
"ครูพันธุ์ใหม่"ถูกใจผู้บริหาร ส่งมอบงานตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า งานฉันทำมานานผ่านสายตา เขาบอกว่าครูใหม่เก่งเร่งส่งงาน ยี่สิบสองปีงานวิชาการที่ฉันสร้าง ถูกปลดวางมอบครูใหม่ทุกเอกสาร ไม่ปลื้มคนแต่ปลื้มในผลงาน ท่านสั่งการทุกไฟล์ให้น้องไป "ครูพันธุ์เก่า" อย่างฉันนี้ ยินดีด้วย ก็จะช่วยบอกเขาเท่าที่ได้ ลดบทบาทเราลงคงสบาย "ครูพันธุ์ใหม่" จงโชคดีมีผลงาน
สืบเนื่องจากบันทึก บททดสอบชีวิต ท้อได้แต่ไม่ถอย http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-namtal/251403
ครูอิงเริ่มการเป็นข้าราชการครูตั้งแต่อายุยังน้อย งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำเป็นพิเศษนอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอนแล้ว ก็คือหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน หัวหน้าหมวดภาษาไทย และรับผิดชอบห้องสมุดโรงเรียน สามอย่างนี้ถือเป็นงานที่ติดตัว ไม่ว่าจะย้ายไปโรงเรียนใดก็จะได้รับมอบหมายให้ทำ ซึ่งก็ผ่านมาด้วยดี ยี่สิบกว่าปีแล้วหละ มีโอกาสได้แสดงฝีมือในการช่วยผู้บริหารทำปรับปรุงตำแหน่งมากก็พอสมควร ผู้บริหารบางท่านถึงกับบอกตรง ๆ กับใครต่อใครว่า ครูอิง คือ "มือขวา" ของผม
วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่เป็นวันเดียวกับที่พี่ครูคิม ยื่นใบลาออกจากข้าราชการครู (แต่ไม่ได้ออก) ครูอิงได้แถลงในที่ประชุมด้วยน้ำตาคลอ ขอลาออกจากการเป็นวิชาการโรงเรียน ด้วยเหตุผลหลายประการ ที่สำคัญคือ
เมื่อเดือนมีนาคม ครูอิงมีงานใหญ่ คืองาน “วันเบิกฟ้า...วิขาการ” ในขณะเดียวกันครูอิงก็จะต้องส่ง งาน คศ.๓ ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ทำให้ครูอิงทำงานช้า หลายงานที่คิดว่ายังไม่รีบเร่งหรือพอจะยืดเวลาได้ ไม่เกิดผลเสียต่อสถานศึกษา ก็จะส่งไม่ทันกำหนด ที่โรงเรียนของครูอิง ถ้าใครส่งงานไม่ทันตามกำหนด ผู้บริหารจะไล่ถามทีละคนในที่ประชุม และจะปิดประกาศไว้ตรงที่โต๊ะลงเวลาทำงานว่าใครไม่ส่งงานอะไรบ้างและถ้าโรงเรียนออกคำสั่งให้ครูทำอะไร เมื่องานผ่านไปแล้ว ผู้บริหารก็จะประชุมครู และให้ครูทบทวนให้ฟังว่าได้ทำอะไรบ้าง ตามคำสั่งหรือเปล่า บางครั้งครูอิงก็จำไม่ได้ว่าตัวเองได้ทำอะไร เพราะทำทุกอย่างที่ทำได้ บางอย่างไม่ได้อยู่ในคำสั่งก็ทำ ถ้าเห็นว่าควรทำ
เมื่อผ่านงานใหญ่แล้ว ก็เร่งทำคะแนนนักเรียน จากนั้นก็มีงานใหญ่เข้าอีก 1 งาน ในช่วงเดือนเมษายนทั้งเดือน นั่นคือการทำรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือที่เรียกว่า SAR ทำให้ครูอิงทราบข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนของนักเรียนที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย ผลการสอบระดับชาติ ทั้งชั้น ป.๒ ป.๕ ป.๓ และ ป.๖ ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ แม้จะไม่รั้งท้ายของเขตพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับต้น ๆ
