แกลลมอ

ประเพณีการ"รำออ"

ก่อนปี  พ.ศ 2000 ประวัติประเพณีการรำออ ของชนชาวกูย มีมาตั้งแต่โบราณ เดิมที การรำออ ก็คือการรำแก้บนของคนในสมัยนั้น เมื่อเกิดมีคนเจ็บป่วยไม่สบายในชมชนนั้น ก็จะมีปราชญ์ประจำหมู่บ้าน มาทำพิธีบนบานแก่ผีบรรพบุรุษ  ผีไร่ผีนาหรือผีพระภูมิเจ้าที่ ว่าถ้าหากผู้ป่วยหายจากอาการเจ็บป่วยก็จะทำพิธีรำแก้บนให้ และก็จะมีการบนอาหาร หวานคาว  หมู เห็ด เป็ด ไก่ แล้วแต่ตามฐานะครอบครัวของผู้ป่วยนั้น ซึ่งการรำออก็จะมีทั้งเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น แคน  พิณ  ซอและกลอง ฉิ่ง  ฉาบเมื่อคนป่วยได้หายจากการป่วยแล้วซึ่ง ชาวกูย หรือส่วย จะเเรยกอาการหายป่วยว่า " ออ" และก็ได้สืบทอดต่อๆกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาซึ่งเรียกพิธีนี้ว่า พิธีการรำออ

ประเพณีการแกลมอ  หรือรำมอ

การรำมอ คือการรำคล้องช้าง หรือคล้องม้า เพื่อนำมาถวายแก่ผีพระภูมิเจ้าที่  เทวาอารักษ์นั่นเอง การรำมอ จะแตกต่างจากการรำออ ตรงที่การรำมอ ผู้แสดง หรือนางรำจะต้องสวมวิญญาณของช้าง หรือม้าตามที่หัวหน้าพิธีได้บนบานเอาไว้ก่อนเข้าพิธี ขั้นตอนแรกผู้เข้าพิธีจะต้องยกขันครูเพื่อขอขมา และไหว้ครู เมื่อไหว้ครูเสร็จวิญญาณของช้าง ม้าจะเข้าสิงทันที อากัปกิริยาของผู้นั้นจะเปลี่ยนเป็นคนละคน และผู้แสดงอีกฝ่ายจะแสดงต้วเป็นผู้อาสาจับคล้องช้างหรือม้า ส่วนช้างและม้านั้นเมื่อรู้ว่ามีคนไล่จับก็จะพยายามวิ่งหนีเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้แก่นายพรานที่ไล่จับ และนำไปเซ่นแก่พระภมิเจ้าที่ตามที่ได้บนบานเอาไว้ รวมทั้งมีของเซ่นไหว้ต่างเช่น ไก่ต้ม เหล้าสาโท ผลไม้ เป็นต้น และก็จะมีการสั่งสอนลูกหลาน ให้พร เพื่อให้ลูกหลานเหล่านั้นกระทำในสิ่งที่ดีงาม อ่ยาไปลบหลู่บรรพบุรุษ  ผู้หลักผู้ใหญ่ สุดท้ายของพิธีการคือการผูกข้อมือด้วยด้ายมงคลเพื่อเรียกขวัญให้กับผู้ป่วย และให้คนในชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข

จากนั้นมาชนชาวส่วย หรือกูยจึงได้ยึดถือประเพณีการรำออ และรำมอมาตั้งแต่บัดนั้น

กลอนบนบานบอกกล่าว

กอนเจารำมอ  ออ  ตะงัยแน      ออนกูยแมแบล๊ะบืนต็องชิมหน่ะ

กูแบละบืนอย่าซิงออนอัดระฮ้า    ออนบืนปร๊ะ  หลิกปลอ ออนซอปิ๊ หลาว

แปลว่า  ลูกหลานมารำมอ  ออ ในวันนี้  ให้คนที่มาดูอยู่เย็นเป็นสุขทุกๆคน  อย่าได้อดอยาก ขอให้เงินท่วมหัวมีข้าวเต็มฉาง

สุดท้าย ถ้าหากว่าผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำต้องขออภัยมา  ณ. ที่นี้ด้วย

                                                                 เรื่องเล่าโดย

                                                              พรชัย      ไทยมหา