เงินก็ของเรา ภาระก็ของเรา

ภาระที่เราไม่ได้ก่อ แต่ก็ต้องออกหน้าทวงให้

 

มีเพื่อนชอบคุย ๆ เรื่องกลุ้มใจให้ฟังก็ไม่พ้นเรื่องเงิน เพราะหากมีปัญหามันก็เป็นเรื่องที่น่ากลุ้มใจ หนักใจ คิดไม่ตก เอาการอยู่นะ มีครั้งหนึ่ง มะลิ มาพา เคยไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนรุ่นพี่อีก 2 คน เพื่อนรุ่นพี่เขาบอกให้เรา 2 คนรอสักครู่ เขาเดินไปทวงเงินคนที่ติดหนี้เขาตั้งนานแล้วยังไม่มีวี่แววจ่ายคืนเลย แล้วกลับออกมาด้วยความผิดหวัง น่าสงสารจัง ติดมาหลายปีแล้ว ก็ยังคงติดไปอีกหลายปี

 

เพื่อนรุ่นพี่บอกมะลิ มาพา ว่า ให้เราช่วยทวงเงินให้เขา แล้วเขาจะให้เราเท่านั้นเท่านี้ เราก็ส่ายหน้า ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่กรณีแบบนี้ มะลิ มาพา ช่วยทวงให้ไม่ได้ แล้วกรณีไหนที่ มะลิ มาพา จะช่วยทวงเงินให้เพื่อนได้บ้าง มีค่ะ

 

หนึ่งเลยเพื่อนคนนั้นต้องติดเงิน มะลิ มาพา อยู่(เพื่อนจะติดเงินได้อย่างไร ในเมื่อ มะลิ มาพา ให้ใครยืมเงินยาก) ไม่อย่างนั้น มะลิ มาพา จะเข้าไปสวมบทบาททวงเงินให้ไม่ได้ แต่เป็นแบบที่เพื่อนติดเงินทางอ้อมค่ะ คือ มะลิ มาพา เล่นฝากเงินรายเดือนกันเป็นกลุ่ม ในที่ทำงานด้วยกัน พอใครอยากได้เงินก้อนในเดือนไหน ก็ให้ดอกเบี้ย แล้วเดือนต่อไปก็จ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย แล้วพอถึงเดือนที่มะลิ มาพา ได้เงินก้อน คนดูแลเงินฝาก ก็ให้เงินมะลิ มาพา ไม่ครบ แถมบอกมะลิ มาพา อีกว่า คนนั้นในกลุ่มยังไม่ได้จ่ายเงิน ให้มะลิ มาพา ไปทวงเอาเอง อ้าว ทำไมต้องเป็นคนได้เงินก้อนไปทวงเอง คนดูแลเงินฝากทำไม่ถูกนี่นา แต่มะลิ มาพา ก็ต้องเป็นคนทวงคนอื่นในกลุ่มที่ยังไม่จ่ายเงิน เรื่องเงิน ไม่ใช่หวานเย็น มะลิ มาพา เลยอดทนรอไม่ได้ว่าเธอจะจ่ายเมื่อไร มะลิ มาพา ก็ต้องจัดการโทรศัพท์ไปหาพี่คนนั้น ทั้งที่ไม่เคยได้คุยเป็นการส่วนตัว เคยแต่ทักทายเวลาพบกันเท่านั้น มะลิ มาพา ก็บอกให้พี่เขาฟังว่าคนดูแลเงินฝากให้ มะลิ มาพา ทวงเงินกับพี่เอง พี่เขาก็บอกว่าขอเวลาอีก 5 วัน 7 วัน ให้คิดดอกเบี้ยได้ มะลิ มาพา เลยทำสัญญากู้เงินให้พี่เขาเซ็น พอถึงวันที่พี่เขาบอก มะลิ มาพา โทรหาพี่เขาหลายรอบอยู่เหมือนกัน แล้วพี่เขาก็นำเงินที่ต้องจ่ายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่มะลิ มาพา หลังจากนั้น มะลิ มาพา ก็ไม่เล่นฝากเงินรายเดือนกับคนดูแลเงินฝากคนนี้อีกเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มะลิ มาพา เล่นฝากเงินรายเดือนกับเธอมาหลายปีดีดัก แต่ก็เป็นโชคดีของ มะลิ มาพา เพราะเพื่อนของมะลิ มาพา เห็นแก่ดอกเบี้ยก้อนโตยังเล่นฝากเงินรายเดือนกับเธอคนนี้อยู่แล้วมาบ่นให้ฟังตลอดว่าเงินยังไม่ได้และต้องคอยตามหาตัวเธอคนนี้อยู่เสมอ มะลิ มาพา ก็ได้แต่สงสารเพื่อน เพราะเคยบอกเพื่อนไปแล้วว่าเธอคนนี้ไม่น่าไว้วางใจเรื่องการเงินแล้ว

 

อย่างที่สองคือคนที่ติดเงินเพื่อนของมะลิ มาพา (ที่ติดเงินมะลิ มาพา อีกที) ต้องรู้จักมะลิ มาพาตั้งแต่ระดับน้อย คือ รู้จักทักทายแบบผิวเผิน ไปจนถึงระดับมาก คือ รู้จักคุ้นเคยเกรงใจกัน มะลิ มาพา ถึงจะช่วยปฏิบัติการทวงเงินให้ได้ อย่างตอนต้นที่เล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง เพื่อนของมะลิ มาพา จะให้ทวงเงินให้เขา เราทวงให้ไม่ได้ เพราะคนที่ติดเงินเพื่อน มะลิ มาพา ไม่รู้จักเลย แล้วมะลิ มาพา จะใช้กำลังอำนาจ (พูดจาแกมข่มขู่ทางวาจาและใจ) ช่วยทวงเงินให้เขาให้สำเร็จผลได้อย่างไร ไม่ได้แน่นอน เราไม่ใช่นักทวงหนี้มืออาชีพ

