หลายๆ องค์กร โดยเฉพาะภาคเอกชน ได้นำแนวคิดเรื่อง Competency Management มาใช้เป็นเครื่องมือ (Tool) ในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล (Competency - Based Human Resource Management - CB-HRM) ได้หลายปีแล้วค่ะ และนับว่า ใช้ได้ผลดีมากๆ ในการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ
ต้นเดือนมิถุนายน 2009 แอมมี่ และพี่เปี๊ยก - ชัชวาล ไปเป็นวิทยากรใน หลักสูตร การพัฒนาบุคลากรตามสมรรถนะ (Competency) ในระดับหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเน้นในเรื่องการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ และระเบียบข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช 2551 (หลักสูตร 2 วัน)
ที่จริง แอมมี่สอนหลักสูตรนี้ให้กับหลายๆ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งในหลักสูตร SME โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ซึ่งก็พบว่า หลายๆ ท่าน ยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่อง Competency เท่าที่ควร ก็เลยคิดว่า น่าจะนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน
หลายๆ องค์กร โดยเฉพาะภาคเอกชน ได้นำแนวคิดเรื่อง Competency Management มาใช้เป็นเครื่องมือ (Tool) ในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล (Competency - Based Human Resource Management - CB-HRM) ได้หลายปีแล้วค่ะ และนับว่า ใช้ได้ผลดีมากๆ ในการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ
Competency นั้น มีความหมายว่า คือ ความรู้ (Knowledge) ทักษะความสามารถ (Skills) และคุณลักษณะ (Attributes) ของบุคคลที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับงานที่ปฏิบัติ (ตาม Job Roles) เพื่อให้สร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพและทรงคุณค่า โดยคำว่าคุณลักษณะนั้น จะหมายความถึง พฤติกรรม (Behavior) บุคลิกภาพ (Personality) ที่มองเห็นได้ ค่านิยม (Value) ทัศนคติ (Attitude) ความเชื่อ (Trait) ที่เป็นเรื่องนามธรรม แต่ก็จำเป็นมากๆ ต่องานที่ปฏิบัตินั้น - โดยที่ต้องไม่ลืมว่า Competency ทั้งสามด้าน สามารถพัฒนาได้เสมอ
ดังนั้น องค์กรจึงมักจะใช้ Competency ในการประเมินศักยภาพ (Potential) ในการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยองค์กรที่ใช้ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ (KPI - Key Performance Indicator) อยู่แล้ว ก็จะกำหนด Competency ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดไปด้วย
ในเรื่องความรู้ (Knowledge) และทักษะความสามารถ (Skills) แอมมี่มักจะชอบยกตัวอย่างของรถจักรยานให้ฟังค่ะ

ที่มาของภาพ http://www.infovisual.info/05/033_en.html
ถ้าถามว่า เมื่อเห็นรถจักรยานคันนี้แล้ว จะแยกความรู้และทักษะความสามารถออกจากกันได้อย่างไร?
