ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมเองอาจยังไม่รู้จักเครื่องมือ BAR ดีนัก ซึ่ง BAR ที่ผมเคยใช้ จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคาดหวังของผู้ร่วมงาน และวิธีการปฏิบัติที่จะทำให้ได้ผลตามที่คาดหวัง
แต่เมื่อเดือนก่อนโน้น ผมได้ไปร่วม Workshop เพื่อพัฒนาคุณอำนวยของสายงานผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง มีช่วงหนึ่งของ Workshop ที่ได้เชิญคุณชาญ วารีสวัสดิ์ ซึ่งเคยเป็นประธาน CFT Boiler ของโรงไฟฟ้าบางปะกงมาเล่าประสบการณ์การทำหน้าที่คุณอำนวยให้กลุ่มฟัง ซึ่งพี่ชาญได้เล่าถึงประสบการณ์การใช้ BAR เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า ที่มาของการนำ BAR นี้มาจากตอนที่เคยมี External Auditor มาตรวจสอบ แล้ว Auditor ได้ Audit ในประเด็นของความปลอดภัย-การป้องกันอุบัติเหตุ แก่ผู้ปฏิบัติงาน ทำให้พี่ชาญฉุกใจคิดได้ว่า ขนาด Auditor ที่เป็นคนภายนอกองค์กรแท้ ๆ ยังมีใจเป็นห่วงเป็นใยต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในองค์กรของเรา เราเองจึงควรต้องใส่ใจกับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน
เครื่องมือที่พี่ชาญ นำมาใช้ คือการปรับ BAR ให้มีคำถามในเรื่องของการป้องกันอุบัติเหตุ ในลักษณะที่ว่า “ในการที่จะทำงานนี้ มีอะไรที่จะต้องระวังบ้าง” ซึ่งผมเองมองว่า เป็นลักษณะของการประยุกต์เอาเรื่องการประเมินความเสี่ยงเข้าไปใช้กับ BAR ได้อย่างเนียนดีมาก ซึ่งการประเมินความเสียงแบบ BAR นี้ ที่ผมมองว่าต่างจากการประเมินความเสี่ยงแบบที่เคยรู้จักกันทั่ว ๆ ไปก็คือ ทุกคนที่ร่วม BAR เป็นผู้ประเมินและรับทราบความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนตระหนักและระมัดระวังตัว ในขณะที่การประเมินความเสี่ยงแบบเดิม ๆ จะเน้นเอาหัวหน้างานมาประเมินเอาว่า จะมีความเสียงอะไร แล้วถ้าการประเมินนั้นไม่ได้ถูกถ่ายทอดไปสู่ผู้ปฏิบัติงานจริงอย่างทั่วถึง
ต้องขอชื่นชม พี่ชาญ ที่ปรับใช้ BAR อย่างแนบเนียนเหมาะกับงาน ก็เลยอยากจะเอาวิธีการใช้ BAR แบบกลายพันธ์ในทางที่ดีมาบันทึกไว้แลกเปลี่ยนกับท่านที่เข้ามาอ่านครับ
ประมาณ วงศ์วานรุ่งเรือง การบ้าน
Reinventing your Personal Brand
การที่คนเราจะเปลี่ยน Brand ของตัวเองจะมีอุสรรคข้อนข้างมากที่จะต้องก้าวข้ามไป ปัญหานี้คล้ายกับการที่คนเราทำอะไรนานเข้าจนติดเป็นนิสัยแล้วนั้นจะเป็นการยากที่จะเปลี่ยน ไม่ว่าการกระทำนั้นๆจะดีหรือไม่ จะถูกหรือจะผิด เช่นเดียวกับการ Rebrand ซึ่งมี 5 ข้อที่สำคัญที่ต้องทำได้แก่
1. Define Your Destination
