ถึง…….พี่ๆมูลนิธิพูนพลังทุกคน

       ฟ้าไม่ได้เขียนจดหมายไปตั้งนาน  มัวแต่ยุ่งๆ อยู่กับการร้อยยาจี๊ด ยาจี๊ดคือยาที่เขานำไปทำเป็นยาสูบ  ฟ้าสอบเสร็จแล้วสอบได้ที่หนึ่ง เกรด 3.93   ฟ้าภูมิใจมากเลย ฟ้ามีเรื่องจะเล่าให้พี่ที่มูลนิธิทุกคนอ่าน  เมื่อวานนี้มีคุณครูและชาวต่างชาติจากโรงเรียนบรบือวิทยาคาร  มาหาฟ้าที่บ้าน  คือ เค้าถามว่าฟ้าอยากเรียนโครงการ MEP ไหม  มีชาวต่างชาติมาสอนทุกวิชา  แต่ค่าเทอม  เทอมละ 10,000  บาท เขาบอกว่าถ้าฟ้าไม่เรียนเขาเสียดายแย่ เพราะทีแรกเขาให้ชาวต่างชาติถามเป็นภาษาอังกฤษว่า  ชื่อเล่นชื่ออะไร  อายุเท่าไร มีน้องหรือมีพี่ไหม ชอบเรียนวิชาอะไร ฟ้าก็ตอบเท่าที่ฟ้ารู้ เขาเลยอยากให้ฟ้าเรียน แต่ฟ้าไม่มีเงินขนาดนั้น ฟ้าเองก็อยากเรียนอยู่ไม่น้อย แต่ฟ้าไม่อยากสร้างภาระให้ครอบครัวเพราหนี้ยังใช้ไม่หมดเลย แต่ฟ้าภูมิใจมากที่บังคับตัวเองไม่ให้เห็นแก่ตัวได้ แต่ฟ้าก็ยังเสียดายอยู่ไม่น้อย  แต่ฟ้าก็จะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ลึกๆ  ฟ้ากลัวแม่ไม่สบายใจ ไหนจะเรื่องหนี้ไหนจะเรื่องเรียนของฟ้าอีก ฟ้าก็เลยปฏิเสธแต่เขาว่าถ้าอยากเรียนไปสมัครเมื่อไหร่ก็ได้ ฟ้าคิดว่าฟ้าทำถูกแล้วว่าจะตั้งใจเรียนที่โรงเรียนบรบือให้ดีที่สุด ตามที่ พ่อแม่ ตา ยาย  หวังไว้  แล้วคุณตาสบายดีไหมค่ะ  แค่นี้ก่อนนะคะ

                          รักและเคารพอย่างสูง

                                     น้องฟ้า


 

เลขาฯอ่านจดหมายแล้วก็ออกจะงงๆ เพิ่งทราบว่าการเรียนการสอนแบบใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดได้ลามเข้ามาในโรงเรียนรัฐบาลต่างจังหวัดระดับมัธยมต้นที่ไม่อยู่ในอำเภอเมืองก็จากน้องฟ้านี่เองค่ะ (เชยน่าดู) แต่ก็แปลกนะคะ ถ้าโรงเรียนระดับนี้สามารถจ้างครูต่างชาติมาสอน สามารถออกมาหาเด็กถึงบ้านได้ขนาดนี้ ก็น่าจะมีทุนการศึกษาไว้ให้เด็กที่เก่งแต่ขาดแคลนแบบน้องฟ้าด้วย

  ได้พูดคุยเรื่องนี้กับหลายๆคน ส่วนใหญ่จะมีความเห็นว่าดีแล้วที่น้องฟ้าตัดสินใจไม่ไป หนึ่งคือไม่เพิ่มหนี้สินให้พ่อแม่ และสองคือการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดมักจะทำให้เด็กเก่งแต่วิชาภาษาอังกฤษ แต่วิชาอื่นๆความรู้มักจะไม่แน่นเหมือนเรียนด้วยภาษาแม่ของตัวเอง