
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “มหัศจรรย์ตลาดอินเดีย โอกาสทองของไทยในวิกฤตเศรษฐกิจโลก” ณ โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2552 ผมได้จัดสัมมนาเรื่องหนึ่งที่กรุงเพทฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมคิดว่ามีความสำคัญต่อนักธุรกิจไทย คือการนำความรู้มาให้ เพื่อให้รู้และมองเห็นโอกาส
วันนี้ขอนำข่าวเรื่องนี้จากเว็บกระทรวงการต่างประเทศมาแจ้งให้ทราบกันก่อน
" เมื่อวันที่ 2 กค. 2552 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “มหัศจรรย์ตลาดอินเดีย โอกาสทองของไทยในวิกฤตเศรษฐกิจโลก” ณ โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ
รัฐมนตรีว่าการฯ ได้กล่าวในช่วงพิธีเปิดย้ำถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดอินเดียมีความสำคัญต่อประเทศไทย ได้แก่ การที่อินเดียเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี รวมทั้งเป็นประเทศที่เป็นแหล่งความรู้และวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทำให้ตลาดอินเดียน่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังมีนโยบายสนับสนุนการเปิดตลาดในภูมิภาคใหม่ๆ เพื่อให้เกิดสมดุลทางการลงทุนและลดการพึ่งพาการค้าและการลงทุนในตลาดใดตลาดหนึ่งที่มากจนเกินไปด้วย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ ยังได้กล่าวว่า ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดและวัฒนธรรมทางธุรกิจของประเทศนั้นๆ รวมทั้ง ให้ความร่วมมือแก่ภาคเอกชนเพื่อสร้างโอกาสการค้าและการลงทุนให้แก่ภาคธุรกิจ ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลกต่อไป
การจัดสัมมนา “มหัศจรรย์ตลาดอินเดีย โอกาสทองของไทยในวิกฤตเศรษฐกิจโลก” เป็นความริเริ่มของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของเอกชนไทยในตลาดอินเดีย โดยเน้นโอกาสและช่องทางการลงทุนใน 7 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุก่อสร้าง การขนส่ง การขายปลีก เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในครัวเรือน การบริการ สปา และร้านอาหารไทยในโรงแรม และการท่องเที่ยว
โอกาสหน้ามาดูกันว่าทำไมตลาดอินเดียจึงอัศจรรย์....

นอกจากท่านกษิต ภิรมย์ รมว.กต.แล้วยังมีทูตอินเดียประจำไทย ฯพณฯ นางสาววิชยา ละตา เรดดี (Miss Vijaya Latha Reddy) มาร่วมพิธีเปิดด้วย บุคคลยืนถัดทางด้านขวาจากทูตอินเดียประจำไทยคือท่านกฤต ไกรจิตติผู้ที่กำลังจะไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดียคนใหม่
คุณลีลาวดี ครับ
ข้อคิดแรกที่ผมได้ฝากผู้เข้าร่วมสัมมนาก็คือ ต้องไปสัมผัสอินเดียด้วยตัวเอง
แล้วจะได้รับโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อัศจรรย์อีกมากมาย
ผมบอกทุกคนด้วยว่า มองไปทางใดในอินเดีย เห็นสิ่งต่างๆ ที่ไม่สะดวกสบายหรือไม่ดี...เท่าเมืองไทย
แต่นั้นก็คือโอกาสทางธุรกิจสำหรับคนไทยทั้งนั้น ยกตัวอย่างธุรกิจสปาไทย มีผู้บุกเบิกไปแล้วรายหนึ่ง เข้าไปเพียงไม่กี่ปี มูลค่าธุรกิจเพียงพันล้านบาทเอง........เพราะตลาดใหญ่มากๆ
รายละเอียด จะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไปครับ
เจริญสุขครับ
สวัสดีค่ะ อ.พลเดช
เป็นโอกาสดีของการลงทุนทำธุรกิจค่ะ
ขอบคุณที่นำสาระดีๆมาฝากค่ะ
