ผู้ทำหน้าที่ในการสอนหรือจัดการเรียนรู้
ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการถามคำถาม แก่นักเรียนกันมาแล้ว
แต่เพื่อให้พฤติกรรมการสอนมีระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จึงขอเสนอเทคนิคการใช้คำถาม ตามแนวคิดของ ดร.นิพนธ์ ไทยพานิช
ซึ่งท่านได้แนะนำไว้ 2 ประการ ดังนี้
ประการที่ 1 ทักษะการเตรียมคำถาม
ทักษะการเตรียมคำถามและใช้คำถามที่มีประสิทธิภาพเป็นภารกิจที่ผู้สอนต้องฝึกปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ
เพราะคำถาม เป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง
ที่จะทำให้เกิดกระบวนการคิดขึ้นในผู้เรียน
และเกิดการเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ
คำถามที่ดีทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้หลายระดับ
ตั้งแต่ระดับความจำไปจนถึงระดับประยุกต์ วิเคราะห์และประเมิน
หากจะกล่าวโดยกว้างๆแล้ว คำถามมี 2 แบบ
คือคำถามแบบแคบ กับคำถามแบบกว้าง
1.คำถามแบบแคบ หมายถึง
คำถามที่ถามเพื่อเป็นข้อเท็จจริง หรือใช้ความคิดในระดับต่ำ
ให้จำหรือเข้าใจ คำถามแบบนี้ผู้เรียนจะตอบเพียงว่าใช่หรือไม่ใช่
หรือตอบเฉพาะเจาะจงลงไปตามข้อ
เท็จจริง คำถามแบบแคบๆยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1.1 คำถามระดับความจำ
เป็นคำถามเพื่อให้ผู้เรียนตอบจากการจำหรือสังเกตสิ่งที่พบเห็น
หรือจากประสบการณ์การเรียนโดยตรง
1.2 คำถามจากกว้างไปแคบ
คำถามชนิดนี้กว้างกว่าคำถามระดับความจำ
แต่คำตอบที่ถูกต้องมีข้อเดียว ผู้เรียนต้องรวบรวมความจริงจากความจำ
หรือสังเกต
แล้วนำมารวมเป็นความคิดหรือความเข้าใจใหม่เพื่อตอบคำถามนั้น
2. คำถามแบบกว้าง
หมายถึงคำถามที่เมื่อถามแล้วผู้เรียนต้องคิด
และมีคำตอบที่ถูกได้หลายข้อ
ซึ่งผู้เรียนอาจจะตอบจากการตั้งสมมุติฐานหรือคาดคะเน หรือประเมิน
คำถามแบบกว้างยังแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
2.1 คำถามจากแคบไปกว้าง หมายถึงคำตอบที่ถูกมากกว่าหนึ่ง
และคำตอบนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามที่นักเรียนคาดเอาไว้
และอาจเป็นคำตอบซึ่งนำไปสู่ปัญหาต่อไป เช่นถามถึงจุดเด่น
จุดอ่อนเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียน เมื่อผู้เรียนสามารถตอบได้
ผู้สอนจะได้ถามต่อไปถึงวิธีแก้ไข พัฒนาเป็นต้น
2.2 คำถามเพื่อประเมิน
หมายถึงคำถามที่ผู้เรียนต้องพิจารณาหาเหตุผลว่าคำตอบนั้นถูกต้องเพียงไร
เช่นคำถามให้คาดคะเนเหตุการณ์ตัวอย่าง
ถ้าเรียนหัวข้อนี้อีกครั้งหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
ประการที่ 2
หลักบางประการที่ผู้สอนควรตระหนักในการถามคำถาม
จากคำถามแบบต่างๆแล้ว
การถามนั้นผู้สอนควรตระหนักในเรื่องต่างๆต่อไปนี้
1. ควรให้เวลาผู้เรียนคิดตอบปัญหา
กล่าวคือหลังจากที่ผู้สอนป้อนคำถามต่อผู้เรียนแล้ว
ถ้าเป็นคำถามที่กว้างควรให้โอกาสผู้เรียนคิด
เพราะถ้าเร่งให้ผู้เรียนตอบ ผู้เรียนที่รวบรวมความคิดช้า
อาจจะหยุดคิดและแยกตัวเองออกหรืออาจสร้างเจตคติทางลบได้
2.ควรเริ่มจากคำถามที่ง่าย
3.ปรับปรุงคำถามให้เข้าใจดีขึ้น
ถ้าถามแล้วยังไม่ได้รับคำตอบ อาจเป็นเพราะผู้เรียนไม่เข้าใจ
คำถาม
ผู้สอนต้องพิจารณาปรับปรุงคำถามใหม่ที่มีความหมายเหมือนกันหรืออธิบายให้กระจ่างขึ้น
4.ปรับปรุงคำถามให้ง่ายขึ้น
ถ้าผู้เรียนยังไม่ตอบ แม้อธิบายให้กระจ่างแล้ว
ผู้สอนควรปรับปรุง
คำถามให้ง่ายขึ้น
5.การปฏิบัติถ้าผู้เรียนตอบไม่ได้จริงๆ
ผู้สอนไม่ควรตอบคำถามแต่ควรแนะหาวิธีให้ผู้เรียนไปค้นคว้าหาคำตอบ
โดยแนะนำแหล่งค้นคว้าเป็นแนวทาง
ทั้งนี้เพื่อฝึกให้ผู้เรียนรู้จักรับผิดชอบและแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและส่งเสริมการใฝ่หาความรู้ของผู้เรียน
เทคนิคการใช้คำถามที่เสนอนี้ นอกจากครูผู้สอนแล้วผู้นิเทศไม่ว่าจะเป็นผู้นิเทศภายนอกหรือภายในโรงเรียนอาจนำไปประยุกต์ใช้กับผู้รับการนิเทศได้
บทความจากการอ่าน เป็นการดึงความรู้จากผู้รู้ จากตำรา ผู้บันทึกน่าจะวิเคราะห์เพิ่มเติมสู่แนวปฏิบัติมากกว่านี้ นะจ๊ะ
เย็นนี้ถ้าไม่ไปไหน อย่าลืมไปสังสรรค์กันที่หัวลำโพงหน่อยนะ