วัยรุ่นใจถึง
 

ตะลึง!วัยรุ่นไทยใจถึงสารพัดวิธีทำแท้งเถื่อน

       กรมอนามัยระดมภาคีสถาบันอุดมศึกษา จัดโครงการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์วัยรุ่นไทย บรรจุการเรียนการสอนเพศศึกษาในระดับปริญญาตรี พบ 6 ปีที่ผ่านมามีผู้ทำแท้ง 40,000 คน โดยกลุ่มผู้วัยรุ่นใช้สารพัดวิธีทำแท้งเถื่อน ขณะที่ 52% โจ๋ไทยมีคู่นอนมากกว่า 1 และอัตราการใช้ถุงยางต่ำ เปลี่ยนกลุ่มน่าห่วงจาก ม.ปลาย เป็น ม.ต้น หวั่นไม่ทันกลลวงในเน็ต

 

       วันนี้ (12 ต.ค.) ที่โรงแรมเจดับเบิลยูแมริออต กรมอนามัย ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา แถลง โครงการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์วัยรุ่นไทย เพื่อให้ได้รับความรู้และบริการด้านสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ถูกต้อง โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัท ออร์กานอน 15 ล้านบาท ดำเนินการ 3 ปี
       
       นพ.เมธี พงษ์กิตติหล้า ผู้อำนวยการกองอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กล่าวว่า เมื่อปี 2542 หรือ 6 ปีที่แล้วได้สำรวจผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากการทำแท้งในโรงพยาบาล 778 แห่งทั่วประเทศ พบว่ามีผู้ทำแท้งเข้ารับการรักษากว่า 40,000 คน ในจำนวนนี้ได้สัมภาษณ์เจาะลึกรายละเอียดและเหตุผลที่ต้องทำแท้งจำนวนกว่า 2,000 คน พบว่า กลุ่มอายุยังเป็นวัยรุ่น ผ่านการทำแท้งเถื่อน มีตั้งแต่การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำใส่ช่องคลอด ทำให้ได้รับอันตราย บางคนช่องท้องบาดเจ็บจากการบีบ นวด หรือทุบท้อง ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะมีบางคนติดเชื้อในกระแสเลือดถึงกับเสียชีวิต บางคนติดเชื้อที่อวัยวะภายในต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เฉลี่ยคนละกว่า 20,000 บาท สำหรับสถานการณ์จริง ๆ ไม่มีการบันทึกไว้เพราะว่าการทำแท้งถือว่าผิดกฎหมาย แต่คาดว่าน่าจะมีคนทำแท้งแต่ละปีหลายแสนคน
       
       “สิ่งที่เราเป็นห่วงคือกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น เดิมห่วงกลุ่มมัธยมปลาย แต่ตอนนี้ปัญหาเริ่มจะรุนแรงในกลุ่มนักเรียนมัธยมต้นแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเรียน เพราะรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเพื่อนต่างเพศ บางคนแค่ chat กันทางอินเทอร์เน็ตก็หลงเชื่อ ถูกล่อลวงให้มีความสัมพันธ์จนท้อง ท้ายที่สุดต้องทำแท้งเถื่อน” นพ.เมธี กล่าว

 

       นพ.เมธี กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยรุ่นประมาณ 1 ใน 4 ของประชากร 63 ล้านคน การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในยุคโลกาภิวัตน์ ส่งผลต่อความเป็นอยู่ พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมของวัยรุ่น ทำให้วัยรุ่นต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน เช่น อุบัติเหตุ ความรุนแรง สุขภาพจิต สารเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่มาจากพฤติกรรมทางเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์ที่ไม่เหมาะสม
       ผลการวิจัยพบว่า วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อายุประมาณ 14 - 18 ปี และมีแนวโน้มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุน้อยลงเรื่อย ๆ อีกทั้งพบว่า วัยรุ่นชายมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคู่รักมากกว่าหญิงบริการทางเพศ มีแนวโน้มของการติดเชื้อเพิ่มขึ้น และวัยรุ่นหญิงชายมีเพศสัมพันธ์กันเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่มีการใช้ถุงยางอนามัยต่ำมาก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้วปรากฏว่า วัยรุ่นไทยยอมรับการมีคู่นอนมากกว่า 1 คน ร้อยละ 52 ในขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกคือร้อยละ 34 แต่เริ่มเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาช้า คืออายุ 13.5 ปี โดยค่าเฉลี่ยทั่วโลกคือ 12.2 ปี มีการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเซ็กซ์ครั้งแรก เพียงร้อยละ 23 ซึ่งค่าเฉลี่ยทั่วโลกคือร้อยละ 57 และพ่อแม่วัยรุ่นไทยมีบทบาทในการสอนเรื่องเพศแก่ลูกร้อยละ 1 เท่านั้น แต่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกร้อยละ 12
       
       นพ.เมธี กล่าวว่า ความร่วมมือที่จะดำเนินการร่วมกัน ประกอบด้วย 1.สนับสนุนให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่ถูกต้อง โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์เพื่อให้วัยรุ่นมีความรู้ที่ถูกต้อง มีทัศนคติ และมีพฤติกรรมที่เหมาะสม 2.ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตที่ดี 3.พัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งทางสังคมและทางกายภาพที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของวัยรุ่น และ 4.ส่งเสริมการจัดให้มีบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เป็นมิตร และตอบสนองความต้องการของวัยรุ่น
       
       “ตั้งเป้าหมายว่าโครงการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นไทย เพื่อให้วัยรุ่นได้รับความรู้และบริการด้านสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ถูกต้อง โดยเน้นให้โรงเรียนมัธยมเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการปรึกษาด้านสุขภาพ เพศ และอนามัยการเจริญพันธุ์ และได้รับการเสริมสร้างศักยภาพให้มีระบบการดูแลสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดี พร้อมทั้งได้บรรจุการเรียนการสอนให้คำปรึกษาด้านเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ไว้ในหลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา วัยรุ่นไทยเข้าถึงข้อมูลด้านเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ และเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาที่เป็นการดูแลขั้นพื้นฐาน ลดปัญหาวัยรุ่นท้องก่อนแต่ง ท้องแล้วต้องทำแท้ง” นพ.เมธี กล่าว
       ด้าน น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยเจริญพันธุ์ กล่าวว่า เด็กในยุคนี้เป็นโรคขาดความรัก แนวทางแก้ปัญหาต้องให้ความรู้กับวัยรุ่นเตรียมเป็นพ่อแม่ที่ดี คาดว่าอีก 15 ปีจะไม่มีปัญหาท้องก่อนแต่งหรือทำแท้ง ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ประกอบด้วย 1.คิดว่าเขารัก 2.คิดว่าพร้อมแล้วที่จะเป็นของกันและกัน และ 3.มีบรรยากาศเป็นใจ ตนเคยพบนักเรียนอายุ 14 ปี ยอมมีอะไรกับรุ่นพี่เพราะคิดว่าเขารัก อีกทั้งบรรยากาศเป็นใจอยู่ในสถานที่ลับหูลับตาคน ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกันทำให้ตั้งครรภ์