คุณคงรู้จักใครบางคนที่ชอบโทษคนอื่นว่าเป็นคนผิด บกพร่อง หรือโทษเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวว่าทำให้เขามีทุกข์ ไม่มีความสุขกันบ้างแล้ว
การที่เราชอบโทษคนอื่นหรือเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งโทษสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ ว่าทำให้เราทุกข์ ไม่มีความสุข นั้นเป็นการโทษที่เกินจริงและไม่จริงเลย เพราะแท้ที่จริงความรู้สึกทุกข์นั้นจากจิตใจของเรา คือคิดไปเองทั้งนั้น
การที่เราชอบโทษบ่อยๆ มีความทุกข์บ่อย แสดงถึงจิตใจของเรามีปัญหามากกว่าคนอื่นๆ เขาแล้ว
สิ่งที่เป็นอันตรายมากก็คือ เวลาเรารู้สึกไม่ดี มีความทุกข์ และโทษคนอื่น เรามักแสดงกริยาไม่พอใจ โกรธ อาฆาต ก้าวร้าว โหดร้าย ดูถูก ฯลฯ คนอื่นได้อย่างคาดไม่ถึง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เรารู้สึกในทางลบหรือไม่ดีที่เกิดจากตัวเราเองมากกว่าจากความผิดของคนอื่น ซึ่งเราชอบโทษเขา
คนที่ชอบโทษคนอื่นมากๆ มักเป็นคนที่มีความรู้สึกแบบสุดโต่ง เช่น เวลารักใครก็รักมาก ถ้าเกลียดใครก็รุนแรง ซึ่งโดยลักษณะนี้จะทำให้เขาประเมินค่าของสิ่งที่เขาได้พบ (ทั้งคนและเหตุการณ์) เกินกว่าความเป็นจริงเสมอ เช่นเวลาจะรักใครก็รู้สึกรักมากเหลือเกิน ทั้งที่เขาไม่ได้มีค่ามากมายอย่างที่ควรจะได้รับความรักมากขนาดนั้น หรือเวลาเกลียดใครก็จะเกลียดมากมายอย่างไม่สมเหตุผลเช่นกัน
เวลาที่รักใครมากๆ แบบสุดโต่ง พอเวลาผ่านไปไม่นานความรักที่มากมายนั้นก็ลดลงตามปกติ ซึ่งเป็นธรรมชาติของจิตใจมนุษย์ ถ้าไม่เข้าใจจะทำให้เกิดความรู้สึกซึมเศร้าได้ง่าย ว่าทำไมฉันเคยรักเขาอยู่ดีๆ ก็หมดรักได้ง่ายๆ อย่างนี้หรือ และอาจจะหาทางโทษว่าเขาหรือเราทำอะไรผิดหรือเปล่า ?
เมื่ออยู่ในยามทุกข์ก็จะขยายความรู้สึกทุกข์ได้มากกว่าคนอื่น จึงรู้สึกทรมานมากกว่าคนทั่วไป
ความรู้สึกสุดโต่งจึงเป็นสิ่งไม่ดี ควรลดลงให้อยู่ในระดับทางสายกลางจะดีกว่า
คนที่มีความรู้สึกสุดโต่งและมักโทษคนอื่นนี้จะมีปัญหาที่จิตใจตัวเองคือ เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ ขาดพลังในการเรียนรู้ ขาดปัญญา ต้องมีการพัฒนาให้จิตเข้มแข็งและมีพลังมากขึ้น
การจะแก้ได้ก็คือการฝึกสมาธิบ่อย ๆ ทำให้เกิดสติและเข้าใจความคิด อารมณ์ ของตนเองได้ดีว่ากำลังคิดทางลบ (-) หรือบวก (+) อยู่ มีสาเหตุจากอะไร ?
