การเยี่ยมบ้านนักเรียน มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจและอยากจะแบ่งปันกับคุณครูและผู้ปกครองอีกมากมาย บันทึกนี้ขอเล่าเรื่องของน้องเติ้ล เป็นลูกคนโตอายุ ๑๒ ปีเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มีน้องชายอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ และน้องสาวอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ ๑
ครูคิมสอนภาษาอังกฤษน้องเติ้ลมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ รวมปีนี้เป็นเวลา ๗ ปี คิดว่ารู้จักน้องเติ้ลดีพอในด้านที่มองเห็น น้องเติ้ลแต่งกายสะอาด เรียบร้อย คุณแม่เอาใจใส่ คุณพ่อไปทำงานที่กรุงเทพฯ ฐานะทางบ้านจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับชุมชนนั้น น้องเติ้ลเรียนช้า เฉื่อยชา พูดน้อย จะนั่งยิ้มเพียงอย่างเดียว ไม่ทำการบ้าน ชอบแสดงออกในการเต้นท่าทางต่าง ๆ โดยเฉพาะท่าไก่ย่าง คุณครูทุกท่านมีความเห็นตรงกันกับปัญหาของน้องเติ้ล
คุณแม่ของน้องเติ้ลเล่าให้ฟังว่าก่อนวันไปเยี่ยมบ้าน ๑ วัน น้องเติ้ลเก็บกวาด ทำความสะอาดบ้านโดยไม่ต้องบอก จัดบ้าน ดูแลกระถางต้นไม้และถางหญ้าบริเวณบ้าน รดน้ำต้นไม้รวมทั้งแต่งกิ่งไม้ใบหญ้า คุณแม่สงสัยคิดว่า "ลูกของตนเองไปทำผิดอะไรมา"
เมื่อได้สนทนากับคุณแม่ของน้องเติ้ลทราบว่า "น้องเติ้ลขาดออกซิเจนตอนคลอดไปประมาณ ๕ นาที แพทย์ผู้ทำคลอดบอกกับคุณแม่ว่าเมื่อถึงวัยเรียนลูกจะเรียนช้า" นอกจากนั้นพฤติกรรมที่อยู่กับครอบครัวทำงานช้าเฉื่อยชา ชอบเล่นกับเพื่อนชื่อน้องออย น้องกระดัง น้องโด้ น้องโก้ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ และ ๔ เด็กเหล่านี้เป็นเด็กเรียนช้าเช่นกัน บอกกับทางบ้านว่าไม่มีการบ้านทุกวันเนื่องจากลืม ไม่ได้เกิดจากการโกหก ทุกเช้าจะถามแม่ว่า "วันนี้ใส่ชุดอะไร"
สำหรับด้านที่พึงประสงค์ น้องเติ้ลจะช่วยแม่ทำงานโดยไม่ต้องบอก มีความเอื้ออาทรต่อแม่และน้อง เมื่อแม่เจ็บป่วยจะดูแลแม่เป็นอย่างดี นอกจากนั้นจะรับผิดชอบเรื่องการซักรองเท้า ถุงเท้า ทุกวันศุกร์ และตื่นนอนแต่เช้าประมาณตี ๕ ทุกวัน วันหนึ่งน้องเติ้ลถามคุณแม่ว่า "แม่ครับ..แม่เสียใจไหมที่น้องเติ้ลไม่เคยได้รับทุนอะไรเลย แต่คราวต่อไปครูคิมบอกว่ามีทุนเด็กจิตสาธารณะเติ้ลจะพยายามทำให้ได้ครับ"
ครูคิมเป็นคนหนึ่งที่ต้องการจะแก้ปัญหาการเรียนรู้ของน้องเติ้ล แก้มาหลายวิธีการแล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ เมื่อได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของน้องเติ้ล จึงได้สัญญากับตัวเองว่า"ต่อไปจะไม่บังคับให้การบ้านน้องเติ้ลเหมือนคนอื่น น้องเติ้ลอาจจะเป็นเด็กพิเศษคนหนึ่งของครูคิม"และครูคิมภูมิใจมากที่น้องเติ้ลเห็นความสำคัญและมีความพยายามที่จะเป็นเด็กจิตสาธารณะ


สวัสดีครับ เป็นบันทึกที่ช่วยเตือนสติได้ดีมากเลย..ผู้ใหญ่อาจจะทำร้ายเด็กโดยไม่เจตนา เพราะไม่รู้สาเหตุอย่างที่คุณครูว่า...ขอบคุณครับ
อานิสงส์จากการเยี่ยมบ้าน ค้มค่าแก่การเยี่ยมมากเลยนะครับ สำหรับน้องเติ้ล
สวัสดีครับ
แวะมาให้กำลังใจคุณครูครับผม
สู้ๆนะครับ
สวัสดีค่ะท่านพี่หนุ่ม กร~natadee
สวัสดีค่ะน้องเทพ
สวัสดีค่ะน้องลีลาวดี
ดีค่ะ
พี่เห็นด้วย
สอนให้เบ็ดเสร็จจบกระบวน
แล้วติดตามการนำความรู้ไปใช้ พัฒนาจิต นำปัญญา
ค่อยๆเติมเต็มอย่างที่น้องครูคิมทำอยู่ดีแล้วค่ะ
การบ้านเป็นการตอกซ้ำย้ำเตือน กันลืม ก็ดี
แต่เด็กมีความแตกต่างกันทั้งภายในตัวเด็กเอง และครอบครัว
สองประเด็นนี่ก็สาหัสแก่ใจเด็กน้อยแล้ว
ใครไม่มาใกล้ชิดหาเข้าใจไม่
การเยี่ยมบ้านคงไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การรายงานการทำงาน
แต่ครูเราทุกคนว่าสิ่งที่ครูได้สัมผัสนั้น
จะช่วยให้เกิดการต่อยอดการแก้ปัญหา
และการพัฒนาเยาวชนของชาติ
ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่krutoi
สวัสดีค่ะน้องอิงจันทร์
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม...
หนูยังไม่ได้ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนเลยสักคน แบบว่างานเข้ามาเป็นระยะๆ ได้แต่วางแผนไว้
หนูยังจำฝังใจการเยี่ยมบ้านนักเรียนจากปีที่แล้ว มีอะไรมากมายที่หนูไม่รู้ถ้าไม่ได้ไปสัมผัสกับครอบครัวเด็กๆ
สู้ๆค่ะ เพื่อน้องเติ้ล ..^_^..
มาบอกพี่คิมดัง ๆ ว่า " ขอบคุณครับ ขอบคุณหลาย ๆ " ที่ไปเยี่ยมเยียนกันเสมอ ๆ
สวัสดีค่ะน้องครูตุ๊กแก…ตัวดำๆ…
สวัสดีค่ะนายก้ามกุ้ง
สวัสดีค่ะพี่คิมคนเก่ง..
สวัสดีค่ะน้องศน.อ้วน
เป็นครูนี้ไม่ธรรมดาเลยครับต้องทำทุกๆๆอย่าง มารายงานว่าที่ตราด ฝนตกหนักมากๆๆ
เห็นชัดเลยครับกับประโยชน์ของการเยี่ยมบ้านนักเรียน
แล้วนี่ถ้าครูคิมลาออก เด็กๆที่ต้องการคนเข้าใจเขาจะทำอย่างไร