งานแต่งงานของคนอิสาน จะเรียกกันว่า "งานดอง" การไปร่วมงานจะเรียกว่า"ไปกินดอง" ก็ไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างไร ยังไม่เคยถามผู้แก่ผู้เฒ่าเลยว่า ทำไมจึงเรียก "กินดอง" ก็เดาไปว่า "ดอง"คงหมายถึง "เกี่ยวดองกัน" ญาติๆของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ก็จะเรียกว่า"เป็นดองกัน"

ป้าแดงเพิ่งกลับจากงานแต่งงานของน้องที่ทำงานคนหนึ่ง เป็นการจัดงานแบบอิสานบ้านเฮา ที่บอกอย่างนั้นก็เพราะ มีการจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ เลี้ยงอาหารแขกในตอนเช้าครั้งเดียว ก็เป็นอันเสร็จพิธี

แต่มีหลายบ้านหลายครอบครัวที่มีการจัดงานแบบสมัยใหม่ ได้แก่ การจัดงานเลี้ยงแบบโต๊ะจีนก่อนหรือหลังวันแต่งที่มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพราะคิดว่า สะดวกสบายดี ไม่ต้องใช้แรงคนเยอะ บรรยากาศงานก็ดี เหมาะสมกับหน้าตาเจ้าของงาน สถานที่จัดงานก็ไปตามโรงแรม หรือตามหอประชุม ที่ตกแต่งสถานที่เต็มไปด้วยดอกไม้สวยงาม  แล้วก็มีทั้งแบบภาคกลางคืนและภาคกลางวัน

ส่วนงานของน้องที่ไปเมื่อวาน จะจัดกันแบบชาวบ้านสมัยก่อน กลางคืนก็เลี้ยงกันในหมู่ญาติๆที่มาช่วยงาน ซึ่งก็จะมารวมตัวกันอย่างมากมาย อยู่ต่างอำเภอต่างจังหวัดก็ต้องเชิญกันมา

ในฐานะที่เราก็เป็นญาติเหมือนกันเลยไปก่อนวันจริงดีกว่า น้องเราเองก็เตือนว่า "ไปก่อนจะไม่ได้ทานเนื้อนะคะ"

ทีน้องบอกอย่างนั้น ก็เพราะว่า งานกินดอง ต้องมีอาหารที่ทำจากเนื้อวัวหรือเนื้อควาย สมัยก่อนดั้งเดิม จะมีงานดองที ต้องหาซื้อวัวซื้อควาย มาก่อนวันงาน แล้วก็จัดการชำแหละเอง คนบ้านใกล้เรือนเคียงก็ไม่ต้องซื้ออาหารกันไปหลายวัน เพราะได้เนื้อจากบ้านงานดอง

จำได้ว่า เมื่อตอนที่ไปงานดองของเพื่อน ด้วยความเป็นคนมีหน้ามีตาของตำบล(คนรวย) เลยจ้างโต๊ะจีนมาเลี้ยงแขก แต่ญาติๆรับไม่ได้ บอกว่ากินไม่อิ่ม อย่างนี้ไม่เรียกว่า "งานดอง" เจ้าภาพเลยต้องวิ่งหา วัวมาชำแหละ วัว 3 ตัว คงเหลือมาให้ทำอาหารประมาณ 1 ตัว เพราะคนที่มาช่วย ก็แบ่งๆๆกันกลับบ้านไปเกือบหมด

เพราะฉะนั้น หากไปงาน แต่งงาน ของคนอิสาน และยังเลี้ยงแขกแบบอิสานดั้งเดิม อาหารก็จะมีเพียง ลาบ ก้อย(ลาบดิบ) ต้ม ข้าวเหนียว เหล้าขาว สมัยนี้ก็อาจจะมีเบียร์เสริมเข้ามา หรือว่ามี spy สำหรับผู้หญิงตามยุคสมัย

ไปงานดองอิสานดั้งเดิมครั้งนี้ รู้สึกดีใจที่ได้เห็นบรรยากาศสมัยเก่า ที่ได้กิน ลาบเนื้อกับข้าวเหนียว อาหารสองสามอย่างก็รู้สึกเอร็ดอร่อย อิ่มท้อง มากกว่าการไปนั่งกินโต๊ะจีนอาหารเลิศหรู แถมด้วยบรรยากาศ บ้านไร่ปลายนา สวนลำใย สวนแก้วมังกร ดูมันงดงามมากกว่า ห้องประชุมโอ่อ่า อบอวลและเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีชมพู

ธรรมชาติ อิสานบ้านเฮา มันทำให้เราสดชื่นทั้งกายและใจเสียจริงๆ