ทางบ้านอัมพวา รีสอร์ท บอกว่าเวลาเช็คอิน คือ ๑๔ น. เราจึงแวะวัดอัมพวันเจติยาราม แต่ที่จอดรถเต็ม และดูท่าว่าตลาดริมน้ำมีคนแน่นมาก เราจึงออกมาโดยไม่ได้แวะ
เราขับรถไปทางอำเภอบางคณฑี ถึงตลาดน้ำบางน้อยเวลาใกล้เที่ยง มีป้ายบอกทางไปตลาดน้ำท่าคา โดยบอกว่าเดี๋ยวนี้วันเสาร์ อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ ๖ – ๑๔ น. เราจึงขับรถตามป้ายไป ๑๖ ก.ม. เพื่อกินอาหารเที่ยง และดูว่าตลาดน้ำท่าคาเดี๋ยวนี้กับเมื่อ ๕ ปีก่อนต่างกันอย่างไรบ้าง
ยังมีกลื่นไอชาวบ้านๆ อย่างเดิมครับ ของยังราคากันเองอย่างเดิม และเราก็ได้กินหอยทอดของป้าเจ้าเดิม ราคาจานละ ๑๕ บาท หมออมราซื้อน้ำตาลแว่นขนาดใหญ่ครั้งละ ๒ กิโล รวม ๔ กิโล ผมซื้อข้าวเหนียวหน้าสังขยา และหน้าปลาแห้งมาอย่างละห่อ ราคาห่อละ ๕ บาทเท่านั้น เราพยายามช่วยซื้อสินค้าของชาวบ้าน เพราะเราพอใจที่สมุทรสงครามยังรักษาสภาพความเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไว้ได้ดี ไม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ เราพบว่าตลาดน้ำท่าคาที่ไปเห็นวันนี้ (วันอาทิตย์) มีคนเพียงสักไม่ถึง ๒๐% ของที่เรามาเห็นเมื่อ ๕ ปีก่อน แต่เขาบอกว่าในวันเปิดตามปกติ คือขึ้น-แรม ๒, ๗, ๑๒ ค่ำ จะมีคนมาเที่ยวมาก และแม่ค้าก็มาก
นอกจากคนและสินค้าไม่มาก น้ำก็ไม่มากด้วย วันนี้น้ำแห้งครับ บรรยากาศจึงไม่คึกคักเหมือนช่วงน้ำเต็มคลอง
จากนั้นเราไปวัดบางกุ้งที่มีโบสถ์ปรกโพธิ์ คือต้นโพธิ์, ไทร, ไกร, กร่าง ขึ้นคร่อมโบสถ์ ผมไปสังเกตพบว่า น่าจะมีการจัดการหาต้นโพธิ์และต้นไม้เหล่านี้มาแปะเพิ่มให้รากล้อมโบสถ์มากยิ่งขึ้น ใกล้ๆ กับวัดบางกุ้ง มีค่ายบางกุ้ง เป็นค่ายของพระเจ้าตาก
หลังจากนั้นเราขับรถไปตามถนนผลไม้จนถึงวัดบางแคน้อย จึงเข้าไปชม วัดนี้มีจดเด่นคือพระอุโบสถ ที่ผนังเป็นไม้สักทองแกะสลักเป็นลายนูน ด้านล่างเป็นไม้มะค่าฝังไม้โมกมันที่ทำเป็นลวดลายสวยงามมาก วัดนี้มีจุดเด่นที่สถาปัตยกรรมและจิตรกรรมเน้นไม้สักเป็นหลักใหญ่
วิจารณ์ พานิช
๙ มิ.ย. ๕๒
|
ทางเดินสู่ตลาดน้ำท่าคา
|
ยืนรอหอยทอดที่กำลังปรุงอยู่ในเรือ
|
|
โบสถ์วัดบางกุ้ง ปกคลุมด้วยต้นโพธิ์ ไทร ไกร กร่าง |
คอต้นปาล์ม ที่วัดบางกุ้ง |
|
โบสถ์วัดบางแคน้อย
|
พระประธานและผนังไม้สักแกะสลักภายในโบสถ์วัดบางแคน้อย
|
|
ผนังไม้สักแกะสลักเรื่องพุทธประวัติตอนชนะมาร
|
ผนังไม้มะค่าแกะฝังไม้โมกมันสลักเป็นเรื่องราวในพระเวสสันดรชาดก
|
|
ท่าน้ำวัดบางแคน้อย ทางซ้ายคือต้นโพธิโบราณ |
|








