บ่ายสี่โมง วันเสาร์ที่ ๑๓ มิ.ย. ๕๒ ผมขับรถเข้าบ้านด้วยความรู้สึกสดชื่น แม้เมื่อคืนจะพิมพ์บทความอยู่จนดึก (ดึกของผมคือสี่ทุ่มกว่าเท่านั้นแหละครับ) และวันนี้ทั้งวันก็อยู่ร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดทำประเด็นโจทย์วิจัยของระบบอุดมศึกษา ที่จัดโดยคณะอนุกรรมการด้านการวิจัยระบบอุดมศึกษา ของ กกอ. (ที่มี ศ. นพ. ภิรมย์ กมลรัตนกุล เป็นประธาน) เป็นผู้จัดประชุม
วงเล็บไว้เตือนตนเองว่า วันนี้ผมได้ฝึกสยบความโลภของตนเอง ด้วยการตัดสินใจไม่ไปประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มีเบี้ยประชุม มาร่วมประชุมสัมมนาของ สกอ. ที่ผมไม่มีสิทธิ์ได้เบี้ยประชุม และต้องจ่ายค่าเดินทางมาเอง ด้วยเหตุผลว่า การประชุมนี้จะทำประโยชน์ให้แก่สังคมมากกว่า
ที่สดชื่น ก็เพราะเริ่มเห็นว่าการทำงานของคณะอนุกรรมการด้านการวิจัยระบบอุดมศึกษา เป็นรูปเป็นร่าง มีแนวทางการทำงานชัดเจนขึ้น ต่อไปในระยะยาว กกอ. ก็จะกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาด้วยความรู้ ที่เป็นความรู้เชิงระบบ กกอ. ก็จะทำงานแบบ Knowledge-Based Governance ต่อระบบอุดมศึกษา ความรู้ที่สร้างขึ้นจากการวิจัยระบบ ก็จะนำไปสื่อสารกับสังคม เพื่อให้สังคมเข้ามามีส่วนสำคัญในการกำกับดูแลระบบอุดมศึกษา
โดยแนวทางนี้ ระบบอุดมศึกษาจะเป็นระบบเรียนรู้ (Learning Systems) และระบบกำกับดูแลอุดมศึกษาก็จะเป็นระบบเรียนรู้
การประชุมวันนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในการระดมความคิดเบื้องต้นเพื่อตั้งโจทย์วิจัย ๓ ด้าน คือ (๑) ด้านธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการ (๒) ด้านการเงินอุดมศึกษา (๓) ด้านคุณภาพ
ในไม่ช้าก็จะมีการเริ่มทำวิจัย เพื่อนำผลมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระบบอุดมศึกษา และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างระบบอุดมศึกษากับระบบอื่นๆ ของสังคม
ที่ผมชื่นใจเพิ่มขึ้นก็ตรงที่เห็นว่าสมาชิกของ สกอ. มาร่วมงานในวันนี้มากอย่างเห็นได้ชัด โดยที่เจ้าหน้าที่ของสำนักที่ไม่ได้รับผิดชอบการประชุมนี้โดยตรงก็มาร่วมประชุม แม้วันนี้จะเป็นวันเสาร์ นี่คือสัญญาณที่ดีของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงาน ที่เห็นว่างานของทุกสำนักใน สกอ. ต่างก็เกี่ยวข้องสัมพันธ์และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ผมชื่นใจที่เห็นความกระตือรือร้นของผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาที่มาร่วมงาน เพราะผมเชื่อในการขับเคลื่อนระบบแบบที่คนในระบบเองมาช่วยกันขับเคลื่อน ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่ในระบบบ้าง นอกระบบ (อุดมศึกษา) บ้าง และคนที่มาจาก sector อื่นๆ บ้าง นี่คือการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มองโลกเชิงบวก มองการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่ผลประโยชน์ของบ้านเมืองส่วนรวม ไม่ใช่มองแค่ผลประโยชน์ของระบบอุดมศึกษา หรือสถาบันอุดมศึกษา
นี่คือจุดเริ่มต้นของประวัติศาตร์หน้าใหม่ของการกำกับดูแลระบบอุดมศึกษา ที่เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการกำกับดูแล จากใช้อำนาจของกฎระเบียบ อำนาจของราชการ ไปเป็นอำนาจคู่ขนาน ที่มี synergy ระหว่างอำนาจของกฎระเบียบ กับอำนาจของความรู้ (ปัญญา) อำนาจของสังคม ในการควบคุมให้ระบบอุดมศึกษางอกงามส่วนที่งามและเป็นคุณต่อสังคม ลิดรอนบอนไซหรือสยบส่วนที่เน่าหรือเป็นโทษต่อสังคม
วิจารณ์ พานิช
๑๓ มิ.ย. ๕๒
|
ศ. นพ. ภิรมย์ กมลรัตนกุล กกอ. และประธานอนุฯ วิจัยระบบ กล่าวปิดประชุม
|
|
|
นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยเรื่อง Financing
|
ดร. ดำรง ลีนานุรักษ์ เสนอรายงานผลการประชุมกลุ่มย่อยเรื่อง Governance
|
|
ศ. ดร. ประมวล ตั้งบริบูรณ์รัตน์เสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยเรื่อง Quality |
การประชุมกลุ่มย่อยเรื่อง Quality |




