• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

เมื่อผมอกหัก...

  ผมขอไม่เลือกเอา “เวลา” มาช่วยทำให้ทุกข์คลาย แต่ขอเลือกเอา “การปล่อยวาง” ไม่ยึดติด และทำใจให้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับตัวเอง กับน้องสาว หรือคนอื่น มาเรียนรู้และทบทวนตัวเอง “หากมองในแง่ดี นี่ก็เป็นโอกาสที่ให้เราได้ทดสอบตัวเอง เป็นบทเรียนเพื่อให้เรียนรู้ เพื่อให้สอบเลื่อนชั้นได้”   

 เมืองแม่ฮ่องสอน กลางฤดูแล้ง
        ผมขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ด้วยจิตใจที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ เสียงเครื่องยนต์คราง อือๆ ตามแรงขับ ลดเลี้ยวเลาะตามภูมิประเทศที่สูงชัน ฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนทำร้ายใบไม้สีเขียว มันจึงดูแห้งกรอบ บ้างก็เลือกที่จะปลดปล่อยตัวเองปลิดปลิวไปตามกระแสลมแล้ง และร้อน...


          เสียงล้อรถบดกับใบไม้ที่แห้งกรอบ ช่วงนี้ดูไปทางไหนก็ไม่สบายตาเอาเสียเลย ไม่ต่างกับสภาพจิตใจที่กำลังบอบช้ำจาก “ใครบางคน” ในตอนนี้
          ขับรถถึงเมืองแม่ฮ่องสอน ตรงไปที่พักที่มีคนจัดไว้ให้ พรุ่งนี้มีการประชุมเพื่อพิจารณาโครงร่างวิจัยร่วมกับ สกว.แม่ฮ่องสอน บรรยากาศรอบข้างตอนนี้ดูเงียบงันเหลือเกิน ผมเลือกที่จะเก็บตัวเองไว้ในห้องพักแคบๆของรีสอร์ท นอนพักฟังเสียงแอร์เก่าๆพอให้ทราบว่ามันยังทำงานตามหน้าที่ได้อยู่
          ออกเดินจากห้องพักเทียวถามบริกรว่า น้องสาวอีกคนมาถึงหรือยัง ทราบมาว่าจะมีน้องสาวคนหนึ่งในทีมงานจะมาร่วมประชุมด้วยและพักที่เดียวกัน ทำให้พอใจชื้นว่า ยามนี้หากมีใครสักคนที่พอจะพูดคุยบ้างก็คงดี
          เริ่มมืดแล้ว...เดินออกจากห้องพักไปหน้ารีสอร์ทอีกครั้ง  เสียงรถรับจ้างจอดอยู่ข้างหน้า น่าจะใช่ “น้องสาว” น่าจะมาถึงแล้ว เธอเดินลงรถอย่างทุกลักทุเลพร้อมเป้และสัมภาระที่นำติดตัวมาส่วนหนึ่ง
          “สวัสดีค่ะ...พี่” เสียงน้องสาวทักทาย “พี่มาถึงนานหรือยัง” เธอยังถามคำถามอย่างไม่ลดละ โดยที่ผมไม่ได้ตอบคำถามเธอเลย ผมถามกลับ ทำไมถึงมาค่ำมืดขนาดนี้ เครื่องมีปัญหาเหรอ? เธอยิ้มน้อยๆที่มุมปาก  “ไม่ได้มาเครื่องหรอกมารถยนต์พอดีรถยนต์มันเสียกลางทาง เลยมาช้าหน่อย”  เสียงพึมพัมของเธอฟังดูเหมือนอ่อนแรง และเหน็ดเหนื่อย...
         น้องสาวและผม ชวนกันมานั่งที่โต๊ะหน้ารีสอร์ท แสงไฟข้างสนาม ไล้ใบหน้าของเธอ ทำให้พอสังเกตได้ว่า น้องตาคล้ำแดง ดูน่าตาไม่ค่อยร่าเริงเหมือนที่เคยเจอ
         เธอและผมนั่งโต๊ะตัวยาวคนละฟาก ต่างคนต่างเงียบงัน ในบรรยากาศค่ำคืนฟ้าหม่น ผมพอรู้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า น้องสาวอกหักจาก “ใครบางคน” ของเธอเหมือนกัน  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมและน้องสาว แทบไม่ต่างกัน และเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
          อกหักใช่มั้ย?  ผมเลือกจะถามตรงๆ เธอยิ้มดูเศร้าๆพร้อมพยักหน้าช้าๆ จริงๆแล้วผมรู้มาก่อนหน้าจากเพื่อนอีกคนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอที่ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสพอสมควร มาถึงวันนี้เธอยังดูอาการหนักในสายตาของผม