จะตระหนักว่าทุกอย่างอยู่ที่จิตหรือความคิดของเราเอง ไม่ใช่ความผิดของคนอื่นหรอก จึงควรเลิกโทษคนอื่นเสียที หันมารับผิดชอบต่อความอ่อนแอของจิตของเราดีกว่า ต้องฝึกให้เข้มแข็งขึ้น รับผิดชอบตัวเองต่อความทุกข์ ' สุข ชอบ ' ไม่ชอบของตัวเอง ซึ่งเกิดจากความคิดหรือจิตของตัวเองทั้งนั้น ไม่ใช่คนอื่นมาทำให้เราเป็นทุกข์เลย จะได้เลิกโทษคนอื่นเสียที
เมื่อรับความจริงได้ บางทีจะเกิดความสุขแบบปิติ เหมือนคนสอบเอ็นทรานซ์ผ่านได้แล้วรู้สึกดีใจจนขนลุกซ่า
จากนั้นก็จะพัฒนาความรู้สึกให้เกิดความสมดุล ไม่มากไป ไม่น้อยไป จะมองมนุษย์คนอื่นๆ แบบเป็นเพื่อนร่วมโลก เพื่อนร่วมทุกข์ เพื่อนร่วมชะตาชีวิต ทำให้เกิดความรักเพื่อนมนุษย์ที่มีพื้นฐานจากความเท่าเทียม และหาทางขจัดความรู้สึกสุดโต่งในใจของเราออกไป จะไม่รักอะไรมากจนเข้าข่ายหลง หรือเกลียดบางคนอย่างชนิดไม่มีสาเหตุแบบอคติ ซึ่งจะทำให้จิตใจของเราไม่มีความสงบเลย
จากนั้นเราจะไม่คาดหวังมากเกินไป เพราะถ้าหากได้มาเราก็ดีใจหรือชอบเขา แต่ถ้าไม่ได้เราก็จะโกรธเกลียดเขา โทษเขาว่าทำให้เราไม่มีความสุขอีก
แต่เราจะรู้จักปรับจิตให้อยู่อย่างสมดุลและเป็นทางสายกลาง หลายๆ ครั้งเราจะได้สัมผัสความเงียบสงบภายในตัวเรา (Inner Silence) ซึ่งจะสามารถสื่อสารให้เราทราบได้ว่าชีวิตเราต้องการอะไรจริงๆ บ้าง ซึ่งจะไม่ใช่สิ่งที่สุดโต่งทั้งหลายหรอก ไม่ว่าจะเป็นสุขแบบล้นปรี่หรือทุกข์แสนสาหัส
อ่านบทความวันนี้แล้ว คงเห็นใจและเข้าใจคนที่ชอบโทษคนอื่นว่าเขามีความทุกข์และมีจิตใจที่อ่อนแออยู่มาก โดยเฉพาะพวกที่มีความรู้สึกสุดโต่ง
เขาอาจอยู่ข้างๆคุณ ในบ้าน ในที่ทำงาน หรือเป็นตัวคุณเองก็ได้เขาอาจอยู่ข้างๆ คุณ
คนรู้สึกสุดโต่ง มักโทษคนอื่นอยู่เสมอ
คุณคงรู้จักใครบางคนที่ชอบโทษคนอื่นว่าเป็นคนผิด บกพร่อง หรือโทษเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวว่าทำให้เขามีทุกข์ ไม่มีความสุขกันบ้างแล้ว
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
augustman · 22 มิ.ย. 2552
เพื่อนร่วมทาง · 22 มิ.ย. 2552
moopum · 22 มิ.ย. 2552
moopum · 22 มิ.ย. 2552
kpam boon · 22 มิ.ย. 2552
ก็เป็นบ่อยเหมือนกัน อาจจะเกิดจากการที่มนุษย์รักตนเองมากเกินไป จึงทำให้ความรักที่มีต่อคนอื่นทั่วไปลดน้อยลง เข้าทำนอง โทษคนอื่นแลเห็นเช่นภูเขา โทษของเราแลเห็นเท่าเส้นขน ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเราเหลือทน ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้นะครับ
แวะมารับสิ่งดีดีครับ
รพี
แวะมาอ่านบทความนี้...ได้ความรู้...แง่คิดดีมากค่ะ
บางเรื่องก็ตรง
แต่บางเรื่องก็ไม่ตรง
จึงไม่ทราบว่าตนเองสุดโต่งหรือเปล่านะคะ
เอ๊ะแล้วพี่เป็นแบบนี้รีป่าวนะ?
แวะมาเยี่ยมครับ
แวะมาเยี่ยมครับ
แวะมาหาความรู้จ้ะ