ในที่ประชุมของวันหนึ่งในต้นเดือนเมษายน ครูทุกคนจะต้องสรุปผลโครงการ และจัดทำรายงานโครงการตามมาตรฐานที่ตัวเองรับผิดชอบ มีคำพูดของผู้บริหารหลาย ๆ ข้อความ ที่ครูอิงไม่อาจถ่ายทอดในที่นี้ได้ สร้างความกดดัน และหมดกำลังใจ จึงเกิดบันทึก “บททดสอบชีวิต ท้อได้แต่ไม่ถอย”
การไม่ผ่านการประเมินภายนอก จาก สมศ. ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครูอิงต้องพิจารณาตนเอง ถึงแม้ว่ามาตรฐานส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านจะเป็นมาตรฐานด้านผู้บริหารก็ตาม
ช่องว่างระหว่างวัยของผู้บริหารกับครูอิงก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ผู้บริหารโรงเรียนครูอิง ท่านเป็นคนที่เก่งมากค่ะ เป็นสาวมั่น อายุเพียง ๓๐ เศษ ๆ ตอนสอบผู้บริหารท่านมาเป็นอันดับ ๑ ของเขต จึงได้เลือกโรงเรียนเป็นคนแรก โรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายขนานนามท่านว่า “เจ้าแม่เอกสาร” ค่ะ บางครั้งครูอิงสะเพร่า ทำงานช้า ท่านก็จะเรียกครูอิงว่า “คุณป้า” ครูอิงเลยบอกว่า น้อยไป ต้องเรียก “คุณยาย” ผู้บริหารสาวไฟแรง สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง กับครูพันธุ์เก่าอย่างครูอิง ก็เลยสื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ
วันที่ ๑ พฤษภาคม จึงตัดสินใจแถลงต่อที่ประชุม ขอลาออกจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียน ผู้บริหารอึ้งไปนิดหนึ่ง และถามครูอิงและครูทุกคนในที่ประชุมว่าควรให้ใครทำหน้าที่นี้ ไม่มีคำตอบใด ๆ จากที่ประชุม
ห่างกันไม่กี่วัน โรงเรียนก็ได้รับการยืนยันจากเขตพื้นที่การศึกษา ว่าโรงเรียนจะได้ต้อนรับครูพันธุ์ใหม่ ๑ ท่าน ผู้บริหารดีใจมาก ท่านตื่นเต้น แม้จะยังไม่เห็นหน้าและไม่ทราบข้อมูลใด ๆ มากนัก แต่คำว่าครูพันธุ์ใหม่ คงมีอานุภาพพอที่จะทำให้ท่าน เปลี่ยนขนานใหญ่ ผู้บริหารบอกในที่ประชุมว่า ให้ครูพันธุ์ใหม่ประจำชั้น ป. ๓ เนื่องจากน้องเขาเก่งมาก จะได้ยกระดับผลการสอบ NT ส่วนครูที่รับผิดชอบ ป.๓ ให้ไปเป็นครูพิเศษ (ครูลอย)
จากนั้นอีก ๒ วัน ครูอิงอยู่เวรวันอาทิตย์ ผู้บริหารก็ไปโรงเรียนด้วย ท่านบอกครูอิงว่า “ให้ครูอิงเตรียมงานวิชาการทั้งหมดส่งมอบให้กับครูพันธุ์ใหม่”รวมทั้งห้องวิชาการ งานในไฟล์คอมพิวเตอร์ ให้รวบรวมทุกไฟล์ไว้ในแฟ้มเดียวกันและส่งมอบให้น้องไป
เกิดความฉงนในใจ ด้วยคิดไม่ถึง จึงตัดสินใจพูดไปว่า “ได้ค่ะ น้องเค้าคงทำได้นะคะ” ผู้บริหารก็บอกว่า ได้ซิ เด็กคนนี้เก่งมาก ครูอิงอดไม่ได้จึงถามว่า “เคยรู้จักหรือคะ” ท่านบอกว่าเปล่า ยังไม่เคยเห็นหน้าเลย
