ผมช็อคในระบบคิด และอึ้งแบบคิดอะไรต่อไม่ได้เลย จากนักศึกษาระดับปริญญาเอกท่านหนึ่ง ที่ตั้งคำถามเหมือนคนที่ไม่มีระบบคิด
ว่า
สวัสดี ดร. แสวง รวยสูงเนิน (sawaengkku)

 

นี่คืออีเมลติดต่อจากผู้อ่าน กรุณาตอบโดยตรงไปยังผู้อ่านนั้น

------------------------------------------------------------

 

ชื่อ: XXXXX  XXXXXXXXXXX

อีเมล: xxxxxxx@hotmail.com

หัวเรื่อง: ปรึกษาการทำวิจัยเชิงนโยบาย

 

ข้อความ:

กราบเรียนอาจารย์ครับ

 

ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย........(ขอลบทิ้ง)..........  ป เอก การบริหารการศึกษา

ผมต้องการทำการวิจัยเกี่ยวกับ

เรื่อง   การวิจัยเชิงนโยบายการกระจายอำนาจทางการศึกษา โรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน : โรงเรียนประเภทที่ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรบ้านครับ อาจารย์ ขอข้อแนะนำด้วยครับ  ขอบคุณมากครับ 

 

xxxx (ขอซ่อน)

------------------------------------------------------------

อีเมลนี้ส่งมาจาก: 125.26.142.219

 

[email protected]

 

ผมงงตรงที่ว่า ในระดับนี้แล้ว คิดได้แค่นี้ หรือตั้งคำถามได้แค่นี้เองหรือ
และการเรียนปริญญาเอกถ้าไม่เริ่มคิด จะถือว่ามีคุณสมบัติพอที่จะจบไปได้อย่างไร
และผมคาดเดาว่าท่านนี้น่าจะมีตำแหน่งสูงในสถานศึกษาอยู่แล้วด้วย จึงมาเรียนแบบนี้ หรือกล้ามาสมัครสาขานี้
แล้วคนที่รองลงไป หรือ อยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านจะเป็นอย่างไร
ถ้าทำงานแบบไม่อึดอัด ก็คงมีระบบการคิดแบบคล้ายคลึงกัน
ผมจึงตอบแบบมึนๆ ไปว่า
 

 

ขอโทษนะ
คำถามเหมือนเด็กอนุบาล
ท่านทำ ป เอก ต้องคิดเอง
วิธีการผมอธิบายไว้แล้วในเวบ
งานที่ไม่ยาก อย่าทำให้มันยาก
ถ้าเสนอแนวทางมาให้ผมเลือก จะช่วยอธิบายให้ ว่าอะไรดี ไม่ดี
แต่ผมว่าท่านรู้อยู่แล้วว่า อะไรทำได้ ทำไม่ได้ 
แต่ถามแบบนี้ มันง่ายเกินไปครับ
ควรหัดใช้สมอง เดี๋ยวจะฝ่อเสียหมด
สมองยิ่งใช้ยิ่งคมครับ
อยากให้คมต้องใช้
ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก อายเขา เสียชื่อถึงสถาบันการศึกษาด้วยครับ
 
ี่แหละปัญหาการศึกษาไทย
 
แสวง
Dr. Sawaeng Ruaysoongnern
Department of Plant Science and Agricultural Resources
Faculty of Agriculture,
Khon Kaen University,
Khon Kaen 40002
ระเด็นที่ผมไม่เข้าใจมากๆ เลย คือ ขนาดมาเรียนปริญญาเอกแล้วก็ยังจะไม่คิด ไม่ทราบจะเรียนไปทำไม
ถ้าว่าตามเนื้อผ้า นะครับ
โจทย์ที่ตั้ง ยังไม่คม และไม่ใช่ประเด็นที่ควรจะทำวิจัยเชิงนโยบาย เพราะ การกระจายอำนาจนั้นมีหลายระดับมาก เราต้องดูว่าระดับไหนมีปัญหามากที่สุด แล้วจี้เข้าไปตรงนั้น
หาประเด็นที่เป็นคอขวด และทางเลือกว่ามีกี่ทาง แล้ววิจัยเพื่อหาหรือทดสอบทางเลือก แล้วแต่กรณี
ย่าลืมว่า ป. เอก ต้องสร้างนวัตกรรมนะครับ ไม่ใช่ท่องหนังสือไปสอบ
ะนั้น จุดนี้คือจุดที่สร้างนวัตกรรมได้อย่างดี
และทำได้ดีจะมีพลังขับเคลื่อนและแก้ปัญหาในระดับนั้นๆ
ถ้าเป็นไปได้
  1. ให้เลือกระดับ (heirrachy) ที่ทำได้ดีที่สุด อาจแค่ระดับสาขาวิชา สถานศึกษา สพท. ภาค กรม แต่ถ้ามั่นใจ ก็เล่นระดับกรม หรือ กระทรวงไปเลย
  2. ให้กำหนดทางเลือกให้ชัด ว่ามีกี่ทาง เลือกเด่นๆมาอย่างน้อยสองทาง ถ้าเพียงทางเดียวจะหาตัวเทียบเพื่อสร้างทางเลือกไม่ได้ จะเทียบกับไม่ได้ทำก็ดูว่าเอาเปรียบกันมากเกินไป ไม่น่าสนใจ
  3. กำหนดวิธีการศึกษา ทดสอบในเชิงหลักการ ในเชิงการปฏิบัติ และปรับใช้จริง
  4. กำหนดเทคนิควิธีการเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ
  5. กำหนดวิธีการประเมินผล และผลกระทบ ทั้งเชิงการปฏิบัติ และเชิงนโยบาย
  6. กำหนดแนวทางการนำผลการศึกษาไปปรับใช้เชิงนโยบาย (ที่ต้องสอดคล้องกับการปฏิบัติจริง ไม่สอดคล้องอย่าทำให้เสียเวลา ไม่มีใครเขาเห็นด้วยหรอก)
  7. ถ้าจะทดสอบขั้นการปรับใช้นี้ด้วยก็จะมีพลังมากขึ้น แต่อาจเวลาไม่พอ น่าจะสรุปประเด็นได้ประมาณนี้
  8. ารทำงานใดๆ ต้องทำแบบเน้นๆ และหวังผล อย่าทำแบบชกลม เตะลม หรือสร้างวิมานในอากาศ อย่างน้อยๆ ถ้าไม่ได้เตะคู่ต่อสู้ ก็ต้องเตะกระสอบทรายไว้ก่อน

    ิดใหม่ ทำใหม่ ทำจริง ให้เห็นผลจริง

    ไม่งั้นกลับบ้านไปนอนเล่น ได้ประโยชน์กว่า ไม่เหนื่อยด้วย

    ไม่เข้าใจให้ถามมาใหม่ แบบ "สมศักดิ์ศรี" หน่อย

    ถามแบบเดิม ถ้าผมเป็นกรรมการ จะไล่ลงเวทีทันทีเลยครับ (ชกไม่สมศักดิ์ศรี)

    ขอให้โชคดีครับ