          ในยามนี้...ไม่รู้ว่าใครจะปลอบใคร ในเมื่อผมเองก็มีสภาพไม่ต่างจากน้องสาวเลย มันดูแย่มากๆ นึกถึงงานประชุมวันพรุ่งนี้ ผมกับน้องสาว จะต้องเป็นผู้จัดการประชุม ผมนึกไม่ออกว่า บรรยากาศการประชุมจะเป็นอย่างไร...?
            หลังจากน้องสาวขอตัวไปพักผ่อนแล้ว ผมยังนั่งคิด ทบทวนตัวเองเงียบๆ เรื่องของ “ปัญหา” ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็น “ทุกข์” และจะทุกข์มากขึ้น หากผมไม่รู้จักปล่อยวาง เพื่อนคนหนึ่งบอกกับผมว่า “เวลา” จะช่วยเยียวยาทุกอย่างเอง ผมก็เชื่ออย่างนั้น แต่เวลาที่มันเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆนี่สิ มันทรมานมากในความรู้สึก ขณะนี้ดูเหมือนความทุกข์ของผมจะใหญ่โตจนเหมือนกับว่า มันปิดกั้นความสุขในชีวิตผมทุกไปหมด ผมขอไม่เลือกเอา “เวลา” มาช่วยทำให้ทุกข์คลาย แต่ขอเลือกเอา “การปล่อยวาง” ไม่ยึดติด และทำใจให้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น  เอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับตัวเอง กับน้องสาว หรือคนอื่น มาเรียนรู้และทบทวนตัวเอง “หากมองในแง่ดี นี่ก็เป็นโอกาสที่ให้เราได้ทดสอบตัวเอง เป็นบทเรียนเพื่อให้เรียนรู้ เพื่อให้สอบเลื่อนชั้นได้”
          วันนี้ผมเลือกจะเอาเรื่องส่วนตัว มาคุยสาธารณะ ซึ่งผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ทุกคนมีพัฒนาการการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใดๆ และเคยหลงทาง หาทางออกแทบไม่เจอ หรืเจอก็เวลาล่วงเลยมากแล้ว แน่นอนว่ามีวิธีการแก้ไขปัญหามากมาย แล้วแต่ใครจะเลือกใช้  “จุดสะดุด” ในชีวิตของผมและน้องสาวในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องราวของคนธรรมดาที่พยายามแก้ไขปัญหา เพียงแต่ว่า “ต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง” ก่อนครับ
ปล. เรื่องราวนี้เกิดขึ้นมานานแล้วครับ วันนี้พอนึกวันเก่าๆก็อดจะยิ้มๆไม่ได้  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  คำสำคัญ (keywords): กำลังใจ วิถีคน วิถีคิด 
  หมายเลขบันทึก: 27088
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ความเห็น: 34
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (34)

เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "อกหักดีกว่ารักไม่เป็น" ไหมคะ เชื่อว่าคุณจตุพรคงหลุดจาก"ทุกข์"นั้นแล้ว ช่วยกันแผ่กระแสจิตไปช่วยน้องสาวคนนั้นให้ "หลุด"ได้ด้วยในเวลาอันไม่นานนักเถอะค่ะ แต่การได้ทำงานเพื่อมวลชนแบบที่ทำอยู่ก็น่าจะช่วยได้ดีนะคะ ได้เห็น"ทุกข์"ในรูปแบบอื่นอีกมากมาย

สำหรับผม คุณูปการของการอกหัก ก็คือการที่ทำให้เรารู้ว่าแท้จริงแล้ว การรักตัวเองให้เป็นนั้น มีค่าเพียงใด

และความรักที่แท้นั้น ไม่น่าจะได้ด้วยการร้องขอ แต่มาจากความรู้สึกของการอยากจะให้

ให้สิ่งที่ดีๆแก่คนที่เรารัก อย่างไร้เงื่อนไข

เช่นนี้แล้ว คนที่มีรักแท้ จะอกหักได้อย่างไร....

พี่ยอดดอย และ คุณโอ๋-อโณ

             พี่ยอดดอยคงผ่านการ "อกหัก" มาแล้วนะครับ

             แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เหมือนอย่างคุณโอ๋  - อโณ บอกว่า "อกหักดีกว่ารักไม่เป็น"  สำหรับการทำงานที่ต้องพบเจอกับคนหลากหลาย งานพัฒนากับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาส ทำให้เกิด "ชีวิตสอนชีวิต" ทำให้ผมเข้มแข็ง เรียนรู้ที่จะยอมรับและมีความสุข "แบบพอเพียง" มากเลยทีเดียว

             ขอบคุณสำหรับ ข้อคิดเห็น ถือว่า เป็น "กำลังใจ" ให้แก่กันและกันครับ

เรื่องราวข้างต้นอาจต้องอาศัยทั้งเวลาและการปล่อยวางซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีทั้งคู่ หากแต่ว่าเราจะสามารถส่งเสียงนี้ไปยังหัวใจของเราได้อย่างไร หากแต่เจ้าตัวความรู้สึกยังเป็นเช่นนี้อยู่ ขอบคุณนะคะที่ห่วงใยกัน

น้องสาว  "pakanda" เข้ามาอ่านแล้วหรือ ?

"เวลา" ช่วยอะไรได้มากมั้ย?

มีความสุขหรือเปล่า?

...และ น้องสาว...ได้เรียนรู้อะไรบ้าง?...

ครึ่งชีวิตที่เคยบอกพี่ว่า...มันหายไป ตอนนี้ เต็มชีวิตหรือยัง?

- - - > ห่วงใย...ครับ

ในฐานะคนที่พอจะทราบเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง และในฐานะคนที่เคยบอบบ้ำจากความรู้สึกสูญเสียมาเช่นกัน คงได้แต่ให้กำลังใจและเชื่อว่าวันหนึ่งคนเราจะถึงจุดที่หลุดจากความรูสึกเศร้า เหงา และเป็นทุกข์ คงไม่มีใครเยียวยาและนำพาไปสู่ความสุขได้เท่าที่ใจของเราเองต้องการ ดังนั้นขอให้น้องสาวของพี่และเป็นพี่สาวของเรา อยู่กับความเหงา เศร้าให้เต็มอิ่ม อย่างวิ่งหนีมันเพราะไม่พ้นแต่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจและอดทน ลองมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจ ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ เห็นนำตาพี่แล้วเราเป็นทุกข์แต่เพราะน้ำตาทำให้เรารู้ว่าพี่ยังมีลมหายใจและความรู้สึก  แล้วเมื่อเต็มอิ่มกับความเศร้าของให้มันส์สุดๆกับรอยยิ้มที่จะตามมาในไม่ช้านะคะ ..........พี่ภาจำไว้นะ ทอ่งไว้ ท่องไว้ ....ชีวิตเป็นของกู........หุหุหุ (น้องๆรอซ้ำเติมและให้กำลังใจไปพร้อมๆกันอยู่เสมอนะ)^-^

"เวลา" น่าจะเป็นเครื่องเยียวยาได้ดีเหมือนกันนะ เพราะเวลาที่เนิ่นนานมาระยะหนึ่งก็สามารถทำให้ความรู้สึกของคนเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ในบางครั้งบางอารมณ์อาจจะมีแวบเข้ามาได้บ้าง .... แต่ก็ต้องรู้จักที่จะจัดการกับมันให้ได้...เนอะ

ขอบคุณทั้งพี่ชายและน้องสาวนะคะที่ห่วงใยกัน

 