จึงตัดสินใจเรียนผู้บริหารว่า เราน่าจะให้น้องโบกี้ (เป็นสมาชิกโกทูโนด้วย) เป็นคนทำหน้าที่นี้ เพราะน้องโบกี้ เพิ่งจบปริญญาโทด้านวัดผล และก่อนไปเรียนปริญญาโท น้องก็เป็นคนทำงานดีมาก เห็นผลงานอยู่แล้วและมีประสบการณ์การทำงานมาถึง ๓ ปี แต่ผู้บริหารก็มิได้นำพา (ทั้งที่น้องโบกี้ก็เต็มใจรับเป็นหัวหน้า โดยมีครูอิงเป็นผู้ช่วย เราทำงานเข้าขากันดีอยู่แล้ว) กลับจัดให้น้องโบกี้ทำงาน การเงิน ของโรงเรียน
ถึงวันนี้ ๒ มิถุนายน จึงเป็นวันที่ครูอิงได้ส่งมอบงานวิชาการทุกงานให้กับครูพันธุ์ใหม่ โดยการทำบันทึกข้อความ และหนังสือส่งมอบงานถูกต้องตามหลักการทุกอย่าง
วันนี้จึงเป็นวันที่รู้สึกโล่งสบาย จนคิดว่าต้องฉลองสักหน่อย ช่วยแสดงความยินดีกับครูอิงด้วยนะคะ
แต่คนอย่างครูอิง รับเงินเดือนจากรัฐบาล คงไม่อยู่เฉย งานที่ครูอิงจะต้องทำให้พัฒนาและประสบความสำเร็จให้ได้ คือ งานห้องสมุดโรงเรียนค่ะ ครูอิงเริ่มไว้แล้ว ตามที่ได้เคยบันทึกไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้มีเวลามากขึ้น ก็จะเริ่มอย่างจริงจังเสียที ขอบพระคุณผู้บริหาร และ ครูพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้ครูอิง รู้สึกเบาสบายเหลือเกิน

วางทุกอย่างไว้ตรงนั้น แล้วหันมาฟังเพลง สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ และมิตรภาพของชาวเรา
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ ครูอิง
คนบางคนเป็นผู้บริหารเพราะสอบได้ ผลคะแนนดี แต่ไม่เคยรู้เรื่องการบริหารคน ซึ่งเป็นหัวใจของงานบริหาร การบริหารงาน กับบริหารเงิน ไม่ค่อยยาก แต่งานบริหารคนยากเพราะคนต่างมีความคิดจิตใจและมักคิดว่าคนเป็นคนถูกเสมอ ส่วนใหญ่ในแวดวงการศึกษาจะบอกว่า "ผิดเป็นครู ถูกเป็นผู้บริหาร" ฮ่าๆ
น่าเป็นห่วงโรงเรียนน้องครูอิงครับ ผู้บริหารพันธุ์ใหม่เห็นมาหลายโรงเรียนแล้วครับ ทำโรงเรียนเก่าตกต่ำลงไปเรื่อยๆ แต่มันก็ต้องเป็นไปตามวัฏจักรของโลกครับ อย่าคิดมาก
ขออีกนิดเหอะ อิอิ
ผมไม่ค่อยชอบวัดผลที่การเรียนของเด็ก ลูกผมสองคนเรียนหนังสือไม่เก่งสักคน (คำว่าเก่งหมายถึงเรียนได้ตามมาตรฐานเรียนดี)แต่ลูกผมเป็นคนดีแน่นอน มีจิตบริการ มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความรับผิดชอบสังคม มีคุณธรรมจริยธรรม ผมไม่อยากให้ลูกเรียนเก่ง เกรดได้เท่านั้นเท่านี้มาอวดกัน แต่ก็มีการตั้งรางวัลเพื่อจูงใจให้เขาขยัน แต่ลูกได้คะแนนไม่ดีก็ไม่เคยโกรธดุด่าลูก
ลูกสาวผมผลการเรียนตกจากเทอมก่อน(ตอนนั้นอยู่ ม.ปลาย) นั่งมาในรถน้ำตาคลอ ผมถามว่าร้องไห้ทำไม เขาบอกว่าเกรดตก ผมถามว่าพ่อดุด่าลูกสักคำหรือยัง เขาบอกว่าไม่ ผมบอกเขาว่าการเรียนเทอมสองและการสอบเป็นการสอบไล่ ข้อสอบจึงยากกว่าเทอมแรก พ่อต้องการให้ลูกเป็นเด็กดี แต่ในเรื่องการเรียนถ้าลูกจะเสียใจก็ควรเสียใจเพราะลูกสนใจการเรียนน้อยไป ถ้าอ่านหนังสือมากกว่านี้ ลูกอาจจจะได้คะแนนมากกว่านี้ต่างหาก ไม่ทันถึงบ้านเขาก็สดชื่นขึ้น บางทีเราดุด่าลูกหรือลูกศิษย์โดยไม่สอบถามเหตุผลเขาก่อน ก็จะยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้ปกครองหรือระหว่างครูกับเด็ก ห่างออกไปเรื่อยๆ ครับ
