KM ของศูนย์ฯ 10 เรื่องนี้ มาเล่าเกี่ยวการทำในยุทธศาสตร์ที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงในวัยเรียนวัยรุ่น เป็นเรื่องของ "การพัฒนาเด็กและเยาวชน จ.แพร่"
เรื่องนี้เป็นการนำ KM เข้าไปดำเนินการในงานประจำ งานหนึ่งนั้น ก็คือ การเข้าไปทำใน 8 จังหวัด ในพื้นที่ ภารกิจ คือ นำองค์ความรู้ไปให้ กับผู้ปฏิบัติในแต่ละยุทธฯ นั่นก็คือ เจ้าหน้าที่ของจังหวัด และพื้นที่ โดยที่เราวางบทบาทเป็นพี่เลี้ยง แต่บางครั้ง ก็จะเป็นตัวช่วยเสริมงานด้วย ... เรื่องของการลดปัจจัยเสี่ยงในวัยเรียนวัยรุ่น กระบวนการ KM จะไปในช่วงการประชุม อย่างน้อย 1 session หรือประมาณ 2-3 ชม. ช่วงแรกๆ จะขอบุคลากรของคณะกรรมการเข้าไปช่วย

ครั้งนี้ จะยกตัวอย่างการทำที่จังหวัดแพร่ ... เป็นการประชุมของหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ในเรื่องการดำเนินงาน หรือโครงการ หรือ Best practice ขององค์กร มี 18 องค์กร บุคลากร 22 คน
วันนั้นแบ่งเป็น 2 กลุ่ม นำเสนอ Best practice ผู้เข้าร่วมทั้งหมดก็คือ สนง.โกศัยนครเพื่อการพัฒนา, สนง.พัฒนาชุมชน, สนง.พัฒนาชุมชน, สถานพินิจฯ เทศบาลเมืองแพร่, มูลนิธิโอภาสี, วัดศรีบุญเรือง, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย, สถาบันปุ๋มผญ๋า, กลุ่มเสขิยธรรม, สนง.พัฒนาสังคม, สนง.ควบคุมความประพฤติ, กศน.จ.แพร่, วัฒนธรรม จ.แพร่, ตำรวจภูธร จ.แพร่, ศูนย์การท่องเที่ยวและกีฬา, อบต.เหมืองหม้อ, อบจ.แพร่, สสส. จ.แพร่ และ สสจ.แพร่)
มีการนำเสนอโครงการเด่นๆ และโครงการที่ประสบความสำเร็จ ของแต่ละคน คือ
- โครงการเวทีเยาวชนสัญจร
- โครงการจัดระเบียบหอพัก
- โครงการสภาเด็กและเยาวชน
- โครงการการสร้างทักษะชีวิตป้องกันโรคเอดส์
- โครงการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
- โครงการทำสื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชน
- โครงการป้องกันแก้ไขการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน
- โครงการรณรงค์ต่อต้านเหล้า บุหรี่
- โครงการครอบครัวอบอุ่นชุมชนเข้มแข็ง
- โครงการเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันยาเสพติด
- โครงการป้องกันเอดส์ในเยาวชนในชุมชน
- โครงการเสริมสร้างทางจิตแก่เยาวชน
- โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจจังหวัดแพร่
ในวันนั้นก็ได้ตัวแบบ และหลังจากคุยกันวันนั้นแล้ว เขาก็ได้เครือข่ายด้วย
ตัวอย่างเรื่องเล่าในวันนั้น
สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดแพร่
เขาบอกว่า ปัญหาวัยรุ่นจะคล้ายๆ กับที่อื่นว่า ส่วนหนึ่งเด็กไม่อยากเรียนหนังสือ เพราะว่าฐานของคนทางเหนือ ก็คือ เรื่องเศรษฐกิจ ผู้ปกครองก็ไม่ค่อยมีเวลา ส่วนหนึ่งไปทำงานกรุงเทพ ส่วนหนึ่งก็จะอยู่กับบิดา ปู่ย่าตายาย และเป็นช่วงระหว่างวัยที่ตามวัยรุ่นไม่ทัน ... เพราะฉะนั้น วัยรุ่นก็จะมีเที่ยวกลางคืน เล่นเกม ทั้งอะไรสารพัด
กิจกรรมที่กลุ่ม กศน. ทำก็คือ เขาพยายามดึงคนที่ไม่เรียนกลับเข้ามาเรียน เขาบอกว่า ทำได้ส่วนหนึ่ง ... ในส่วนที่กลับเข้ามา เขาก็ไปเกเรช่วงหนึ่งแล้ว พอเขาไหวตัวทัน ก็เรียนทัน และเรียนจบ กศน. ได้