คำตอบ - มีดังนี้ค่ะ
ความรู้ ก็คือ รู้ประวิติความเป็นมา รู้ว่าจักรยานมีประโยชน์อย่างไร รู้ว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง (แต่อาจจะขี่ไม่เป็นก็ได้) เพราะฉะนั้น จะต้องทดสอบทักษะ ด้วยการให้ทดลองขี่ให้ดู ก็จะทราบว่ามีทักษะความสามารถ (เก่ง) แค่ไหน (บางทีก็เรียก ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ) แล้วถ้าต้องขี่จักรยานในเมือง ก็จะต้องมีความรู้ในเรื่องกฎจราจรและมารยาทในการขับขี่บนท้องถนนด้วย แต่ถ้าหากจะต้องขี่จักรยานขึ้นภูเขา ผู้ขับขี่ จะต้องมีความรู้และทักษะที่ต่างออกไป โดยอาจจะไม่ต้องรู้เรื่องกฎจราจร แต่ต้องรู้เรื่องเส้้นทางบนภูเขา วิธีการขับขี่บนทางขรุขระ วิธีการใช้เกียร์ ใช้เบรค การเลือกยางที่เหมาะสม แล้วต้องมีทักษะในการขี่จักรยานที่แตกต่างไปจากการขี่บนถนนเรียบๆธรรมดา - คงพอจะเห็นภาพและแยกออกแล้วนะคะ
ทีนี้ นอกเหนือจากการวัดความรู้และทักษะความสามารถแล้ว
การวัดคุณลักษณะ (บางทีก็เรียกว่า Soft Skills) ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก ตัวอย่างในองค์กรเอกชนระดับใหญ่ที่ใช้ Competency ในการรับสมัครงาน (Recruitment) เช่น ปูนซีเมนต์ไทย จะยึด 4 คุณลักษณะคือ "มีทัศนคติดี - มีทีมเวิร์ค - ระบบคิดเป็นเหตุเป็นผล - มีความคิดสร้างสรรค์" ขณะที่ บริษัท ซีเมนส์ จะเน้นเรื่องของ "Capabilities - Skills - Experience - Knowledge" (โดยครอบคลุม 250 ตำแหน่งของงานใน 6 กลุ่มธุรกิจ)
อย่าลืมว่า ปูนซิเมนต์ไทย เลือกจากเกรดเฉลี่ย (วัดความรู้ ความสนใจ ความตั้งใจ ความจริงจัง และความพยายาม - เป็น Hard Skills) ก่อน จากนั้น จึงมาตัดสินกันที่เรื่อง ความสามารถเฉพาะบุคคล (จาก 4 คุณลักษณะ ข้างต้น) โดยใช้ระบบการสรรหาที่เรียกว่า Competency based recruitment วิธีการก็จะใช้กิจกรรมกลุ่ม แบบทดสอบทางพฤติกรรม และการสัมภาษณ์
"สไตล์ของเราจะเน้นรับเด็กที่มีเนื้อดี ทัศนคติดี ฉลาดเรียนรู้เร็ว ช่างคิดช่างถาม คิดมีเหตุผล ทำงานกับคนอื่นได้ ทีมเวิร์กดี ขณะที่ทักษะในงานด้านต่างๆ เราจะเป็นคนเติมให้เขาเองเมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท" วิศรุต รักษ์นภาพงศ์ ผู้จัดการประจำกลยุทธ์และนโยบายบุคคล สำนักงานการบุุคลกลาง บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าว
ในส่วนของซีเมนส์ พรรณทิพย์ มาสมาน รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล เล่าว่า ซีเมนส์ จะเน้นในเรื่องของ 1. capabilities ซึ่งเป็นคำเรียกเดียวกันกับ competencies เป็นกลุ่มค่านิยมหลักขององค์กร 2. skills ทักษะต่างๆ ในการทำงาน 3. experience ประสบการณ์ที่สอดคล้องกับธุรกิจ และ 4. knowledge องค์ความรู้ที่สามารถพัฒนาต่อเติมได้
