ด้วยความรักหอมหวนชนให้ใครต่อใครเข้ามาผูกมิตรไมตรี

ในเรื่องการยกย่องคนดีตามทัศนะของโม่จื๊อกล่าวทำนองว่า...ในการปกครองผู้คนปกครองแคว้นต่าง ๆ ผู้ปกครองก็ต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด  แล้วทำไมละเขาจึงไม่รู้ว่า...

การยกย่องคนดีนั้นเป็นพื้นฐานของการปกครอง  ผู้มีคุณค่าทางศีลธรรมจรรยาเป็นคนฉลาดปกครองคนโง่คนเลว  ความมีกฎกติกาความมีระเบียบวินัยย่อมเกิดขึ้นในสังคม 

 แต่เมื่อคนโง่คนเลวปกครองบ้านเมืองแล้วความไร้ระเบียบต่าง ๆ ก็บังเกิดขึ้น  พระราชาแห่งปราชญ์โบราณจึงย้ำนักหนาให้ยกย่องคนดีและจ้างคนมีความสามารถมาร่วมงาน ไม่ใช่เอาวงศาคณาญาติ  คนร่ำรวยหรือรูปร่างสวยงามนามไพเราะมาร่วมงานเพื่อปกครองแคว้นต่าง ๆ  

 คนดีจะต้องได้รับการยกย่องและส่งเสริมบำรงและให้เกียรติและได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำในทุกระดับ  คนเลวต้องได้รับการปฏิเสธและต้องถูกเนรเทศออกไปจากแคว้น  จะทำให้ปวงชนเกิดการแข่งขันทำความดี  และคนดีก็จะเพิ่มมากขึ้น  ฝ่ายคนชั่วก็จะน้อยลงตามลำดับ 

 เมื่อแคว้นมีคนดีปกครอง  กฎหมายก็จะมีผู้กระทำตามอย่างยุติธรรม  ปวงชนก็จะอยู่ดีกินดี  ความดีทั้งหลายก็ไหลรวมเข้ามาแม้ฟ้าและดวงวิญญาณของบรรพบุรุษย่อมกระทำให้ผู้ปกครองเจริญรุ่งเรือง

  ด้วยความรักหอมหวนชนให้ใครต่อใครเข้ามาผูกมิตรไมตรี ผู้ปกครองทั้งหลายย่อมพบความสำเร็จตามโครงการที่วางเอาไว้

 เป็นสื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางการปกครอง  ทีนี้ในวิถีทาง ( เต๋า ) ที่ราชาแห่งปราชญ์  ที่สามารถทำให้อาณาจักรตกอยู่ในอำนาจและมีอำนาจเหนือเจ้าผู้ครองนครทั้งหลายก็เป็นเพราะการรู้จักยกย่องคนดีนั้นแล.