ก่อนที่จะ Rebrand ได้นั้นเราต้องรู้ว่า Brandเราเป็นเช่นไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร แล้วจึงจะหาว่าจะ Rebrand ไปในแนวไหน การศึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนา เป็นข้อสำคัญที่ต้องทำ การเรียนรู้ทำให้เราเชื่อมั่นในสิ่งให่ม ส่วนประสบการณ์ใช้เวลา การศึกษาและการเรียนรู้ที่ดีจะทำให้ได้ประสบการณ์ที่มีความผิดพลาดน้อยที่สุด
2. Leverage Your Points Of Difference
ก่อนอื่นเราต้องหาจุดเด่นและจุดด้อยของเราและกำจัดจุดด้อยเสียจะทำให้เราเป็นที่ยอมรับ(Trust)ของบุคคลอื่นๆอย่างกว้างขวาง มันเป็นการยากที่คนเราจะได้รับความสำเร็จโดยไม่มีคนยอมรับ
3. Develop A Narrative
คนเรานั้นมีความสนใจในหลายเรื่อง แต่จะไม่เกิดประโยชน์อะไรถ้าไม่เชื่อมต่อความสนใจให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา น่าจะตรงกับคำที่ว่า “จับจด—ทำทุกเรื่องแต่ไม่ได้เรื่อง” เราควรนำจุดอ่อนมาพัฒนา ปรับปรุงให้ดีขึ้น การที่เราทำงานมานานจะทำให้เรามีประสบการณ์มากแต่จะเชื่อมต่อกับเด็กรุ่นให่มอย่างไร ถ้าเราข้ามจุดนี้ไปจะเกิด Buddy กลุ่มใหม่ และจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในภายหน้า
4. Reintroduce Yourself
คนเราสามารถนำเสนอตัวเองได้ดีที่สุดโดยผ่านสื่อ(Net Work) การเลือก Net Work นั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ คนที่ไม่รู้จักเราแต่มีความสำคัญต่อเราในการที่จะ Rebrandตัวเราเพราะในภายหน้าเขาจะเป็นทั้งเพื่อน ที่ปรึกษา และลูกค้าของเราก็ได้ การเสนอตัวเองนั้นง่ายมากแต่จะทำให้เป็นที่สนใจและยอมรับนั้นยากมาก การนำเสนอตัวเองจะต้องดูว่าตัวเราจะติดลบหรือไม่ (ได้ไม่เท่าเสีย) วางแผนในการนำเสนอตัวเองว่าจะเสนอส่วนไหน และจะดีหรือเสียต่อตัวเรา การที่เราเข้าไปทำงานในส่วนที่คนอื่นๆไม่ทำอาจส่งผลดีแก่ตัวเราก็ได้
5. Prove Your Worth
เราควรพิสูจน์คุณค่าของเราให้คนอื่นรู้คนอื่นเชื่อ เมื่อเขาเชื่อเราและเขาจะส่งเสริมเราได้อย่างสนิทใจ และยังทำให้คนอื่นๆเข้าถึงเราได้ง่ายขึ้น ช่วยเหลือผู้อื่นหรือสังคมเพื่อที่จะให้เป็นที่ยอมรับในความสามารถของเรา การเชื่อมั่นในตัวเราเกิดจากการพูด การตอบปัญหาและการแก้ปัญหา ให้ผู้อื่นได้รับรู้
การ Rebrand ย่อมมีอุปสรรค การข้ามอุปสรรคนั้นสำคัญที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเชื่อมั่น การทำให้ผู้คนยอมรับเรา เราต้องขยายสังคมที่เราอยู่ออกไปให้กว้างมากขึ้น Organization Social
Brand เดิม Rebrand ใหม่
ผู้ชำนาญก่อสร้างและวางแผนก่อสร้างระบบส่ง Go Inter
ไม่เป็นที่รู้จัก พัฒนาด้านภาษา
ยังไม่ได้รับการยอมรับ เป็นที่ยอมรับในการศึกษา
สร้างความเชื่อมั่น
ผลงานที่มีประสิทธิภาพ
ประมาณ วงศ์วานรุ่งเรือง