ความเจ็บปวดในเรื่องเหล่านี้ อาจไม่ได้เกิดจากความรัก แต่อาจเพราะความผูกพันที่เราสร้างขึ้นเพื่อเหนี่ยวรั้งความสุขไว้นานๆ ก็ได้ค่ะ    และก็น่าแปลกที่ความผิดหวังมักเข้ามาเคาะประตูบ้านคนที่กำลังรู้สึกมีความสุข    คงเพราะมันไม่ใช่ความสุขของคนทั้งคู่ อาจเป็นความสุขของฝ่ายเดียว  กำลังมีความสุขอยู่จึงไม่ได้เฉลียวใจ   ไม่ได้ซ้ำเติมอย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ  เพียงแค่คิดขึ้นมาว่า "ทองแท้จะไม่มีวันทำให้เจ้าของหม่นหมอง"   

ขอบคุณกำลังใจครับ

"เรื่องเมื่อนานเหมือนเรื่องเมื่อวานนี้"

จริงๆแล้ว เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ครับ (เมื่อต้นปี) ก็ ลองนำมาเขียนบันทึก ...ลองเขียนดูสิว่า เวลาเขียนบันทึกเรื่องแบบนี้ เราจะถอดบทเรียนตัวเองยังไง...

 ข้อคิดเห็นที่คุณ...ให้มา เป็นเรื่องจริงครับ บางทีเราไม่เข้าใจใน"รัก"ดีพอ ไม่ได้รักแบบเข้าใจ เป็นเรื่องจริงที่เราต้อง ...ยอมรับครับ

ขอบคุณนะครับที่แวะเวียน.... 

ถึงคุณจตุพรจะบอกว่าผ่ามานานแล้ว แต่เล่าได้อารมณ์เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้จริงๆ เลยอินไปด้วย ทำให้นึกเรื่องเก่าๆ ก็เศร้าๆ ไปด้วย

เมื่อความรัก ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด "เวลา" ช่วยได้ เพราะเราไม่ต้องไปทำอะไรมาก ยังไงๆ เวลาก็เดินของมันไปเรื่อยๆ แต่การ "ปล่อยวาง" ออกจะยากไปสักนิด สำหรับคนที่กำลังอยู่ในอาการ "อกหัก" เพราะต่อให้ใครมาบอกอย่างไร ก็ไม่เข้าใจ จนเมื่อได้ออกมาจากจุดนั้นได้ เราถึงรู้ว่าความรัก เมื่อกำหนดไม่ได้ ก็ทำให้อกหัก ต้องอาศัยพลังใจที่เข็มแข็ง กำหนดจิตให้ "ปล่อยวาง" เมื่อวันเวลาผ่านไป เราจะโตและแกร่งขึ้น จนบางทีอยากจะกลับไปโทษเจ้า "ความรัก" เหลือเกินเหมือนทำให้เราอ่อนแอจัง

แนะนำให้ไป "ดำน้ำ" ค่ะ ฮิฮิ ครั้งนึงมีโอกาศไปดำน้ำ (หลังจากอกหักไม่ถึงเดือน ยังเศร้าๆ) ระหว่างที่ดำน้ำทำให้ตระหนักว่า คนเราหายใจเพื่อตัวเอง ถ้าเราไม่หายใจเองเราก็จะสำลักน้ำ และอาจจะจมได้ คนๆนั้นไม่ได้ช่วยเราหายใจ ขาดเค้าไปซักคน เราก็ยังอยู่ได้ เอ...ดูจะอินมากเกินไปแล้ว ไปดีกว่า

รักตัวเองมากๆ นะคะ

คุณ IS ความเห็นของคุณ ประทับใจจัง

โดยเฉพาะ "การดำน้ำ" ครับ ....ผมอึ้งกับข้อคิดแบบนี้..

เรื่องเก่า นำมาเล่าเพื่อเป็นบันทึกชีวิตครับ มองกลับก็ตลกดี แต่ก็เรียนรู้กับสิ่งแบบนี้..