คุณ ลีลาวดี ครับ
ขอยกตัวอย่างธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในอินเดียและประสบความสำเร็จ
อาทิ
อิตัลไทย
ไทยซัมมิท
เดลต้า อิเลคโทรนิค
บริษัท ร๊อก เวิธ (เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน)
บริษัท index (เฟอร์นิเจอร์)
บริษัทสี่แสงการโยธา
บริษัท Harn สปา
บริษัทพฤกษา ฯลฯ
ในอนาคต คงจะมีเพิ่มอีกแน่นอนครับ
ครูจิ๋ว ครับ
เราลืมประเทศนี้ไป จึงไม่ได้มองและทำความเข้าใจกับอินเดีย มากเพียงพอ
เมื่อสนใจและมองให้ละเอียด ก็จะได้เรียนรู้อะไรดีๆ อีกมากมาย ที่เป็นโอกาสในด้านต่างๆ ไม่เฉพาะทางธุรกิจ
จะได้นำข้อคิดมาเสนอในโอกาสต่อไปครับ
ไม่ได้มาคุยกับท่านซะนานระลึกถึงครับ
คุณบางทราย ครับ
ครับ G2K นั้นก็นับวันกว้างใหญ่ มีบันทึกน่าสนใจมากมาย
รวมทั้ง ในปัจจุบัน วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กระทบไปทุกประเทศ ทำให้คนตื่นตัวมากขึ้นที่จะหาทางออก จากปัญหาเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่
ประเทศที่เผชิญปัญหาน้อยก็คือประเทศที่อยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่พึ่งการส่งออกมากนักและภาคประชาชนในประเทศมีวิถีชีวิตที่ไม่ตามกระแสทุนนิยม ซึ่งอินเดียอยู่ในประเภทนี้
อินเดียจึงสวนกระแสของโลก
จึงเป็นที่มาของคำว่า "มหัศจรรย์..."
สบายดีนะครับ
เรียนท่านทูต
ขอกราบขอบพระคุณที่ได้รับความกรุณาได้รับหนังสือธรรมะและ cd
อ่านและจะได้นำไปใช้ในการทำงาน ที่เด็กๆมะเร็ง...มีการตายจากก่อนวัยอันควร...
คุณแดง ครับ
ยินดีเสมอครับ
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างครับ
เรื่องการตายก่อนวัยอันควร น่าคิดครับ
ในแง่ของธรรมะ จิตปุถุชน ต้องถือว่าดับก่อนเวลาอันควร ก่อนที่จะเข้าถึงซึ่งความรู้แจ้ง....ทั้งนั้น
ณ วันที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมขอคิดว่า ความตาย ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ครับ
แต่การไปโดยยังไม่ได้รู้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อจิตวิญญาน น่าวิตกครับ
ขอส่งกำลังใจมาให่้คนทำงานเพื่อสังคมนะครับ
เจริญสุขครับ
โอ้ อินเดียๆๆๆๆๆๆๆ
เรากับเขา ค้ากันมาตั้งแต่ยังมี ศรีวิชัย
ทำไมๆๆ รากฐาน ดีๆ เก่าๆหายไปๆ
สวัสดีค่ะ
หรืออินเดียจะเป็นหนังสือน่าอ่านที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ดูมีทุกเรื่องราวที่น่าสนใจ
ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ
ดินแดนมหัศจรรย์ ที่มีมนตราสำหรับผู้มาเยือนเสมอ
คิดถึงอินเดีย
คุณ คนใต้โดยภรรยา ครับ
ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เราลืมประเทศนี้ไปคือทัศนคติครับ
ทำให้ไม่ได้สนใจมากเท่าที่ควร เมื่อไม่สนใจจึงไม่สามารถรับรู้ถึงข้อมูลต่างๆ ของประเทศนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย
ผมได้บอกผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า ทุกวันนี้ ไม่มองประเทศอินเดียไม่ได้แล้ว ไม่สนใจประเทศอินเดียไม่ได้แล้ว
เพราะในทศวรรตหน้า ไม่มีใครจะหลีกเลี่ยงบทบาทที่สำคัญของอินเดียในเวทีโลกได้
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
โยคีน้อย
สำหรับคนไทยที่ยังไม่เคยมองอินเดีย ต้องไปอินเดีย จึงจะได้สัมผัสกับความอัศจรรย์ของประเทศนี้