"ในกลุ่ม skills, experience และ knowledge เป็น hard skills เราสามารถจับต้องได้โดยดูจากประวัติการศึกษา การทำงาน และการทำกิจกรรม แต่กลุ่ม capabilities เราไม่สามารถดูจากเอกสารเหล่านี้ได้ เราก็ต้องเข้าใจว่า capabilities ตัวไหน? ตรงกับธุรกิจส่วนไหนบ้าง? แล้วทำการกำหนด job profile เพื่อที่ว่าจะได้มีการเข้าสู่กระบวนการคัดสรร หลังจากนั้นเราจะเน้นสัมภาษณ์ในลักษณะ joint interview ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง และผู้จัดการฝ่าย HR แต่ละกลุ่มธุรกิจในเครือซีเมนส์ เพื่อทำการคัดกรองอีกชั้นหนึ่ง"
ทางบริษัทจะมองคนที่มีความสามารถในการพัฒนา จากการตั้งคำถามว่า " ผู้สมัครแต่ละคนมองตัวเองเป็นอย่างไร? คิดว่าตัวเองมีข้อดีข้อเสียอย่างไร? ทุกคนต้องมองตัวเองให้เป็น และสิ่งที่ต้องการจะเป็น matching กับตัวตนของแต่ละคนขนาดไหน? โดยเป็นการพูดคุยสัมภาษณ์ในบรรยากาศปกติ ไม่สร้างแรงกดดัน" และ "ผู้สมัครจะต้องตีโจทย์ของตัวเองให้ได้ก่อนว่าตัวเองมีบุคลิกแบบไหน? และต้องการจะเป็นอะไร? ถ้าเข้าไปอยู่ในองค์กร จะสามารถ contribute อะไรให้กับองค์กรได้บ้าง? "
นอกจากนี้ ยังสนใจในคุณลักษณะของ International Skills & assertiveness หรือทักษะการทำงานในลักษณะนานาชาติ การกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก มีความคิดเป็นของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง และรู้จักจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่คนไทยไม่ค่อยมี จะมีเฉพาะในกลุ่มที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ หรือผู้ที่เคยทำงานต่างประเทศ
คุณลักษณะสุดท้ายคือ ทัศนคติที่ดีต่อสถาบันการศึกษา ต่อการทำงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อองค์กร และต่อสิ่งรอบข้าง การเปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่าง (จากเหตุผล โดยไม่ใช้อารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว) และการยอมรับนับถือในตัวตน (individual respect)
จะเห็นว่า Leadership หรือ ภาวะผู้นำนั้น ถือเป็นแค่ Soft Skills คุณลักษณะหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยคุณสมบัติอื่นๆ ที่จำเป็นอีกหลายอย่าง และการจะทำงานชิ้นหนึ่งๆ ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นำหรือผู้บริหารจะต้องดึงคุณลักษณะภาวะผู้นำออกมาใช้อย่างเต็มที่ และการจะเป็นผู้ที่มีทักษะในการนำที่ดี จะต้องฝึกฝนตัวเองมาเป็นระยะเวลานาน
ลองดูตัวอย่างของ แอมมี่
- อนุบาล ก็นำแถวเพื่อนๆ เต้นฮูลาฮู้ป ในงานประจำจังหวัด
- ประถม เป็นดรัมเมเยอร์ นำแถวขบวนพาเหรดในงานกีฬาสี ของโรงเรียน
- มัธยม เป็นดรัมเมเยอร์ ของโรงเรียน เป็นประธานเชียร์และพาเหรด ในงานกีฬาสี
- มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าวง และประธานชุมนุมดนตรีสากล (หญิงคนแรก) ของ TU Band
- ทำงาน ค่อยๆ ไต่เต้า จนในที่สุดเป็น ผู้จัดการสาขาระดับยอดเยี่ยม (คะแนนสูงสุด 5 ด้านหลัก - 1. ยอดขาย (GPM - Gross Profit Margin) 2. การตลาด 3. ความสวยงามของร้าน 4. ความพึงพอใจของลูกค้า และ 5. การบริหารจัดการภายใน) และผู้นำทีมยอดเยี่ยม (24 เดือนติดต่อกันทั้ง 2 ตำแหน่ง) (ที่ 1 ของ 531 ร้านระดับภาค Midwest (จาก 5 ภาคทั่วประเทศ)) ของ บริษัท ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิค ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ในอเมริกา