 

กรณีเข้าข่ายทั้ง 2 ข้อ มะลิ มาพา ก็ประมาณตัวแล้วว่าสามารถช่วยเพื่อนทวงหนี้ได้ เพราะหากเพื่อนไม่ได้เงินคืนจากคนที่ติดเงินเขา มะลิ มาพา เองก็ไม่ได้เงินคืนจากเพื่อน มะลิ มาพา พบกรณีแบบนี้กับตัวเองอีก 2 ครั้ง แล้วก็ทำสำเร็จ

 

ครั้งที่หนึ่ง เพื่อนของมะลิ มาพา ทำงานอยู่ในหน่วยงานสังกัดราชการแห่งหนึ่ง มีลูกน้องเป็นธุรการทำเรื่องเบิกเงินยืมเงินให้แก่เขา ซึ่งก็หลายครั้งที่เบิกยืมเบิกลืมให้แก่เขา คิดว่าเขาไม่รู้ แต่เขาบอกมะลิ มาพา ว่าเขารู้แต่ไม่พูด มะลิ มาพา ทวงเงินเพื่อนตลอดเป็นเดือน ๆ จนผ่านไปหลายเดือนเพื่อนถึงบอกออกมา ทีนี้ทันทีที่ มะลิ มาพา รู้ก็ช่วยปฏิบัติการทวงเงินให้โดยเพื่อนไม่ได้ร้องขอ แต่ มะลิ มาพา ก็จัดการให้ เพราะมะลิ มาพา ก็รู้จักคุ้นเคยพูดคุยกับน้องธุรการคนนั้น คือ พูดกันได้ มีความเกรงใจกันอยู่ มะลิ มาพา เมล์ไปทวงเงิน เธอก็บอกว่า ติดเงินอยู่ 18,000 บาท คิดดอกเบี้ยอีกหนึ่งพันบาทเท่านั้นถูกมากเลย หลังจากติดเงินสะสมมาเรื่อย ๆ ครึ่งปีเห็นจะได้ มะลิ มาพา บอกให้เธอโอนเงินคืนให้ มะลิ มาพา โดยตรงเลยเพราะเพื่อนติดเงิน มะลิ มาพา อยู่ แต่กว่าจะได้เงินคืนก็ปาเข้าไปอีก 2 เดือนกว่า เธอบอกว่าจะโอนให้วันนั้นวันนี้แต่ก็เลื่อนไปด้วยข้ออ้างความจำเป็นต่าง ๆ นานา รอกดเงินจากบัตรกดเงินสดบ้าง รอเงินก้อนจากการเล่นเงินฝากรายเดือนบ้าง รอแล้วรอเล่าเธอก็ผัดวันประกันพรุ่งเพราะเธอเอาเงินไปหมุนจ่ายภาระอื่นของเธอก่อน สุดท้ายก็ได้เงินคืน

 

ครั้งที่สอง เพื่อนร่วมงานอีกรายของเพื่อนคนเดิมนี่แหละ หลังจากที่ มะลิ มาพา ทวงเงินจากน้องธุรการคนนี้ได้แล้ว เธอบอก มะลิ มาพา เองว่ายังมีเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ติดเงินเพื่อนของมะลิ มาพา อยู่ ประมาณ 50,000 บาท มะลิ มาพา ก็ต้องจัดการทวงเงินให้อีกครั้ง เพื่อ มะลิ มาพา เองก็จะได้เงินคืนด้วย มะลิ มาพา ก็ส่งเมล์และข้อความ SMS ไปหาเขาให้เขาคืนเงินเพื่อนโดยโอนเงินมาให้ มะลิ มาพา เพราะเพื่อนติดเงิน มะลิ มาพา อยู่ แต่เขาก็บอกว่า เขาจะโอนเงินคืนเพื่อน แล้วค่อยให้เพื่อนโอนคืน มะลิ มาพา เอง มะลิ มาพา ก็ทำสัญญากู้เงินให้เขาเซ็นเพราะเขากำลังจะลาออกจากงานด้วย ก็จะตามตัวกันยาก มะลิ มาพา ขอให้เขารีบคืนเงินเพื่อนมา เพื่อนจะได้คืนเงิน มะลิ มาพา มะลิ มาพา บอกว่า เขามีเงินซื้อบ้านตั้ง 3 ล้าน มะลิ มาพา ยังไม่มีเลย แต่เขาบอกว่าเขาเป็นหนี้ตั้ง 3 ล้าน สุดท้ายก็เป็นเดือน เขาก็โอนเงินคืนเพื่อนมาแล้วเพื่อนก็โอนเงินคืนมะลิ มาพา 45,000 บาท มะลิ มาพา ดีใจได้เงินคืนจากคนติดหนี้ก้อนใหญ่มาสักที

 

นี่คือประสบการณ์ทวงหนี้ทางอ้อมของ มะลิ มาพา แล้วมะลิ มาพา จะมาบอกเล่าเรื่องชีวิตติดเงินให้ท่านผู้อ่านแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอีกนะคะ