สุขภาพดี...ชีวีมีสุขที่บ้าน สังข์ทอง
โอ๊ยเป้ากางเกงขาด เพราะกางเกงมันตึงมากเลยจะนั่งตะละทีมันเสนลำบาก รู้สึกอึดอัดแน่นมากเมื่อกินข้าวกลางวันกับเพื่อนร่วมงานในห้อง ก็น้ำหนักปาเข้าไป 65 กิโลกรัม กางเกงก็ใส่ใหญ่ขึ้นแล้วนะ (เอว 34 นิ้ว) ทำไมกางเกงยังเป้าขาดได้นะ ลูกก็บ่นว่าแม่อ้วน กอดเอวไม่ถึงแล้ว ลูกจ๋า “แม่ก็รู้สึกรำคาญกับตัวเองเหลือเกิน....มันอึดอัดและตุ่มตุ่ย” ดูแล้วน่าเกลียดจังเลยคนมีก้นงอนเวลาอ้วนดูไม่ดีเลย คิดแล้วเราอยากจะลดน้ำหนักอย่างมาก แล้วจะอย่างไรดีล่ะ หาหนังสือในห้องสมุดมาอ่านเกี่ยวกับการลดความอ้วน อ่านจนไม่รู้ว่าจะเลือกของใครดีเพราะทำแล้วโปรแกรมของเขาก็ไม่เหมือนโปรแกรมของเรา ดิฉันจึงเริ่มต้นโดยไม่กินข้าวเย็นเพราะคิดว่าไม่มีพลังงานมาสะสมก่อนที่จะนอน เมื่อทำได้ประมาณ 1 เดือนก็รู้สึกว่าเวลาไม่กินอาหารเย็น ก็เริ่มหิวมาก ๆ เริ่มจะทนไม่ได้ พอดีได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เกิดชอบขึ้นมา คือ “หนังสือสูตรเด็ด....เคล็ดลับผอม” ที่ชอบเพราะความคิดของคนเขียนและผู้ที่พิชิตความอ้วนได้ด้วยผัก ดิฉันจึงเริ่มทำตามโดยออกแบบรายการอาหารเอง เช่น
เช้า : ทานผักบุ้งผัดเต้าเจี้ยวใส่น้ำมันเล็กน้อย
กลางวัน : ทานผักต้มจิ่มน้ำพริกกะปิ
เย็น : ทานน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล
รับประทานได้ 2 เดือน โดยสลับกับผักชนิดอื่น ๆ น้ำหนักจึงเริ่มลดลงเหลือ 57 โดยไม่ได้ออกกำลังกาย ปรากฏว่าเกิดผลกระทบต่อสุขภาพคือเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ซีด จนทำให้บริจาคโลหิตไม่ได้ ต้องทานยาบำรุงเลือด ดิฉันจึงหันกลับมารับประทานอาหารตามปกติ ประกอบต้องทำงานตอนเย็นถึง 2 ทุ่มครึ่ง อยู่ประมาณ 2 เดือน เพื่อนๆที่ทำงานกันรับประทานอาหารเย็นกัน และไม่ได้ออกกำลังกายเลยน้ำหนักพุ่งมาที่ 62 กิโลกรัมและเดือนพฤศจิกายน 2549 จะได้เวลาตรวจสุขภาพแล้วไม่อยากชั่งน้ำหนักเลยกลัวมันจะขึ้นมากอีก และน่ากลัวโคเลสเตอรอล สูงแน่เลย จริงดังคาดการณ์ไว้น้ำหนักขึ้นเป็น 62 กิโลกรัม ดังเดิม
ผลการตรวจสุขภาพประจำปี 2550
Cholesteral 250 mg/dL
HDL-C 52 mg/mL
LDL 140 mg/dL
ดิฉัน พยายามลดน้ำหนักโดยการกินผักและออกกำลังควบคู่กันไปจนกระทั่งน้ำหนักลดลงเหลือ 57 กิโลกรัม ก่อนเข้าโครงการข้าราชไร้พุง ได้รับความรู้ การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำและการออกกำลังกายสม่ำเสมอเพิ่มขึ้น จึงนำมาปรับใช้กับตัวเองเป็นเวลา 6 เดือนจึงได้ตรวจสุขภาพ ผลการตรวจสุขภาพดีขึ้นดังรายละเอียดข้างล่าง
Cholesteral 161mg/dL
HDL-C 72 mg/mL
LDL 80 mg/dL
ปัจจุบัน(มกราคม 2551) ดิฉันน้ำหนักลงเหลือ 53 กิโลกรัมโดยการควบคุมการรับประทานอาหาร ทานที่มีแคลอรีต่ำ ออกกำลังกายทุกวันในช่วง 05.30-6.30 น. เพราะเมื่อก่อนออกช่วงเย็น มีเวลาน้อยเพราะต้องไปรับลูกที่โรงเรียน สอนการทำการ รับประทานอาหาร และที่สำคัญต้องรอคิวในการใช้เครื่องออกกำลังกายลูกก็บ่นที่ต้องมานั่งคอยดิฉัน ดิฉันคิดว่าเป็นปัญหามาก จึงหาทางออกว่า “ทำอย่างไรที่เราจะได้ออกกำลังกายทุกวัน” จึงปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายในช่วงเช้า เราก็ตื่นเช้าอยู่แล้วเพราะต้องหุ้งข้าวทำกับข้าวใส่บาตร โดยเราตื่นเช้าขึ้นตั้งหม้อข้าวแล้วไปวิ่งทุกเช้าก็จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ ทำให้เราสดชื่นทั้งร่างกายและจิตใจ เสร็จจากวิ่งก็อาบน้ำรอใส่บาตร เป็นความสุขใจที่เราได้รับทั้งทางร่างกายและจิตใจ ร่างกายแข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อกระชับขึ้น นอนหลับง่าย ตื่นเป็นเวลาโดยอัตโนมัติ ระบบขับถ่ายเป็นเวลา ไม่เคยเป็นหวัดเลย ถึงน้ำหนักจะลงไม่มากแต่และสามารถรักษาระดับน้ำหนักได้เท่าเดิม ที่สำคัญดิฉันก็ภูมิใจที่สามารถใส่เสื้อผ้าเก่าๆได้ ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนก่อนใครๆก็ทักว่าสวยขึ้น
สิ่งที่ต้องทำต่อไปในอนาคต ต้องดูแลสุขตนเองในเรื่องกินอาหารอย่างระมัดระวัง อย่าคิดว่าไม่มีเวลาในการออกกำลัง กระตุ้นเตือนสมาชิกในบ้านและคนรอบข้างให้มาใส่ใจเรื่องการออกกำลังกายและแบ่งปั้นความรู้สึกดีๆแก่คนรอบข้าง ให้มีความสุขแบบเศรษฐกินพอเพียง
ศิรัชญา สังข์ทอง
ก่อนลดน้ำหนัก 62 กิโลกรัม
หลังลดน้ำหนัก 53 กิโลกรัม
กลุ่มงานเวชกรรมสังคม
สำคัญมากเลยครับ คนชมเนี่ย ควรทำให้เค้าชมว่าสวยอยู่เสมอ มั่นใจว่าคุณจะไม่อ้วนอีกเลย