"เวลาไม่ช่วยอะไร หากใจเรายังฝังจำ"

เพลงของคนๆหนึ่งที่ร้อง ซึ่งก็จริง  แต่ถึงวันนี้ ผมก็ยอมรับอย่างหนึ่งว่า "เวลา" ช่วยได้จริงๆ นะ ทำใจและยอมรับด้วย

ขอบคุณ คุณ IS นะครับ 

  • เรื่องเมื่อนานที่เหมือน(เพิ่งเกิด)เมื่อวานนี้
    IP: xxx.188.14.200
    เขียนเมื่อ 

AAR.. 

  1. เธอต้องงามมาก
  2. เธอทำธุรกิจใบมีดหรือมีไร่สับปะรด..สร้างบาดแผลได้
  3. เสปคของเธอไม่ใช่คนโรแมนติก 
  4. เวลาผ่าน... ความเจ็บปวดบรรเทา ภาพฝังจำเลือนราง   แต่....รักยังคงอยู่
  5. "ฮักสูเขานั้นบ่แน่ ฮักคุณแม่ยิ่งใหญ่แต๊ว่า"

          เห็นด้วยกับคุณ IS มากๆค่ะ การดำน้ำเป็นประสบการณ์ชีวิตที่งดงาม  ชวนครอบครัวเพื่อนฝูงไปเที่ยวสักครั้งแล้วจะติด  และอย่างที่คุณ IS ว่า ที่แห่งนั้นจะมีเพียงเรา โลกใบใหญ่ใต้ท้องทะเล และเสียงลมหายใจของเราเอง รู้ซึ้งทีเดียวว่าลมหายใจของเรานั้นมีค่าแค่ไหนค่ะ

เรื่องเมื่อนานที่เหมือน(เพิ่งเกิด) เมื่อวานนี้ 

ให้ข้อมูลเพิ่ม...AAR

  1. เธองาม จริงๆ ตามสายตาผม
  2.  ธุรกิจเธอ คือ มีห้องให้เช่า ทีละหลายๆห้อง
  3. อืม...น่าจะใช่ แต่เธอโรแมนติคกว่า และชอบให้คนรอบข้างโรแมนติคกับเธอ
  4. แผลเป็น ที่ไม่เจ็บแล้ว แต่ยังมีรอย ฮีรูดอยด์ ลบไม่ไหว
  5. ฮักแม่ แน่นอน...(แต้ๆ)
ขอบคุณ ขอบคุณ ที่มาถอดหัวใจ...
  • รักที่เกิดขึ้นมานานและยังอ่อนหวานจนทุกวันนี้
    IP: xxx.188.14.200
    เขียนเมื่อ 

ลปรร... 

โชคดีอยู่อย่างหนึ่งของพวกเรานะคะ  เรายังมีรักแท้ของหัวใจอยู่กับเรามาตลอด  เธอกับรักบริสุทธิ์ คนที่ไม่เคยวิ่งหนีให้เราต้องตามหา  คนที่อยากพบหน้าเราเสมอไม่มีเบื่อแม้จะเห็นกันมานานแสนนาน    เจ้าของประโยค I love you ผู้จริงใจที่สุดในโลก  ดิฉันเองมีความสุขมากที่ได้รักกับเธอคนนั้น และบอกได้อีกเพียงว่ารักที่เธอมีให้ช่างอ่อนหวานเหลือเกิน...  

 เพิ่มเติม... รักที่เกิดขึ้นมานานและยังอ่อนหวานจนทุกวันนี้

.................................................. 

ขอให้แม่ของคุณ และ คุณแม่ ในโลกนี้มีความสุขที่สุด

"๑๒ สิงหา"

...อุ่นใดใด โลกนี้ไม่มีเทียบเคียง.... 

After After Action Report...

  1. เธองามจริงๆด้วย
  2. สงสัยว่าธุรกิจอพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด
  3. ว๊า ผิดเลย
  4. แผลเป็น ยังเป็นรอย  ยาใจหน่อย อาจหายได้
  5. โปรดอ่านต่อใน ลปรร.ค่ะ

 

หมายเหตุ    อ่านเสร็จช่วยลบคอมเมนต์ล่าสุดนี้หน่อยนะคะ  ชักไปเรื่อยแล้วค่ะ  

 

 

 

และขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับเวลา 01:02

..  พร่ำพรรณนา ดั่งว่าเพิ่งประจักษ์

.. กับความรัก ครั้งแรก ฤาไฉน

.. ยากนัก จะลบเลือน จากหัวใจ

... ถึงยังไง Destiny ... Destiny ?

