จากภาพรวมสถานการณ์ผลกระทบ 10 ข้อที่ได้กล่าวมาในข้างต้น น่าจะทำให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานที่มีนายไพฑูรย์ แก้วทองเป็นรัฐมนตรี ได้หันมาเหลียวมองการเปิดให้แรงงานข้ามชาติได้มีโอกาสขอใบอนุญาตทำงานอย่างถูกกฎหมายในจำนวนตัวเลขที่หายไป ขณะเดียวกันรัฐบาลจะมีเม็ดเงินที่เป็นงบประมาณจำนวนมากได้เข้ามาช่วยให้รัฐบาลได้มีเม็ดเงินบริหารประเทศ ในภาวะของการขาดแคลนเงินทุน เพื่อกู้เศรษฐกิจให้กลับคืนมาอย่างมั่นคง พร้อมกับเป็นการสร้างภาพลักษ์ในระดับสากลต่อการไม่ตกเป็นประเทศที่มีการใช้แรงงานทาสและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะส่งผลด้านบวกในด้านการค้าและการเมืองระหว่างประเทศระดับสากล

ฉบับที่ 19 (21 เมษายน 2552)

10 ข้อเสนอ หากประเทศไทย ไม่เปิดจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ

บัณฑิต   แป้นวิเศษ

โครงการปกป้องลูกสาว มูลนิธิเพื่อนหญิง

 

            นับแต่กระทรวงแรงงานได้จัดงานวันนัดพบแรงงานทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 20 -21 มีนาคมที่ผ่านมา ย่อมมีนัยยะสำคัญของความต้องการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานประกอบการกับการเปิดการจ้างงานคนไทย และสถานประกอบการที่คนไทยไม่อยากทำว่ามีกิจการประเภทไหนบ้าง เพื่อตอบคำถามต่อการเปิดขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติรอบใหม่ที่จะมีการนำข้อมูลทั้งหมดเสนอการประชุมของคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าว(กบร.)ในวันที่ 20 เมษายน 2552


            จากข้อมูลของเครือข่ายปฎิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (ANM) เครือข่ายองค์กรด้านแรงงานข้ามชาติ (MWG) และ รศ.กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงการเปรียบเทียบจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ได้รับใบอนญาตทำงานตามมติ ครม. 2539 – 2551 พบว่า การอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติทำงานได้ตามกฎหมาย มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นหรือต่ำลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการเมือง เศรษฐกิจที่ถูกกำหนดจากสภาวะการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความไม่มั่นคงในการกำหนดนโยบายของรัฐที่มีความไม่แน่นอน

 


ข้อมูลของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว เดือนกันยายน 2551 ได้แสดงจำนวนแรงงานข้ามชาติเข้าเมืองผิดกฎหมาย 3 สัญชาติที่ขอใบอนุญาตทำงานตาม มติ ครม. มีเพียง 501,570 คน จากจำนวนนายจ้างที่แสดงความต้องการใช้แรงงานข้ามชาติมากถึง 1.2 ล้านคน เห็นได้ว่ามีจำนวนแรงงานข้ามชาติที่มีความต้องการขอใบอนุญาตแต่หายไปมากถึง 698,430 คน คิดเป็นร้อยละ 58.20 คิดเป็นงบประมาณรายได้ของแผ่นดินที่หายไปจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,654,034,000 ล้านบาทต่อปี 

 

และเมื่อหันมามองข้อมูลการรายงานจำนวนแรงงานข้ามชาติปัจจุบันขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO ) สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI ) ที่ประมาณการว่ามีแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยถึง 2 ล้านคน และทำงานในงาน 3 เสี่ยง คือ เสี่ยงสกปรก เสี่ยงอันตราย เสี่ยงความยากลำบาก     เมื่อนำตัวเลขการอนุญาตทำงานปี 2551 มาลบกับตัวเลขของ ILO และ TDRI จะมีแรงงานที่หายไปมากถึง 1,498,430 คน เห็นรายได้ที่เป็นงบประมาณแผ่นดินที่หายไปมากถึง 5,694,034,000 ล้านบาท” ซึ่งเป็นตัวเลขงบประมาณมหาศาลที่ตกอยู่ในมือของพวกค้ามนุษย์ ผู้มีอิทธิพล และข้าราชการบางคน บางกลุ่ม

 

ดังนั้นรัฐบาลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องมีมาตรการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่อย่างไม่ถูกกฎหมายเข้าสู่ระบบ เพราะถ้าไม่เร่งปฎิบัติการเปิดให้แรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่แล้วในประเทศไทยที่ไม่มีใบอนุญาตได้ขึ้นมา มีใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย  ดังข้อเสนอ 10 ข้อของเครือข่ายปฎิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ ( ANM ) เครือข่ายองค์กรแรงงานข้ามชาติ ( MWG ) กล่าวคือ

 

อ่านทั้งหมด click :ดาวน์โหลด