เขามีโครงการของ กศน. อันหนึ่ง คือ โครงการสามวัยอยู่สุข เป็นการนำร่อง 8 อำเภอ ของจังหวัดแพร่ เขาจะให้ผู้ปกครองกับลูกมาด้วย ก็จะมีหลากหลาย บางครอบครัว ก็จะมีแต่แม่กับลูก บางครอบครัวก็มีพ่อแม่ลูกมา บางครอบครัวก็มีพ่อเลี้ยงมากับลูกเลี้ยง
และจัดกิจกรรมอื่นแทรกเข้าไป จะมีชมรมดนตรี ละครหุ่น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมที่โดนใจเด็ก โดยเฉพาะ อาจารย์ที่เป็นคนดำเนินการ จะมีความสามารถพิเศษ คือ สอนมายากลด้วย เด็กจะชอบมาก เขาจะทำละครหุ่นให้จังหวัดแพร่ทั่วไปหมด คิดไม่แพง ประดิษฐ์เอง เด็กชอบ และเด็กจะได้แต่งเรื่องเอง แล้วก็แสดงเองด้วย สิ่งที่ได้ของครอบครัว ก็คือ เกิดความประทับใจ ... และวันนั้นที่ได้ คือ ได้เครือข่ายอาจารย์ที่เป็นคนเล่าเรื่อง ก็คือ "ป้าช้าง" ป้าช้างบอกว่า ยินดี จะให้ป้าช้างไปสอนที่ไหน สอนให้ฟรีได้ด้วย
สำนักงานตำรวจภูธรอำเภอสูงเม่น
ท่านสารวัตร จากสถานีตำรวจภูธรสูงเม่น ได้เล่าประสบการณ์ที่ไปทำกิจกรรมในพื้นที่ ท่านบอกว่า สุดท้ายจริงๆ เรา ... ตำรวจจะเป็นด่านสุดท้าย ไปเจอก็จับ ท่านบอกเลยว่า มันไม่ค่อยได้ผล ... มันต้องมาเน้นเรื่องการป้องกัน เพราะฉะนั้น ในทีมของท่านก็จะไปร่วมกับคนอื่นจึงจะได้ประโยชน์ ... ท่านทำโครงการเพื่อลูกรัก ซึ่งเป็นโครงการของสถานีตำรวจ
แนวคิด ก็คือ ท่านลงไปเชิงลึกในหมู่บ้าน และจะมีแผนลงหมู่บ้าน ในกลุ่มของวัยรุ่นที่เสี่ยง และมีเรื่องของจริยธรรม การครองตัวครองตน และในเรื่องของการเข้าค่าย
กลุ่มวัยรุ่นที่แต่ละหน่วยงานมาแลกเปลี่ยนกัน กิจกรรมของท่านก็ยังไม่ได้หายไป ยังมีเรื่องของยาเสพติด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอาเด็กเหล่านี้มาเข้าค่ายเยาวชน ในเรื่องของยาเสพติด
วัฒนธรรมจังหวัดแพร่
เขาเล่าว่า ... ใช้วิธีการเป็นพี่ๆ น้องๆ กัน ส่วนที่เขาดูแลเรื่องร้านเกมที่เป็นปัญหา เขาคุยกันแล้ว ว่าต้องใช้กระบวนการของพื้นเมืองเอง ของพี่น้องในพื้นที่เอง โดย มาตกลงกันว่า จะปิดเมื่อไร แล้วก็บอกว่า ปิดน่ะ สามารถใช้กระบวนการเหล่านี้ได้ไหม ส่วนใหญ่เขาจะเปิดเกินเวลา เขาบอกว่า เขาแก้ปัญหาโดยวิธีการปกครอง มีการตกลงกัน เขาทำ MOU และบอกว่า เขาใช้ได้ผลในจังหวัดแพร่ เขาก็เอามาคุยกันหมดเลย เขาเรียกว่า "ปิดร้านด้วยไมตรี" เขาพาเราเข้าไป ตำรวจเข้าไปด้วย เขาบอกว่า ได้ผล ... มีการทำหนังสือขอความร่วมมือจากเจ้าของอาคาร ทั้งร้านคาราโอเกะ ร้านเกมเช่า
ในวันนั้น เราได้รับทราบอีกอันหนึ่ง ก็คือ ทีมที่เขาทำงาน สำนักงานวัฒนธรรมเป็นผู้หญิงหมด ก็เลยคิดว่า มันก็อาจจะใช้ในเรื่องของค่อยๆ พูดจากันได้ แต่เขาก็บอกว่า เขาก็ต้องไปประสานงานกับตำรวจ ถ้าเกิดความรุนแรง ก็จะเป็นหน้าที่ตำรวจ เขาทำงานร่วมกัน
ในเวทีครั้งนี้ก็จะเกิดเครือข่าย
หลังจากที่ทำ Best Practice ไปแล้ว ก็จะมีการเสนอข้อคิดเห็นในกลุ่มว่าเป็นอย่างไร
-
ตำรวจเสนอข้อคิดเห็น เรื่องการขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง เวลาทำกระบวนการกับเด็ก ก็ต้องดึงเอาผู้ปกครองมาด้วย จะได้ผล
-