 

... ใครเคยบอกต้องฟังเพลง Destiny, it's on destiny  ....  you'd not belong to me ...  ... พรหมลิขิต  ค่ะ

 

ยิ้มกับโชคชะตา  ที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน  .แต่ก็ยังทำให้เรา..ได้รู้จักกัน..

ความรักยังคงงดงามในใจเราเสมอ..

 

สวัสดีครับ

P
คุณ poo
P

ผมรู้สึกเขินกับบันทึกนี้ครับ...

เอาเป็นว่าเรื่องราวตามเนื้อความที่เขียน เรื่องราวนี้เกิดขึ้นนานแล้วครับ :)

 

   " อกหักเรื่องเล็ก  แต่อกเล็กเรื่องใหญ่"  ค่ะ

     ในเมืองกรุงฯ มีบริการสาวๆ ด้วยการตบอกเล็กให้ใหญ่ด้วยค่ะ

     ถ้าคุณจตุพรไม่เชื่อ  ไหมพาตามไปดูได้ค่ะ 

หวัดดีค่ะ...

ถ้าให้เลือกระหว่าง " ความรัก " กับ " อากาศ "

คุณเลือกขาดสิ่งไหน ?

ขาดอากาศ...ก็เหมือนขาดลมหายใจ

ขาดความรัก...ก็ยังหายใจได้ทุกวัน

(เหมือนจะเศร้า  แบบว่าอินนิดนึงค่ะ ^_^)

 

บันทึกนี้เก่ามากเลยครับ

ย้อนหลังไป ส. 06 พฤษภาคม 2549

ขอบคุณครับพี่ไหมแก้ว ...อ่านข้อคิดเห็นพี่แล้ว ขำๆครับ

สวัสดีครับครูมธุรส

เรื่องราวในอดีต ก็เหมือนประวัติศาสตร์ที่เราจารึกไว้เพื่อเตือนตนนะครับ

อ่านแล้ว ยิ้มๆครับ ..

เวลาช่วยได้จริงๆ

ผมลืมไปแล้วนะครับบันทึกนี้ :)))

พรวนบันทึก ครับ อิ อิ :)

มาเยี่ยมครับ

อ.Wasawat Deemarn

ครับ บันทึกนี้ทำให้ผม "เขิน" จริงๆนะเนี่ยะ...เขียนมาได้ยังไง..อะไรดลใจให้ระบายขนาดนี้ไม่ทราบ :-P

อิอิ :))

สวัสดีครับ คุณนาย เอกราช แก้วเขียว

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

มาเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆนะครับผม :)

 

หมอเอกครับ

  • หมอเอกดูแล้วไม่น่าจะอกหักนะ เพราะหน้าตาหล่อเหลา (อิ ๆ)
  • แต่อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้เน๊าะ ปล่อยให้เวลารักษาไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ดีเอง
  •  มาแซวเล่นนะครับ อย่าถือสา

 

อ่านแล้วยิ้มๆ

อกหัก ทำให้เรารู้จักความรักที่พอเพียงค่ะคุณเอก

ไม่เคยอกหัก..แต่ชีวิตเศร้าหมอง สิ่งที่เราได้เผชิญกับความบอบช้ำของชีวิต มันอาจเป็นพายุฝนที่พัดผ่านมา ทำให้เราเปียกปอน แต่เมื่อพายุฝนสงบ ท้องฟ้าก็จะสดใส

ฟ้าหลังฝน..สวยงาม ทำให้เราได้รับความสดชื่นอีกครั้ง

มีความสุขกับการใช้ชีวิตโสดให้คุ้มนะคะ เพราะมักจะได้ยินเสมอๆว่า คนในอยากออก..คนนอกอยากเข้า อิอิ..

