เราโชคดีที่บรรพบุรุษของเรามีความรอบรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และได้สั่งสม เพิ่มพูน ถ่ายทอดสืบต่อกันมาเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน

เรียนรู้

กับครูของแผ่นดิน


ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นคำเรียกขานในเชิงยกย่องบุคคลที่สั่งสมประสบการณ์จนมีความรอบรู้หรือเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง และนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ได้รับการยอมรับจากสังคมว่าสามารถชี้นำสังคมได้ โดยก้าวข้ามขีดจำกัดของการเรียนรู้ในระบบการศึกษา

และคำที่มักจะมาควบคู่กัน คือ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” หรือ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” เป็นพื้นฐานความรู้หรือความรอบรู้ของชาวบ้านที่เรียนรู้และมีประสบการณ์สืบเนื่องต่อกันมาทั้งทางตรงคือ สั่งสมประสบการณ์ด้วยการปฏิบัติเอง และทางอ้อม คือ เรียนรู้จากผู้อาวุโสในชุมชน หรือความรู้ที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา หรืออาจกล่าวได้ว่าภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดได้เอง ทำได้เอง โดยอาศัยศักยภาพของตนเองและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมในแต่ละยุคสมัย และสืบทอดเพิ่มพูนจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานจนถึงปัจจุบัน

ประเทศไทยนับว่าโชคดีที่บรรพบุรุษของเรามีความรอบรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และได้สั่งสม เพิ่มพูน ถ่ายทอดสืบต่อกันมาเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยอาศัยเรียนรู้จากการปฏิบัติผ่านด้วยตนเอง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม และกลายเป็นต้นทุนการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าของคนรุ่นต่อมาในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ ถ้าเราสามารถพัฒนาเชื่อมต่อกับความรู้หรือภูมิปัญญายุคใหม่ได้ ก็จะเป็นการเพิ่มศักยภาพและพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างยั่งยืน

 

จากการเดินทางไปในภาคต่างๆ ได้มีโอกาสได้พบปะกับบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากประชาชน นักวิชาการและหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านหลายท่าน ซึ่งนอกจากจะได้ลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองแล้ว ท่านเหล่านี้ยังได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อันมีค่ามหาศาลให้กับคนทุกกลุ่มด้วยความเต็มใจ

ท่านเหล่านี้จึงถือเป็นครูของแผ่นดินโดยแท้