ลูกศิษย์เรียนไม่ได้มาตรฐานที่ต้องการ แต่ถามว่าลูกศิษย์ครูอิงเรียนอย่างมีความสุขไหม ถ้าใช่ก็ถือเป็นความสำเร็จแล้ว เป็นผมไม่กลัวครับ ถ้าจะให้เด็กเก่งเวลาเข้าเรียนก็ให้สอบสิครับ ใครคะแนนดีค่อยเข้ามาเรียน ถ้าอย่างนี้ก็จะได้แต่เด็กเก่ง แต่ถ้าเด้กไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่รู้จักเอื้อเฟื้อ ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์จบเกรดดีแต่คุยกับใครไม่รู้เรื่อง จะมีประโยชน์อะไร
เมื่อ พฤ. 02 ก.ค. 2552 @ 21:58
1384262 [ลบ] [แจ้งลบ]
วางทุกอย่างไว้ตรงนั้น แล้วหันมาฟังเพลง สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ และมิตรภาพของชาวเรา
HAVE A NICE LONG WEEKEND KA
เมื่อ ศ. 03 ก.ค. 2552 @ 19:40
1385820 [ลบ] [แจ้งลบ]
HAVE A NICE LONG WEEKEND KA
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณนะคะ วันหยุดยาว ครูอิงกะว่าจะสะสางงานให้เสร็จให้หมดค่ะ คงไม่ได้ไปไหนนอกเหนือไปจากการท่องอยู่ในโกทูโนว์ นี่แหละค่ะ
สวัสดีครับคุณครู ขอแสดงความยินดีด้วยครับ(จากใจจริงนะครับคุณครู)เพราะคำพูดวรรคสุดท้ายของคุณครู ครับ "รู้สึกเบาสบายเหลือเกิน "
เมื่อ พฤ. 02 ก.ค. 2552 @ 22:51
1384357 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีครับ ครูอิง
สวัสดีค่ะคุณ หมอน้อย
เมื่อ ศ. 03 ก.ค. 2552 @ 22:08
1386232 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีครับคุณครู ขอแสดงความยินดีด้วยครับ(จากใจจริงนะครับคุณครู)เพราะคำพูดวรรคสุดท้ายของคุณครู ครับ "รู้สึกเบาสบายเหลือเกิน "
สวัสดีค่ะคุณ หนุ่มกร ตอนนี้ครูอิงรู้สบายจริง ๆ ค่ะ เหมือนปลดอะไรที่มันหนัก ๆ ออกไปจากบ่าได้ ความจริงงานวิชาการเป็นงานที่สำคัญที่สุดในการบริหารการจัดการศึกษาค่ะ แต่มักได้รับการจัดอันดับไว้ท้าย ๆ งานที่มาอันดับแรกมักเป็นการบริหารงบประมาณค่ะ หัวหน้าฝ่ายวิชาการจะรับงานหนักในการที่จะพัฒนาให้นักเรียนเก่ง เมื่อมีการนิเทศ ประเมินงานจากหน่วยเหนือ เขาก็จะเรียกหาหัวหน้าฝ่ายวิชาการเสมอ ๆ ซึ่งครูอิงเองก็เบื่อแล้วกับการที่ต้องตอบคำถามผู้ประเมิน ขอบพระคุณนะคะ ที่แวะมาให้กำลังใจกันเสมอ ๆ ขอความดีคุ้มครองให้มีความสุขทุก ๆ วันนะคะ
สวัสดีค่ะ
( ภาพ : พระธาตุช่อแฮ จ. แพร่ )
ผมเพิ่งกลับจากแพร่ครับ ไปทำธุระซะหลายวัน เจอฝนทั้งวันทั้งคืนเลยครับ ได้มีโอกาสไปทำบุญและไหว้พระธาตุช่อแฮมาด้วย จึงขอแบ่งบุญให้ครูอิงและครอบครัวด้วยนะครับ ให้มีความสุขความสบาย ๆ หลาย ๆ ทุกมื้อทุกเว้นเด๊อครับ
เมื่อวาน พาลูกๆ นั่งดูภาพยนตร์เรื่อง "หนองหมาว้อ" ..ภาคต่อของ "ครูบ้านนอก" ..ตลอดเรื่อง พยายามชี้ให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของการการเป็นครู...เห็นความสำคัญของการเรียนหนังสทอ และเห็นความงดงามของชาวบ้านที่พึ่งพากันและกันอย่างแนบแน่น..
....
สวัสดีค่ะ น้องอิง