ซึ่งปกติ กิจกรรมในอดีตนั้น เรามักจะไม่เขียนลงใน resume' หรือใบสมัครงานกัน แต่สามารถจะสอบถามล้วงลึกได้ หากอยากรู้จริงๆ (เหมือนที่เคยเล่ากันในอดีตไงคะ คนที่เกรดไม่ดีแต่ทำกิจกรรมเยอะ มักจะมีภาวะผู้นำสูง ทำงานได้ดี และมีเพื่อนมีคนรักเยอะ มากกว่าคนที่เรียนเก่ง เรียนอย่างเดียว ไม่ทำกิจกรรมอะไร)
แต่ภาวะผู้นำ Leadership จะถือเป็น Competency ที่สำคัญในการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บริหาร และสำหรับในหน่วยงานราชการไทย จะถือว่า Leadership เป็นระดับสมรรถนะพิเศษสำหรับตำแหน่งงานระดับ M1 & M2 (คือ อยู่ถัดจาก สมรรถนะประจำกลุ่มงาน หรือ Functional Competencies ที่มีเรื่องของ วิสัยทัศน์ การวางกลยุทธ์ (ภาครัฐ) ศักยภาพในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การควบคุมตนเอง และการให้อำนาจผู้อื่น (Deligation & Empowering Others)) แปลง่ายๆ ว่า ถ้าคะแนนออกมาเท่ากัน ใครมีภาวะผู้นำสูงกว่า คนนั้นจะได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่า
โดยสรุป
Competency จึงประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่ตรงกับงาน
ส่วนผู้บริหารตั้งแต่ระดับต้นขึ้นไป จำเป็นต้องมี ภาวะผู้นำ ร่วมอยู่ด้วย และกิจกรรรมที่เคยทำมาในอดีต ก็สามารถประเมินพัฒนาการของบุคคลว่ามีความสามารถด้านนี้มากน้อยแค่ไหน
ก็ตามที่บอกค่ะ Competency ทั้ง 3 ด้าน และภาวะผู้นำนั้น พัฒนาได้เสมอ และในทุกช่วงอายุ
Note
(พี่เปี๊ยก ชัชวาล ให้ไอเดียที่น่าสนใจมากๆว่า - ในภาคการศึกษา เราสามารถวัดประสิทธิภาพการเรียนรู้จาก Competency ได้ด้วย โดยวัดความรู้ (Knowledge) ไปพร้อมกับความสามารถในการคิดและประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎีกับหัวข้อการเรียนรู้นั้นๆ (ทักษะการคิด Thinking Skills) ส่วนคุณลักษณะ (Attributes) จะตามมาเองจากการแสดงความคิดเห็นในการตอบคำถามข้อสอบ)
http://leadership.exteen.com/20090520/competency
อ้างอิง

เห็นด้วยคะ
ขอบคุณมากค่ะ คุณขจิต ฝอยทอง
ตอนนี้เปลี่ยนเป็น font ใหญ่ขึ้นแล้ว ให้อ่านสบายขึ้น (เพื่อ สว.โดยเฉพาะนะคะ ^^)
ในการเลือก Font ของ G2K มีแต่ให้เลือกเป็น heading ไม่มีเป็นชื่อให้
คราวหน้า จะเขียนลง word ก่อนแล้วค่อยโพสต์ลงบล็อคอีกที
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นค่ะ
คุณ ลิลลี่
ขอบคุณที่มาเยี่ยมและทิ้งความคิดเห็นไว้ให้
วันหลังแวะมาใหม่นะคะ ^^
โห คุณขจิตคะ
ชมมากๆ เดี๋ยวลอยนะคะ ^^
แต่ก็ดีค่ะ ชอบให้ชม
กลับมาชมบ่อยๆ นะ
ค่ายภาษาอังกฤษทั่วประเทศ http://gotoknow.org/blog/yahoo/221236
ขอบคุณค่ะ อจ.ขจิต ที่กรุณามาบอกกิจกรรมดีดี ^^