ระลึกถึงเสมอค่ะ

 ครูสุ
ครับ

ชาวเวียงแหงสุขสบายดีทุกท่านนะครับ...ฝากความระลึกถึงด้วยนะครับ

จริงๆบันทึกนี้เกิดขึ้นนานมาก จนผมลืมเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว ลืมจริงๆครับ แม้แต่คิดก็ยังไม่ได้คิด เป็นประสบการณ์แบบที่ทุกคนต้องเจอใช่มั้ยละครับ...แต่จะจัดการอย่างไรนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง

ผมเชื่อว่าเวลารักษาบาดแผลได้ ...เราลืม เราเลือกที่ไม่จำ ในเวลาที่ผ่านไป

อ่านบันทึกนี้ซ้ำอีก ก็รู้สึกเขินๆนะครับ :-P

พี่นกNU 11 ครับ

เป็นประสบการณ์ที่พานพบครับ...เกิดขึ้น แล้วก็จากไป แต่เป็นเรื่องที่ดีครับ ที่เราได้ผ่านมาแล้ว

เป็นเรื่องราวที่ถอดบทเรียนที่เป็นเรื่องส่วนตัว เผยแพร่สู่สาธารณะมากๆด้วยสิครับ...แต่ทุกอย่างคือการเรียนรู้

ดังนั้น การอกหัก  ก็เท่ากับ การที่ได้เรียนรู้ทุกข์ของตัวเอง เราไม่ได้ล้อเล่นกับเรื่องจริง แต่นำมาเป็นบทเรียน

ขอบคุณครับสำหรับการติดตาม พรวนบันทึก

บันทึกนี้นานมากแล้วครับ (๖ พ.ค.๔๙ ครับ)

:)

มาเป็นกำลังใจให้น้องชาย

  • ทุกคนย่อมมีอดีต บ้างคนได้พบสิ่งดีๆ บางคนได้เดินบนถนนที่ขรุขระ กว่าจะเจอถนนลาดยางก็นานแสนนาน
  •  เรื่องอกหัก โบราณบอกว่า "อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น"
  • พี่ให้หมอ..ดามอก..มาหลายหนแล้ว..ฮิฮิ
  • ติดตามบันทึกตลอดนะน้องเอก

สวัสดีค่ะ ใครนะช่างใจดำ

เรื่อง อกหัก  นึกไปก็ประทับใจคะ ตอนจบใหม่ๆ อกหักเหมือนกันคะ

ได้รับ จดหมาย เสร็จไปร้องไห้กับพี่ชายคะ

พี่ชายก็ปลอบ  รู้สึกว่า คำพูดที่พี่ชายปลอบเรา ไม่เห็นทำให้เรา

หายเลย แต่ความรู้สึกที่ว่ามีเพื่อนฟังเราก็ดีมากแล้ว

............................

คุยเรื่องแบบนี้ ในที่สาธารณะ ก็ดีนะคะ  พี่หน่อยมีเพื่อนผู้หญิงคน

หนึ่ง เวลา fail เรื่องนี้ก็จะเล่าให้กันฟัง รู้กันไปทั้งชั้นปี เล่าจนกลาย

เป็นเรื่องธรรมดา เธอเล่าจบก็จบ และเริ่มทำกิจกรรมอื่นต่อไป

เพราะคนเรา มีหลายๆหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เราต้องเริ่มต้นใหม่ตลอด

เวลา  พี่ก็ชอบนิสัยเพื่อนคนนี้มาก  พี่ว่า คนที่เปิดเผย และเข้มแข็ง

และรู้หน้าที่ ตัวเอง อกหัก ไม่อกหัก นี่มีเสน่ห์ดีคะ 

 

เขามาแวะเยี่ยมค๊ะคุณจตุพร

  • คนที่เคยอกหักเป็นคนเปิดเผย มีความจริงใจ มีความแน่วแน่ รักใครรักคนเดี่ยว
  •  คนที่มีคนรักหลายคน รักเผื่อเลือก ไม่มีความจริงใจ ลื่นเหมือนปลาใหล เขาเหล่านั้นจะไม่เคยพบคำว่าอกหัก
  • จงภูมิใจว่าเราเป็นคน เปิดเผย จริงใจ แน่วแน่คนหนึ่งนะค๊ะ