กะทูนวิปโยค
สามหนึ่งซึ่งโศกเศร้า โศกา
ยี่สิบเอ็ดพฤศจิกา จำได้
ภัยธรรมชาติพัดพา ทั่วหมด สิ้นแล
ช่วยซับน้ำตาให้ อย่าได้ แหนงหนี
ชาวไทยในถิ่นใต้ อาดูร
คีรีวงและพิปูน ก่นเศร้า
หลายชีวิตสาบสูญ ไปอยู่ ใดฤา
เคยเห็นกันค่ำเช้า แสนเศร้า ใจหาย
กะทูนปูนโศกทั่ว แผ่นดิน
ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง
ภูเขาล่มทะลายดิน ซุงทะลัก ไหลนา
โคลนตมถมทับเกลี้ยง หมดสิ้น สาบสูญ
วัวควายตายหมดสิ้น โรงนา
เป็ดไก่หอยปูปลา ไป่ยั้ง
ทั้งพืชพันธุ์ธัญญา ตายหมด สิ้นแล
นากุ้งรุ่งเรืองทั้ง ยังล่ม จมหาย
โรงเรียนเพียรก่อตั้ง นานมา
บ้านเรือนและวัดวา หมั่นสร้าง
พายุซุงพุ่งพัดพา ไปหมด สิ้นนา
ใครรับผิดชอบบ้าง ตอบถ้อย ความแถลง
ตะลุมพุกเคยทุกข์ท้น นานปี
ชาวกะทูนกลับมี กว่านั้น
ซุงโคลนตมถมทับชี- วิตดับ ดิ้นแด
พ่อแม่ตายหมดบ้าน ลูกร้อง มองหา
น้ำท่วมทั่วภาคใต้ เมืองทอง
เชิญชวนไทยทั้งผอง ส่งให้
สละทรัพย์สินเงินทอง มีอยู่ ไปนา
ซับน้ำตาชาวใต้ รอดพ้น กุศลหลาย
ชนิดคำประพันธ์ : โคลงสี่สุภาพ
ผู้ประพันธ์ : นายพนม ไชยโรจน์
29 ธันวาคม 2531
เกิดบ้านกะทูนเหนือ ใช้ชีวิตในวัยเยาว์อย่างมีความสุข เพียบพร้อมด้วยเคริอญาติ
จากบ้านเกิดไปร่ำเรียน ใช้ชีวิตทำงานมีครอบครัวในต่างถิ่น แต่ก็หมั่นมาเยือนทุกครายามคิดถึง ไม่เคยห่างหาย ..... ใครจะนึกว่า บ้านเกิดจะจมหายไปกับสายน้ำและท่อนซุง ร่ำไห้ ..เสียใจ..เสียดาย..คิดถึงอยู่เสมอ ดึกดื่นฝันถึง ไม่มีอีกแล้ว....จากแล้ว.จากเลย..ลาลับ
ตอนน้ำท่วมกะทูน ดิฉัน เรียนวิทยาลัยนาฎศิลป์นครศรีฯ อยู่ ม.1 พอดี หอพักก็พัง ต้องหนีน้ำไปอยู่ในโรงเรียน ได้กินข้าวในวันที่น้ำท่วม เพียง 3 คำเท่านั้น โชคยังดีที่เป็นน้องเล็กสุด พวกพี่ๆ ไม่ได้กินอะไรเลย ถ้าเล่าก็คงอีกยาว ขอบคุณคะ