ดูประวัติคุณ dr-ammy แล้วน่าทึ่งจริง ๆ ครับ สำหรับคุณคงเป็น Dr. แล้วนะครับ แต่ผมกำลังเพิ่งจะเริ่มเรียนเท่านั้น ขอบคุณอีกครั้งที่มาเยี่ยมชมบทความของผม โชคดีนะครับ
ผมมีประสบการณ์ต่าง ๆ มามากมาย โดยเฉพาะการขายและการตลาด พอได้มาเรียนเรื่อง HR Architecture กับอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ และเรื่องทุนมนุษย์ Human Capital จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของ HR อย่างจริงจังมากขึ้น และก็สะท้อนให้ตัวเองเห็นว่าทุกวันนี้จุดแข็งของผมไม่ใช่เรื่องการขายหรือการตลาด แต่จริง ๆ แล้วผมกลายมาเป็นผู้บริหารที่เน้นเรื่องการพัฒนาทรัยากรมนุษย์ต่างหาก เริ่มเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้นครับ
ผมต้องขอขอบพระคุณอย่างมากจริง ๆ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบทความของผมและเข้าใจถึงสิ่งที่ผมสื่อออกมานะครับ
ธนพล ก่อฐานะ
กลยุทธ์หลักขององค์กรในยุคหน้าก็พูดกันแต่เรื่องทุนมนุษย์กันมากทีเดียวค่ะ
ขอบคุณคุณธนพลที่ติดตามอ่านค่ะ ^^
วันก่อนไปสอนหลักสูตร Leadership & Competency ให้กับสำนักงานอัยการสูงสุด ก็เน้นเรื่องนี้กันมากเชียวค่ะ แล้วจะเล่าให้ฟังต่อนะคะ
สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนนะค่ะ ชื่อ จุฑากาญจน์ เหมือนสนิทค่ะ เรียนครุศาสตร์ จุฬาฯ ปี3 ตอนนี้หนูกำลังทำรายงานหัวข้อเกี่ยวกับ competency ค่ะ เลยอยากรบกวนขอความรู้จากอาจารย์หน่อยค่ะ (เรียกว่าอาจารย์ได้ใช่มั๊ยค่ะ) คือหนูอยากทำการสัมภาษณ์ผ่านทางอีเมล์ได้มั๊ยค่ะ อยากได้คำยืนยันจากอาจารย์ค่ะ รวบกวนส่งคำตอบผ่านทางอีเมลนะคะ หากไม่เป็นการรบกวน ช่วยให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะคะ ปุ๋ย [email protected]
คุณปุ๋ย ยินดีมากค่ะ อจ.แอมมี่ส่งให้แล้วนะคะ
Competency เป็นความสามารถที่สำคัญต่อองค์กรจริง ๆ ค่ะ ริสา ทำงานกับภาคราชการ
มา 2 ปี ไปเรียนต่อ ป.โท นิด้า ต้าน HR และเข้าทำงานภาคเอกชน 2 แ่ห่ง
ทุกองค์กร ล้วนทำ Competency ค่ะ แต่ พบปัญหาการนำ Competency มาใช้
เพราะ ผลประเมินไม่ตรงกับ Fact เพราะพฤติกรรมที่ระบุไม่ชัดเจน ไม่ชี้ขาด
ปัจจุบัน บริษัทปัจจุับัน โชคดีึค่ะ ผู้บริหารได้เชิญที่ปรึกษาจากบริษัท Thaiskillplus
โดย อ.รุ่งโรจน์ อรรถานิืทธิ์ ซึ่งมีประสบการณ์จริง ในการทำ Competency ใ้ห้ใ้ช้งานได้
แบบว่า ประสบการณ์จาก SCG และ องค์กรข้างนอกเยอะมาก ได้เข้ามาช่วยปรับปรุง
และพัฒนา Competency ที่มีอยู่ ตอนนี้ก็เลยได้ใช้งานกันจริง ๆ และผู้บริหาร
พนักงานเห็นประโยชน์ของ Competency กันแล้วค่ะ ซึุ่งเดิมเคยต่อต้าน
จึงขอร่วม Share ว่า วันนี้ Step การทำ ถ้าเริ่มทำให้ถูกต้อง อย่างรู้จริง มีประสบการณ์
จริงมาก่อน จะไม่เสียเวลาเรื่องการแก้ไขค่ะ เขียน Dictionary เสร็จแต่ใช้ไม่ได้
จะเหนื่อยมาก ๆ ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ คุณริสา ที่มาแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์