การสร้างแรงจูงใจเชิงรุก(proactive  Motivation)

- คนทำงานส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยมีแรงจูงใจเป็นเพราะว่าเขายังไม่รู้เลยว่า ในชีวิตนี้ตัวเองต้องการอะไร จูงเท่าไหร่เขาก็ไม่ไปหรอก ขออยู่ที่เดิมดีกว่า ทำงานไปเรื่อยๆจนกว่าจะเกษียณอายุ ขอทำงานไปพอเอาตัวรอดไปวันๆก็พอแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะคนไม่มีเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง แต่อีกส่วนหนึ่งคือมีเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง ว่าขออยู่แบบนี้แหละไม่ต้องก้าวหน้าอะไรมากหรอก ขอแนะนำให้แต่ละองค์กรลองสร้างแรงจูงใจชี้นำเป้าหมายชีวิตของคนในองค์กรเชิงรุก เช่น การเชิญคนที่ประสบ ความสำเร็จในชีวิตมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังเป็นระยะๆ เพื่อให้คนเกิดแรงจูงใจ การนำข่าวสารที่เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จมาติดประกาศอยู่เป็นประจำ การส่งพนักงานไปดูงานนอกสถานที่เกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใข่ส่งไปดูงานเฉพาะ 5ส ความปลอดภัย ISO ส่งไปเติมไฟในชีวิตของเขาบ้าง อย่าลงทุนเฉพาะสิ่งที่องค์กรเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ขอให้ดูศักยภาพของคนที่ได้ทุนบริษัทไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เวลาเขากลับมาส่วนมากจะพกแรงจูงใจกลับมาด้วย  แต่เวลาส่งพนักงานไปอบรมในหัวข้อที่บริษัทต้องการมักจะพกเอาเพียงเอกสารประกอบการสัมมนากลับมาเท่านั้นแรงจูงใจก่อนไปอาจจะมีมากแต่พอกลับมาแรงจูงใจเหลือนิดเดียว เพราะเบื่อสิ่งที่บริษัทยัดเยียดให้

- ดังนั้น การสร้างแรงจูงใจเชิงรุกจึงหมายถึง วิธีการใดๆก็ได้ ที่สามารถดึงเอาศักยภาพของคนที่ยังมีเหลืออยู่อีกมาก ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวพนักงานเองและต่อองค์กรมากที่สุด บางครั้งอาจจะต้องสร้างสถานการณืหลอกให้เขาเกิดแรงจูงใจขึ้นมา แรงจูงใจของคนจะเกิดได้ทั้งสิ่งเร้าที่เป็นบวกและเป็นลบ เช่น บางคนขยันทำงานเพราะต้องการก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ บางคนขยันทำงานมากขึ้นเพราะกลัวตกงานเนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีบริษัทต่างๆมีการ ลด (กำลังคน) ละ (การจ้างงาน) เลิก (จ้าง)ให้เห็นอยู่ทุกวัน

-  สุดท้ายนี้อยากจะฝากบอกผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาทุกท่านว่าภารกิจหลักของท่านในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ จะเปลี่ยนจากการบริหารงานไปสู่การบริหาร คน มากขึ้นอย่างแน่นอน เพาะเทคโนโลยี่ ความสามารถของคน จะทำให้ท่านต้องใช้เวลาในการบริหาร งาน  น้อยลง แต่สิ่งสำคัญที่จะบริหารคนเก่งๆให้ทำงานกับเราได้คือ การบริหารแรงจูงใจของคน โดยเฉพาะการบริหารแรงจูงใจเชิงรุกดังตัวอย่างดังที่ได้กล่าวมาแล้ว องค์กรใดหรือผู้บริหารคนใด สามารถบริหาร ใจ ของคนเก่งกว่า นั่นคือผู้ชนะทั้งการแข่งขันทางธุรกิจและจิตใจคน

ที่มา  www.hrcenter.co.th