เรื่องเด่นของจังหวัดแพร่ คือ คุณชูวิทย์ ผู้รับผิดชอบงาน สสส. ซึ่งอยู่ใน สสจ. เป็น Node ใหญ่มาก รับผิดชอบทั้งจังหวัด จะมีเครือข่ายที่สามารถเขียนโครงการมาของบประมาณ และผ่านไปที่ สสส. เขามีเวทีในเรื่องของเด็กและเยาวชน มีคณะทำงานของเด็กและเยาวชน และทำต่อเนื่อง เขาเรียก "เวทีสมัชชาระดับจังหวัด"
-
อีกหน่วยงานหนึ่ง คือ ผู้ที่รับผิดชอบงานเอดส์ ของ สสจ. active มาก พอเวทีนี้มี NGO มานำเสนอเรื่องของเด็กและเยาวชน เขาก็บอกว่า อยากใช้เวทีนี้เอาเครือข่ายมาเชื่อมโยงกัน ใช้งบประมาณของแต่ละหน่วยมาบูรณาการกัน
-
จากวันนั้นใ นส่วนของจังหวัดแพร่ ก็เอาเวทีของเราเป็นเวทีเริ่มต้นที่จะทำเครือข่ายเชื่อมโยง NGO และ GO ที่ทำงานกันในเรื่องของเด็กและเยาวชน
-
หน่วยงานบางหน่วยงานบอกว่า มีงบประมาณตรงๆ เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน สามารถขอได้จาก อบจ. และ เทศบาล เขาก็อยากบูรณาการกันได้ด้วย
-
วันนั้นมีเด็กเข้ามา ให้ข้อคิดว่า กิจกรรมที่จะดำเนินการเกี่ยวกับเด็ก ควรจะเน้น คือ ไม่มีการสั่งการ และเวลาการอบรมไม่ใช้ Teacher center กระบวนการทั้งหมด น่าจะเป็นกระบวนการที่เด็กและเยาวชนมาร่วมกันคิด ... สุดท้าย เขาจะใช้คนดีช่วย ในการที่จะปรับกลุ่มเด็กร้ายให้มาทำงานร่วมกับเด็กดีได้
และในเวทีวันนั้น สุดท้ายจะมีการสรุปบทเรียน และส่งคืนให้เขา เพื่อให้ได้ไปเชื่อมโยงกันต่อ
ช่วงนี้ มีข้อเสนอแนะจาก ผอ.ศูนย์ฯ ค่ะ ผอ.ชัยพร ท่านได้เสนอว่า
"เป็นเรื่องที่ดี KM เท่ากับเป็นการสร้างแกน ส่งเสริม เป็นเครื่องมือ ที่ผมยังมองถึงความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ มันจะต้องมีหลัก มีแกน หรืออะไรก่อน เหมือน รร.ส่งเสริมสุขภาพ เพชรได้ดี ก็ต้องมีระดับต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมา เป็นระดับทอง กระบวนการต่างๆ ต้องดี KM ก็เป็นกระบวนการที่ผมคิดว่าดีมาก
ผมก็มองว่า ความสำเร็จระดับเพชรหรืออะไรนั้น ในโรงเรียนต่างๆ เพียงแค่เราทำกระบวนการนี้ให้เข้มแข็ง ทำ KM ให้เขาได้รู้จัก และเข้าใจดีดี ทั้งครู และอื่นๆ ... เวลาที่เขามีปัญหา เขาก็สามารถที่จะ raise ขึ้นมา และมานั่งคุยกัน กระบวนการมีส่วนร่วมเหล่านี้ ก็จะเกิดเป็นศูนย์เรียนรู้ ... ใส่อะไรทุกอย่างก็จะสำเร็จ
ผมก็ปิ๊งขึ้นมาว่า เราจะทำสักที่หนึ่ง ที่จะเป็นศูนย์ฯ KM เป็นที่เรียนรู้ เป็นต้นแบบ ที่มีความเข้มแข็งมากๆ และลองหยอดระดับเพชรลงไปสักที มันจะสำเร็จไหม ... ด้วยการมีส่วมร่วมของเขาเอง ด้วยกระบวนการ KM และเกิดความสำเร็จ อะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ผมคิดว่า ลองหาต้นแบบ และหลังจากนั้น ที่ที่เราเข้มแข็งมากๆ ถ้าอย่างของห้องผ่าตัด ห้องคลอด ก็คงจะอยู่ภายใน และค่อยๆ ขยับออกมาเรื่อยๆ มาภายนอก
อย่างของโรงเรียน ผมก็คิดว่า ลองขยับมาสักที่หนึ่ง ถ้าขยับในที่หนึ่ง OK แล้ว คิดว่า ลองให้จังหวัดดีไหม ตัวแทนจังหวัด พอทั้งจังหวัดเสร็จก็เอาลองข้ามจังหวัด หรือไปเขตภาคเหนือดีไหม มันอาจจะมีสภา หรือนักเรียน การมีกติกา กฎ ของโรงเรียน และอาจจะมีช่วยแก้ปัญหาในระดับชาติได้ไหม
ผมยังมองว่า KM จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะแก้ปัญหาระดับชาติได้ ลองคิดอะไรใหญ่ๆ ถ้าเราทำได้สำเร็จในระดับหนึ่ง ก็อาจจะทำได้"

รวมเรื่อง แกะรอย KM ศูนย์ฯ 10